← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Jason Blum ผู้พลิกโฉมวงการหนังระทึกขวัญและผู้ก่อตั้ง Blumhouse Productions

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Jason Blum ผู้พลิกโฉมวงการหนังระทึกขวัญและผู้ก่อตั้ง Blumhouse Productions

Jason Blum ผู้พลิกโฉมวงการหนังระทึกขวัญและผู้ก่อตั้ง Blumhouse Productions หากพูดถึงภาพยนตร์สยองขวัญและระทึกขวัญในยุคปัจจุบัน ชื่อของ Jason Blum คือบุคคลที่ไม่อาจมองข้ามไ…

Jason BlumBlumhouse Productionsผู้ผลิตภาพยนตร์หนังระทึกขวัญ

Jason Blum ผู้พลิกโฉมวงการหนังระทึกขวัญและผู้ก่อตั้ง Blumhouse Productions

หากพูดถึงภาพยนตร์สยองขวัญและระทึกขวัญในยุคปัจจุบัน ชื่อของ Jason Blum คือบุคคลที่ไม่อาจมองข้ามได้ ในฐานะผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Blumhouse Productions เขาได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ด้วยกลยุทธ์การสร้างหนังที่ใช้ทุนสร้างต่ำแต่สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในฮอลลีวูด

Content image

เส้นทางสู่ความสำเร็จและจุดเริ่มต้นในวงการ

Jason Ferus Blum เกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1969 ที่ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เติบโตมาในครอบครัวที่คลุกคลีกับศิลปะ โดยมีบิดาเป็นเจ้าของแกลเลอรีศิลปะและมารดาเป็นศาสตราจารย์ด้านศิลปะ เขาสำเร็จการศึกษาจาก Vassar College ในปี 1991 ซึ่งที่นี่เองที่เขาได้พบกับ Noah Baumbach เพื่อนร่วมห้องที่ต่อมาได้กลายเป็นผู้กำกับชื่อดัง โดย Blum ได้เริ่มต้นบทบาทโปรดิวเซอร์ครั้งแรกจากการผลิตภาพยนตร์เรื่อง Kicking and Screaming (1995)

ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของสตูดิโอ Blum เคยสั่งสมประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งผู้บริหารที่ Miramax ภายใต้การดูแลของ Bob และ Harvey Weinstein รวมถึงทำงานเป็นโปรดิวเซอร์อิสระให้กับ Paramount Pictures ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมให้เขามีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

Content image

Blumhouse Productions: ปฏิวัติวงการด้วย 'หนังทุนต่ำ กำไรสูง'

ในปี 2000 Jason Blum ได้ก่อตั้ง Blumhouse Productions โดยใช้โมเดลธุรกิจที่เน้นการสร้าง Micro-budget films หรือภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างต่ำมาก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้กำกับมีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่

ความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เขาอย่างก้าวกระโดดคือ Paranormal Activity (2007) ซึ่งใช้ทุนสร้างเพียง 15,000 ดอลลาร์ แต่สามารถกวาดรายได้ทั่วโลกเกือบ 200 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เขากลายเป็นที่ยอมรับในฐานะ "อัจฉริยะทางธุรกิจ" ที่สามารถสร้างหนังระดับบล็อกบัสเตอร์ได้ด้วยงบประมาณเพียงน้อยนิด

นอกจากนี้ เขายังสร้างแฟรนไชส์สยองขวัญที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง เช่น Insidious, The Purge และ Halloween รวมถึงผลงานคุณภาพที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอย่าง Get Out, Whiplash และ BlacKkKlansman

Content image

บทบาททางสังคมและมุมมองทางการเมือง

Blum ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับความบันเทิง แต่เขายังใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือในการสะท้อนปัญหาสังคม โดยเฉพาะในแฟรนไชส์ The Purge ที่เขาระบุว่ามีนัยทางการเมืองแฝงอยู่เสมอ เช่น การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการควบคุมอาวุธปืนและสงครามชนชั้น

ในด้านความหลากหลาย เขาเคยเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับจำนวนผู้กำกับหญิงในสตูดิโอ ซึ่งเขาได้ออกมาขอโทษและแก้ไขด้วยการสนับสนุนให้ Sophia Takal กำกับภาพยนตร์เรื่อง Black Christmas (2019) ซึ่งเป็นหนังระทึกขวัญเรื่องแรกของค่ายที่กำกับโดยผู้หญิงและเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้ก่อตั้ง: Blumhouse Productions (ก่อตั้งปี 2000)
  • ผลงานสร้างชื่อ: Paranormal Activity (ทุนสร้าง 15,000 ดอลลาร์ ทำเงินเกือบ 200 ล้านดอลลาร์)
  • รางวัลการันตี: รางวัล Emmy Awards จาก The Normal Heart และ The Jinx
  • การกุศล: บริจาคเงิน 10 ล้านดอลลาร์ให้ Vassar College ซึ่งเป็นเงินบริจาคสูงสุดจากศิษย์เก่าชาย
  • ความสำเร็จระดับออสการ์: ผลิตหนังที่เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมถึง 3 เรื่อง (Whiplash, Get Out, BlacKkKlansman)
สรุปผลงานและรางวัลเด่นของ Jason Blum
ประเภทผลงาน ตัวอย่างภาพยนตร์/ซีรีส์ ความสำเร็จ/รางวัล
ภาพยนตร์สยองขวัญ Paranormal Activity, Insidious, The Purge สร้างรายได้มหาศาลจากทุนต่ำ
ภาพยนตร์ดราม่า/ระทึกขวัญ Get Out, Whiplash, BlacKkKlansman เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ผลงานโทรทัศน์ The Normal Heart, The Jinx ชนะรางวัล Primetime Emmy Awards
ละครเวที Death Becomes Her (2024) เข้าชิงรางวัล Tony Award
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Jason Blum คือใคร?

เขาเป็นโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันและผู้ก่อตั้ง Blumhouse Productions ซึ่งเป็นสตูดิโอที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตภาพยนตร์สยองขวัญและระทึกขวัญโดยใช้ทุนสร้างต่ำ

อะไรคือจุดเด่นของ Blumhouse Productions?

จุดเด่นคือการใช้โมเดล "ไมโครบัดเจ็ต" (Micro-budget) ที่เน้นการประหยัดต้นทุนการผลิต แต่ให้สิทธิ์ขาดในการสร้างสรรค์แก่ผู้กำกับ ทำให้ได้ผลงานที่แปลกใหม่และทำกำไรสูง

ภาพยนตร์เรื่องใดของ Jason Blum ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในเชิงธุรกิจ?

Paranormal Activity (2007) ถือเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในแง่ของสัดส่วนกำไร เนื่องจากใช้ทุนสร้างเพียง 15,000 ดอลลาร์ แต่ทำรายได้เกือบ 200 ล้านดอลลาร์

Jason Blum เคยได้รับรางวัลอะไรบ้าง?

เขาได้รับรางวัล Primetime Emmy Awards จากภาพยนตร์เรื่อง The Normal Heart และสารคดีเรื่อง The Jinx รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์และรางวัลโทนี่ (Tony Award)

เขามีส่วนร่วมในการสนับสนุนสังคมอย่างไร?

เขามีบทบาทในการบริจาคเงินจำนวนมากเพื่อการศึกษา (Vassar College) และใช้ภาพยนตร์ในการสื่อสารประเด็นทางสังคมและการเมือง เช่น เรื่องการควบคุมอาวุธปืนและความเหลื่อมล้ำในสังคม