James E. Harris นักการเมืองคอมมิวนิสต์และผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
James E. Harris (เกิดปี 1948) คือบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองฝ่ายซ้ายของสหรัฐอเมริกา เขาเป็นนักการเมืองคอมมิวนิสต์ สมาชิกคณะกรรมการระดับชาติของ Socialist Workers Party (SWP) หรือพรรคแรงงานสังคมนิยม รวมถึงเป็นนักสหภาพแรงงานและคนงานในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ โดย Harris เป็นที่รู้จักในฐานะผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายสมัย และมีบทบาทขับเคลื่อนอุดมการณ์สังคมนิยมผ่านสื่อและกิจกรรมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง
เส้นทางชีวิตและการเริ่มต้นทางอุดมการณ์
Harris เติบโตและศึกษาที่มหาวิทยาลัย Cleveland State ในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ซึ่งที่นี่เขาได้ร่วมก่อตั้ง Black Student Union (สหภาพนักศึกษาผิวดำ) และเริ่มก้าวเข้าสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยเป็นสมาชิกของคณะกรรมการระดมพลนักศึกษาเพื่อต่อต้านสงครามเวียดนาม ก่อนจะย้ายไปทำงานในทีมงานระดับชาติที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ในช่วงเริ่มต้นของการทำงานการเมือง เขาเป็นผู้จัดตั้งในกลุ่ม Young Socialist Alliance และเคยลงสมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการโรงเรียนในคลีฟแลนด์ภายใต้สังกัดพรรค SWP แม้จะได้รับการสนับสนุนจาก Sydney Stapleton ผู้สมัครนายกเทศมนตรี แต่เขาก็ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนั้น นอกจากนี้ Harris ยังมีความเลื่อมใสในปฏิวัติคิวบา โดยในปี 1969 เขาได้เข้าร่วมกับกองกำลัง Venceremos Brigade รุ่นที่สอง เพื่อเดินทางไปช่วยตัดอ้อยในคิวบาเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อสนับสนุนการผลิตน้ำตาลของประเทศ
บทบาทการขับเคลื่อนสังคมและงานการเมืองระดับรัฐ
ในปี 1977 Harris ย้ายจากแอตแลนตาไปยังนิวยอร์กเพื่อร่วมงานกับ National Student Coalition Against Racism ซึ่งเป็นองค์กรที่สนับสนุนการยกเลิกการแบ่งแยกสีผิวในโรงเรียน (School Desegregation) และต่อมาเขาได้ก้าวขึ้นเป็นประธานระดับชาติของกลุ่มนี้
นอกจากการเคลื่อนไหวทางสังคม เขายังลงสมัครรับเลือกตั้งในระดับต่างๆ เช่น การชิงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ในรัฐนิวยอร์กเมื่อปี 1988 ซึ่งเขาได้รับคะแนนเสียง 11,239 คะแนน จบในอันดับที่ 7 นอกจากนี้ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เขาได้ย้ายไปทำงานที่เมืองดีทรอยต์และเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานยานยนต์ (United Auto Workers) รวมถึงมีส่วนร่วมในการก่อตั้งสาขาของพรรค SWP ในเมืองพีโอเรีย รัฐอิลลินอยส์
การชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการต่อสู้ทางการเมือง
James E. Harris ได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรค SWP ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึง 3 ครั้งหลัก ได้แก่ ปี 1996, 2000 และ 2012 โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- ปี 1996: ลงสมัครคู่กับ Laura Garza โดยชูนโยบายสนับสนุนสิทธิในการทำแท้ง เสนอให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 12 ดอลลาร์ และยึดหลักการไม่แทรกแซงกิจการต่างประเทศ ได้คะแนนเสียง 8,476 คะแนน
