Jake Johannsen เส้นทางชีวิตจากวิศวกรเคมีสู่ดาวตลกแถวหน้าของอเมริกา
หากพูดถึงนักแสดงตลกที่มีไหวพริบและเป็นที่ยอมรับในวงการบันเทิงสหรัฐฯ ชื่อของ Jake Johannsen ย่อมเป็นหนึ่งในชื่อที่หลายคนนึกถึง เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่นักแสดงตลกเดี่ยวไมโครโฟน (Stand-up Comedian) แต่ยังเป็นทั้งนักเขียนและนักแสดงที่มีผลงานโดดเด่นในหลากหลายแพลตฟอร์ม
จุดเริ่มต้นและการเปลี่ยนสายอาชีพที่น่าทึ่ง
เส้นทางสู่ความสำเร็จของ Johannsen ไม่ได้เริ่มต้นจากสายบันเทิงโดยตรง ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เขาเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัย Iowa State โดยเริ่มแรกได้เลือกเรียนในสาขาสัตวแพทยศาสตร์ ก่อนจะเปลี่ยนใจไปศึกษาด้านวิศวกรรมเคมี อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้เวลาในรั้วมหาวิทยาลัยได้ 3 ปี เขาก็ตัดสินใจทิ้งตำราเรียนเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อเดินตามความฝันในสายอาชีพตลก
เขาเริ่มต้นก้าวแรกในวงการที่ Cobb's Comedy Club และสามารถพิสูจน์ฝีมือได้อย่างรวดเร็ว โดยในปี 1986 เขาสามารถคว้าชัยชนะจากการแข่งขัน San Francisco International Comedy Competition ครั้งที่ 11 มาครองได้สำเร็จ
ความสำเร็จในระดับสากลและผลงานสร้างชื่อ
ในช่วงทศวรรษ 1990 ชื่อเสียงของ Johannsen พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เมื่อเขาได้มีรายการ Comedy Special ของตัวเองทางช่อง HBO ในชื่อ This'll Take About an Hour ซึ่งได้รับคำชมอย่างมากจนนิตยสาร People ยกให้เป็นหนึ่งในสิบรายการโทรทัศน์ที่ดีที่สุดในปี 1992 นอกจากนี้ เขายังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล American Comedy Awards ในสาขา "นักแสดงตลกเดี่ยวชายยอดเยี่ยม" ประจำปี 1994 อีกด้วย
หนึ่งในเกร็ดที่น่าสนใจที่สุดในอาชีพของเขาคือ การที่ Jerry Seinfeld เคยเปิดเผยว่า เดิมที Johannsen คือตัวเลือกแรกที่พวกเขาต้องการให้มารับบท George Costanza ในซีรีส์ชื่อดังเรื่อง Seinfeld แต่ตัวเขาเองเป็นฝ่ายปฏิเสธบทบาทนี้ไป
ความสามารถของเขายังเป็นที่โปรดปรานของ David Letterman โดย Johannsen สร้างสถิติปรากฏตัวในรายการ Late Show with David Letterman ในฐานะคอมเมดี้ประจำคืนวันศุกร์มากถึง 46 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลของรายการ
การขยายผลงานสู่จอเงินและจอแก้ว
นอกจากการแสดงเดี่ยว Johannsen ยังมีผลงานการแสดงในภาพยนตร์และซีรีส์มากมาย รวมถึงการกลับมาสร้างผลงาน Comedy Special อีกครั้งในปี 2010 ชื่อว่า I Love You ทางช่อง Showtime ซึ่งกำกับและอำนวยการสร้างโดย Emery Emery นอกจากนี้ เขายังได้รับเกียรติให้เป็นศิลปินหลักในงาน Iowa Comedy Festival ครั้งแรก โดยขึ้นแสดงปิดท้ายงานเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2010 ณ People's Court ในเมืองเดสมอยน์
| ปีที่ออกอากาศ/ฉาย | ชื่อผลงาน | บทบาท | ประเภท |
|---|---|---|---|
| 1993 | Loaded Weapon 1 | Drug Dealer | ภาพยนตร์ |
| 1994 | Mrs. Parker and the Vicious Circle | John Peter Toohey | ภาพยนตร์ |
| 1996 | Weird Science | Kahuna | ซีรีส์ |
| 1997 | Married... with Children | Dr. H. Longo | ซีรีส์ |
| 1999 | Breakfast of Champions | Bill Bailey | ภาพยนตร์ |
| 2015 | American Dirtbags | Alaina's Dad | ภาพยนตร์ |
| 2016 | Stars in Shorts: No Ordinary Love | Richard | ภาพยนตร์ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- วันเกิด: 28 กรกฎาคม 1960 (ปัจจุบันอายุ 66 ปี)
- การศึกษา: เคยเรียนสัตวแพทยศาสตร์และวิศวกรรมเคมีที่ Iowa State University
- ความสำเร็จสูงสุด: ผู้ชนะเลิศ San Francisco International Comedy Competition ปี 1986
- สถิติโดดเด่น: ปรากฏตัวใน Late Show with David Letterman มากถึง 46 ครั้ง
- ครอบครัว: สมรสกับ Belinda Waymouth ซึ่งเป็นนักแสดง และมีบุตรด้วยกัน 1 คน
คำถามที่พบบ่อย
Jake Johannsen เริ่มต้นอาชีพตลกได้อย่างไร?
เขาเริ่มต้นจากการย้ายจากรัฐไอโอวาไปที่ซานฟรานซิสโกเพื่อทำตามความฝัน โดยเริ่มแสดงที่ Cobb's Comedy Club จนกระทั่งชนะการแข่งขันระดับนานาชาติในปี 1986
เขามีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับซีรีส์ Seinfeld?
เขาเคยถูกทาบทามให้รับบทเป็น George Costanza ซึ่งเป็นตัวละครหลักของเรื่อง แต่เขาได้ตัดสินใจปฏิเสธบทดังกล่าว
ผลงานชิ้นไหนที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง?
รายการ Comedy Special ทางช่อง HBO ที่ชื่อว่า "This'll Take About an Hour" ซึ่งได้รับคำชมอย่างมากจากนิตยสาร People ในปี 1992
เขามีความสัมพันธ์พิเศษกับรายการของ David Letterman อย่างไร?
เขาเป็นคอมเมดี้คนโปรดของ David Letterman และครองสถิติการได้รับเชิญมาแสดงในคืนวันศุกร์มากที่สุดถึง 46 ครั้ง
พื้นฐานการศึกษาก่อนเข้าสู่วงการบันเทิงของเขาคืออะไร?
เขาเคยศึกษาในสาขาสัตวแพทยศาสตร์และวิศวกรรมเคมีที่มหาวิทยาลัย Iowa State ก่อนจะลาออกหลังจากเรียนได้ 3 ปีเพื่อเข้าสู่วงการตลก