James van Hoften จากวิศวกรการบินสู่ภารกิจพิชิตอวกาศกับ NASA
James van Hoften หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า "Ox" คือบุคคลผู้มีความสามารถหลากหลาย ทั้งในบทบาทของวิศวกรโยธาและไฮดรอลิก นายทหารเรือสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน และอดีตนักบินอวกาศของ NASA ผู้สร้างผลงานโดดเด่นในการปฏิบัติภารกิจนอกยานอวกาศเพื่อซ่อมแซมดาวเทียม
เส้นทางสู่ความสำเร็จ: การศึกษาและการทหาร
เจมส์เกิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1944 ที่เมืองเฟรสโน รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาเริ่มต้นปูพื้นฐานทางวิชาการด้วยปริญญาตรีด้านวิศวกรรมโยธาจาก University of California, Berkeley ในปี 1966 ก่อนจะศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้าน วิศวกรรมไฮดรอลิก (Hydraulic Engineering หรือวิศวกรรมที่ว่าด้วยการไหลของของเหลว) จาก Colorado State University ในปี 1968 และ 1976 ตามลำดับ
ในช่วงปี 1969 ถึง 1974 เจมส์รับราชการเป็นนักบินในกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยผ่านการฝึกบินเครื่องบินเจ็ทและปฏิบัติหน้าที่ขับเครื่องบิน F-4 Phantom ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Ranger ซึ่งเขาได้เข้าร่วมภารกิจการรบในสงครามเวียดนามรวมกว่า 60 ภารกิจ ทำให้เขามีชั่วโมงบินสะสมสูงถึง 3,300 ชั่วโมง

บทบาททางวิชาการและการก้าวเข้าสู่ NASA
หลังจบการศึกษาระดับปริญญาเอก เจมส์ได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมโยธาที่ University of Houston โดยมุ่งเน้นการสอนวิชากลศาสตร์ของไหล (Fluid Mechanics) และทำวิจัยเกี่ยวกับ Biomedical Fluid Flows หรือการไหลของของเหลวในระบบชีวการแพทย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกแบบลิ้นหัวใจและอวัยวะเทียม
ด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วนทั้งด้านวิศวกรรมและการบิน NASA จึงคัดเลือกเขาเข้าเป็นนักบินอวกาศในกลุ่มที่ 8 (Group 8) เมื่อเดือนมกราคม 1978 โดยเขาได้ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้นและมีส่วนช่วยในการทดสอบระบบนำทางและการควบคุมการบินของกระสวยอวกาศก่อนจะได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจจริง
ประสบการณ์การเดินทางสู่อวกาศและภารกิจสำคัญ
เจมส์ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านภารกิจ (Mission Specialist) ใน 2 ภารกิจหลัก ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้:
- STS-41-C (ปี 1984): เดินทางด้วยกระสวยอวกาศ Challenger เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ LDEF และปฏิบัติภารกิจประวัติศาสตร์ในการกู้คืนดาวเทียม Solar Maximum Mission ที่ขัดข้องมาซ่อมแซมบนยานและส่งกลับขึ้นสู่วงโคจรอีกครั้ง โดยใช้แขนกล Remote Manipulator System (RMS)
- STS-51-I (ปี 1985): เดินทางด้วยกระสวยอวกาศ Discovery เพื่อส่งดาวเทียมสื่อสาร 3 ดวง และกู้คืนดาวเทียม Syncom IV-3 ของกองทัพเรือ โดยเจมส์ได้สร้างสถิติในการใช้แขนกล RMS เพื่อจับและปล่อยดาวเทียมด้วยมือเป็นครั้งแรกในวงโคจร

ตลอดการทำงานในอวกาศ เจมส์ใช้เวลารวม 338 ชั่วโมง และได้ปฏิบัติภารกิจ EVA (Extra-Vehicular Activity หรือการออกไปปฏิบัติงานนอกตัวยานอวกาศ) ทั้งหมด 4 ครั้ง รวมเป็นเวลาเกือบ 22 ชั่วโมง
ชีวิตหลังเกษียณจาก NASA และความสำเร็จในภาคธุรกิจ
หลังจากเกษียณจาก NASA ในปี 1986 เจมส์ได้นำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการบริหารไปใช้ในภาคเอกชน โดยดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสและหุ้นส่วนของ Bechtel Corporation เขาเป็นผู้บริหารโครงการก่อสร้างสนามบินระดับโลกในหลายทวีป รวมถึงเป็นผู้จัดการโครงการก่อสร้างสนามบินฮ่องกง (Hong Kong Airport Core Programme) ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ และต่อมาได้เป็นกรรมการที่ปรึกษาของสนามบิน Gatwick ในสหราชอาณาจักร
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ชื่อเต็ม: James Dougal Adrianus van Hoften (ฉายา: Ox)
- การศึกษา: ปริญญาเอกด้านวิศวกรรมไฮดรอลิกจาก Colorado State University
- ประสบการณ์บิน: นักบิน F-4 Phantom ในสงครามเวียดนาม และนักบินอวกาศ NASA
- ผลงานเด่น: การกู้คืนและซ่อมแซมดาวเทียมในวงโคจร และการบริหารโครงการสนามบินฮ่องกง
- เวลาในอวกาศ: รวม 14 วัน 1 ชั่วโมง 57 นาที
| ภารกิจ | ยานอวกาศ | ปีที่ปฏิบัติงาน | ไฮไลท์สำคัญ |
|---|---|---|---|
| STS-41-C | Challenger | 1984 | ซ่อมแซมดาวเทียม Solar Maximum Mission |
| STS-51-I | Discovery | 1985 | จับและปล่อยดาวเทียมด้วยมือครั้งแรกผ่านแขนกล RMS |
คำถามที่พบบ่อย
James van Hoften มีความเชี่ยวชาญด้านใดบ้าง?
เขามีความเชี่ยวชาญหลากหลายด้าน ทั้งวิศวกรรมโยธาและไฮดรอลิก การบินเครื่องบินขับไล่ระดับสูง และการปฏิบัติภารกิจในอวกาศ รวมถึงการบริหารโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
ภารกิจ EVA ที่โดดเด่นที่สุดของเขาคืออะไร?
คือการใช้แขนกล Remote Manipulator System (RMS) ในภารกิจ STS-51-I เพื่อทำการจับและปล่อยดาวเทียมด้วยมือในวงโคจรเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง
เขามีบทบาทอย่างไรในสงครามเวียดนาม?
เขาปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินขับเครื่องบิน F-4 Phantom สังกัดกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยบินภารกิจการรบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 60 ภารกิจ
หลังออกจาก NASA เขาทำงานอะไร?
เขาทำงานกับ Bechtel Corporation ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง โดยดูแลการออกแบบและก่อสร้างสนามบินทั่วโลก รวมถึงโครงการสำคัญอย่างสนามบินฮ่องกง
เขามีการศึกษาระดับสูงสุดในด้านใด?
เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Ph.D.) ในสาขาวิศวกรรมไฮดรอลิกจาก Colorado State University