- ปี 2000: ลงสมัครคู่กับ Margaret Trowe โดยเกิดเหตุการณ์ประหลาดในรัฐฟลอริดา เมื่อตอนแรกเขาได้รับคะแนนในเขต Volusia County ถึง 9,888 คะแนน แต่หลังการนับคะแนนใหม่พบว่าได้รับจริงเพียง 8 คะแนน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นความผิดพลาดของระบบคอมพิวเตอร์ (Computer disk glitch)
- ปี 2012: ลงสมัครคู่กับ Maura DeLuca ได้คะแนนรวม 4,115 คะแนน ซึ่งถือเป็นจำนวนคะแนนที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรรค
นอกจากนี้ ในปี 2004 และ 2008 Harris ยังทำหน้าที่เป็นผู้สมัครสำรองให้กับ Róger Calero ในรัฐที่ Calero ไม่สามารถลงสมัครได้เนื่องจากเกิดในประเทศนิคารากัว และในปี 2009 เขาได้ลงสมัครนายกเทศมนตรีเมืองลอสแอนเจลิส โดยได้รับคะแนนเสียง 0.89%
| ปีที่เลือกตั้ง | ตำแหน่งที่สมัคร | คู่หู/สังกัด | ผลลัพธ์/หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 1988 | วุฒิสภาสหรัฐฯ (นิวยอร์ก) | SWP | อันดับ 7 (11,239 คะแนน) |
| 1996 | ประธานาธิบดีสหรัฐฯ | Laura Garza | 8,476 คะแนน |
| 2000 | ประธานาธิบดีสหรัฐฯ | Margaret Trowe | เกิดข้อผิดพลาดในการนับคะแนนที่ฟลอริดา |
| 2004/2008 | ประธานาธิบดีสหรัฐฯ (สำรอง) | Róger Calero | ลงสมัครแทนในบางรัฐ |
| 2009 | นายกเทศมนตรีลอสแอนเจลิส | SWP | ได้รับคะแนน 0.89% |
| 2012 | ประธานาธิบดีสหรัฐฯ | Maura DeLuca | 4,115 คะแนน (ต่ำสุดในประวัติศาสตร์พรรค) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- บทบาทในพรรค: เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการองค์กรระดับชาติของ SWP และเป็นนักเขียนให้หนังสือพิมพ์ The Militant
- จุดยืนทางการเมือง: สนับสนุนสิทธิการทำแท้ง, การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ และนโยบายไม่แทรกแซงกิจการต่างประเทศ
- กิจกรรมระหว่างประเทศ: เคยร่วมกองกำลัง Venceremos Brigade ในคิวบา และเดินทางไปเปียงยางในโอกาสครบรอบ 60 ปี การหยุดยิงสงครามเกาหลี
- การสนับสนุนล่าสุด: ให้การสนับสนุน Rachele Fruit ในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2024
คำถามที่พบบ่อย
James E. Harris คือใคร?
เขาเป็นนักการเมืองคอมมิวนิสต์ชาวอเมริกัน สมาชิกพรรค Socialist Workers Party (SWP) และเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายสมัย
นโยบายหลักที่ James E. Harris นำเสนอคืออะไร?
เขามุ่งเน้นการต่อสู้เพื่อชนชั้นแรงงาน โดยเสนอให้เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 12 ดอลลาร์ สนับสนุนสิทธิในการทำแท้ง และมีจุดยืนไม่แทรกแซงกิจการของประเทศอื่น
เกิดอะไรขึ้นกับการนับคะแนนของเขาในปี 2000?
ในรัฐฟลอริดา เขาถูกบันทึกคะแนนเบื้องต้นสูงถึง 9,888 คะแนนในเขต Volusia County แต่ภายหลังการนับใหม่พบว่าได้เพียง 8 คะแนน ซึ่งสาเหตุเกิดจากความผิดพลาดของแผ่นดิสก์คอมพิวเตอร์
เขามีบทบาทอย่างไรในระดับนานาชาติ?
เขาเคยเดินทางไปช่วยงานเกษตรกรรมในคิวบาผ่านกองกำลัง Venceremos Brigade และเป็นตัวแทนพรรค SWP เดินทางไปยังกรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ
ทำไมเขาถึงต้องลงสมัครแทน Róger Calero ในปี 2004 และ 2008?
เนื่องจาก Róger Calero เกิดในประเทศนิคารากัว จึงขาดคุณสมบัติในการลงสมัครประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในบางรัฐ Harris จึงทำหน้าที่เป็นผู้สมัครสำรองเพื่อให้พรรคมีชื่ออยู่ในบัตรเลือกตั้ง