Jake และ Dinos Chapman สองพี่น้องศิลปินผู้ท้าทายขอบเขตศีลธรรมและศิลปะร่วมสมัย
ในโลกของศิลปะร่วมสมัย ชื่อของ Jake Chapman (เกิดปี 1966) และ Dinos Chapman (เกิดปี 1962) เป็นที่รู้จักในฐานะคู่หูศิลปินชาวอังกฤษที่สร้างผลงานเพื่อกระตุ้นความรู้สึกรุนแรงและท้าทายบรรทัดฐานทางสังคมอย่างตรงไปตรงมา พวกเขาโด่งดังจากการนำเสนอประเด็นที่น่าตกใจและมักถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับการยอมรับในระดับสากล
จุดเริ่มต้นของทั้งคู่มีความผูกพันกับศิลปะมาตั้งแต่เด็ก โดยมีบิดาเป็นครูสอนศิลปะชาวอังกฤษ และมารดาเป็นชาวไซปรัสเชื้อสายกรีก ทั้งคู่เติบโตในเมืองเชลเทนแฮม ก่อนจะเข้าศึกษาในสถาบันศิลปะชั้นนำ โดย Dinos จบจาก Ravensbourne College of Art และ Jake จบจาก North East London Polytechnic ก่อนที่ทั้งสองจะเข้าเรียนร่วมกันที่ Royal College of Art ในช่วงปี 1988–1990 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาได้ทำงานเป็นผู้ช่วยของศิลปินชื่อดังอย่าง Gilbert and George

เส้นทางสู่ความสำเร็จและการสร้างชื่อในฐานะ YBA
ทั้งสองเริ่มร่วมงานกันอย่างเป็นทางการในปี 1991 และกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม YBA (Young British Artists) ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการศิลปะอังกฤษ ผลงานของพวกเขาถูกจัดแสดงในนิทรรศการระดับตำนานอย่าง Brilliant! และ Sensation ในช่วงกลางทศวรรษ 1990
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Chapman Brothers คือการใช้ หุ่นจำลอง (Mannequins) และพลาสติกมาสร้างสรรค์ผลงานที่บิดเบี้ยวและน่าสะพรึงกลัว เช่น การนำภาพพิมพ์ชุด The Disasters of War ของ Francisco Goya มาดัดแปลงเป็นโมเดล 3 มิติที่แสดงภาพการทรมานและการทำลายร่างกายมนุษย์ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นผลงานขนาดเท่าตัวจริงในชื่อ Great Deeds Against the Dead
นอกจากนี้ พวกเขายังสร้างผลงานที่สร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรง เช่น Two-faced Cunt (1995) หุ่นเด็กสาวเปลือยที่มีสองหัวเชื่อมกันด้วยอวัยวะเพศ และซีรีส์ Fuck Face ที่นำอวัยวะเพศมาวางแทนที่ใบหน้าของหุ่นเด็ก ซึ่งผลงานเหล่านี้ถูกประมูลในราคาสูงถึงหลักแสนปอนด์

การท้าทายประวัติศาสตร์และประเด็นทางการเมือง
ความกล้าที่จะก้าวข้ามเส้นแบ่งของความเหมาะสมเห็นได้ชัดจากผลงาน Hell (2000) ที่ใช้หุ่นจำลองนาซีขนาดจิ๋วจำนวนมากจัดวางเป็นรูปสวัสดิกะ และการนำภาพวาดสีน้ำของ Adolf Hitler มาดัดแปลงโดยการเติมลวดลายแบบฮิปปี้ลงไป เพื่อล้อเลียนความสามารถทางศิลปะที่ย่ำแย่ของอดีตเผด็จการ
ในปี 2003 พวกเขาจัดนิทรรศการ The Rape of Creativity ที่ Modern Art Oxford โดยการนำภาพพิมพ์ต้นฉบับของ Goya มาดัดแปลงและทำลายอย่างเป็นระบบ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับนักประวัติศาสตร์ศิลปะอย่างมาก จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่ศิลปินแสดงสดชื่อ Aaron Barschak สาดสีแดงใส่ Jake Chapman เพื่อเป็นการประท้วง
| ปี (ค.ศ.) | ผลงาน / เหตุการณ์ | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|---|
| 1991 | เริ่มการทำงานร่วมกัน | เริ่มต้นสร้างสรรค์ผลงานในฐานะคู่หูพี่น้อง |
| 1997 | นิทรรศการ Sensation | จัดแสดงผลงาน Great Deeds Against the Dead |
| 2000 | Hell | ประติมากรรมหุ่นนาซีรูปสวัสดิกะ |
| 2003 | เสนอชื่อเข้าชิง Turner Prize | นำเสนอผลงานชุด Sex and Death |
| 2008 | ผลงานภาพวาด Hitler | นำภาพสีน้ำของฮิตเลอร์มาเติมลวดลายฮิปปี้ |
| 2022 | ยุติการทำงานร่วมกัน | ประกาศแยกทางกันในฐานะคู่หูทางวิชาชีพ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การแยกทาง: ในปี 2022 ทั้งคู่ประกาศยุติการทำงานร่วมกัน โดย Jake ระบุว่าพวกเขามีความรู้สึกรังเกียจต่อกันและไม่มีไอเดียใหม่ๆ ร่วมกันอีกต่อไป
- รางวัล: เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Turner Prize ในปี 2003 แต่พ่ายแพ้ให้กับ Grayson Perry
- ความขัดแย้ง: มีประวัติการปะทะคารมอย่างรุนแรงกับนักข่าวหลายคน รวมถึงการถูกวิจารณ์เรื่องทัศนคติต่อคดีอาชญากรรมเด็ก
- กิจกรรมสังคม: ทั้งคู่เป็นสมาชิกของ Arts Emergency ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่สนับสนุนเยาวชนอายุ 16-19 ปีในการศึกษาต่อด้านศิลปะ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมผลงานของ Chapman Brothers ถึงถูกมองว่าน่าตกใจ?
เพราะพวกเขามักใช้ภาพลักษณ์ที่รุนแรง การบิดเบือนร่างกายมนุษย์ และการนำสัญลักษณ์ที่ละเอียดอ่อน เช่น นาซี หรือการทำลายงานศิลปะคลาสสิก มาใช้เพื่อตั้งคำถามและกระตุ้นปฏิกิริยาจากผู้ชม
ผลงานชุด Insult to Injury คืออะไร?
คือการนำภาพพิมพ์ชุด The Disasters of War ของ Francisco Goya มาดัดแปลงโดยการเติมใบหน้าที่ดูตลกขบขันลงไป เพื่อเป็นการล้อเลียนและท้าทายคุณค่าของงานศิลปะดั้งเดิม
เหตุใดพวกเขาจึงยุติการทำงานร่วมกันในปี 2022?
Jake Chapman เปิดเผยว่าทั้งคู่มีความรู้สึกไม่ลงรอยกันอย่างรุนแรง (seething disdain) และรู้สึกเบื่อหน่ายในความสัมพันธ์แบบคู่หู รวมถึงมองว่าไม่สามารถสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ร่วมกันได้อีก
พวกเขาเคยมีส่วนร่วมในกิจกรรมการกุศลหรือไม่?
ใช่ พวกเขาเคยร่วมโครงการ Art Wars ที่ Saatchi Gallery โดยการเปลี่ยนหมวก Stormtrooper ให้เป็นงานศิลปะเพื่อระดมทุนให้ Missing Tom Fund และเป็นสมาชิกของ Arts Emergency เพื่อช่วยเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา