Jason Rohrer ศิลปินผู้เปลี่ยนโลกวิดีโอเกมให้เป็นงานศิลปะและปรัชญา
ในโลกของการพัฒนาเกมที่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ผลกำไรและความบันเทิง Jason Rohrer (เจสัน โรห์เรอร์) กลับเลือกเดินเส้นทางที่แตกต่าง เขาคือนักเขียน โปรแกรมเมอร์ นักดนตรี และนักออกแบบเกมชาวอเมริกันผู้มีวิสัยทัศน์ในการใช้ซอฟต์แวร์เป็นเครื่องมือถ่ายทอดแนวคิดทางปรัชญาและสังคม โดยเขามักจะปล่อยผลงานส่วนใหญ่ให้เป็น Public Domain หรือสมบัติสาธารณะ ซึ่งหมายถึงการสละสิทธิ์ในลิขสิทธิ์เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้หรือพัฒนาต่อได้อย่างอิสระ

เส้นทางชีวิตและอุดมการณ์การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
โรห์เรอร์สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) เขาไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่เรื่องงานสร้างสรรค์ แต่ยังมีไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ โดยในช่วงปี 2004 ถึง 2011 เขาได้ทดลองใช้ชีวิตแบบ Simple Living หรือการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย โดยในปี 2009 เขาเปิดเผยว่าครอบครัวที่มีสมาชิก 4 คนของเขามีงบประมาณค่าใช้จ่ายต่อปีไม่ถึง 14,500 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้เขายังเคยมีส่วนร่วมในการสร้างระบบเงินตราท้องถิ่นที่ชื่อว่า North Country Notes (NCN) ในเมืองพ็อตส์แดม รัฐนิวยอร์ก เมื่อปี 2005 เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน

ผลงานการออกแบบเกมที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของความบันเทิง
ผลงานของโรห์เรอร์มักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Art Game หรือเกมเชิงศิลปะ ที่มุ่งเน้นการตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิตและความเป็นมนุษย์ มากกว่าการเอาชนะในเกม
เกมที่สร้างชื่อและผลงานชิ้นสำคัญ
- Passage (2007): เกมสั้นๆ ความยาว 5 นาทีที่เล่าเรื่องราวของชีวิต ความตาย และความสัมพันธ์ในการแต่งงาน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจนถูกนำไปจัดแสดงถาวรในพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (MoMA)
- One Hour One Life (2018): เกมแนวเอาชีวิตรอดแบบมัลติเพลเยอร์ที่เน้นการสร้างอารยธรรมและการเลี้ยงดูบุตรหลาน
- Between (2008): ผลงานที่ได้รับรางวัล Innovation Award จาก Independent Games Festival ปี 2009
- Gravitation (2008): เกมที่สะท้อนถึงสภาวะทางอารมณ์ระหว่างความคลั่งไคล้ในความคิดสร้างสรรค์และความหดหู่ ซึ่งได้รับรางวัล Jury award จาก IndieCade
นอกจากนี้เขายังสร้างสรรค์เกมอื่นๆ เช่น Transcend เกมยิง 2D เชิงนามธรรม, Cultivation เกมจำลองสังคมชาวสวน, Primrose เกมพัซเซิลบน iPhone และ Inside a Star-filled Sky เกมยิงเชิงกลยุทธ์แบบ recursive (การเรียกซ้ำ) ที่ถูกนำไปจัดแสดงในงาน Tokyo Game Show 2011

ความสำเร็จในระดับพิพิธภัณฑ์และการท้าทายการออกแบบ
ในปี 2016 โรห์เรอร์สร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินวิดีโอเกมคนแรกที่มีนิทรรศการย้อนหลังเดี่ยว (Solo Retrospective) ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ โดยงาน The Game Worlds of Jason Rohrer จัดขึ้นที่ The Davis Museum ณ Wellesley College ซึ่งนำเสนอผลงานที่ผสมผสานอิทธิพลทางวัฒนธรรมและประเด็นทางสังคมไว้อย่างลึกซึ้ง
เขายังเป็นผู้ชนะเลิศการแข่งขัน Game Design Challenge ในงาน GDC ถึงสองครั้ง โดยครั้งแรกในปี 2011 เขาเสนอแนวคิดเกมที่เล่นได้เพียงครั้งเดียวแล้วต้องส่งต่อให้ผู้อื่นผ่าน Minecraft mod ที่ชื่อ Chain World และในปี 2013 เขาชนะด้วยผลงาน A Game For Someone ซึ่งเป็นเกมที่ทำจากไทเทเนียมและถูกฝังไว้ในทะเลทรายรัฐเนวาดา โดยเขาปล่อยพิกัด GPS กว่าล้านจุดเพื่อให้ผู้คนตามหา ซึ่งคาดว่าอาจต้องใช้เวลาถึง 2,700 ปีในการค้นพบ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- อุดมการณ์: สนับสนุนเศรษฐกิจแบบกระจายตัวโดยปราศจากลิขสิทธิ์ (Copyright-less free distribution economy)
- การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Cornell University
- ความสำเร็จสูงสุด: ผลงานถูกจัดแสดงใน MoMA และมีนิทรรศการเดี่ยวในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ
- ความหลากหลาย: พัฒนาทั้งเกม, ระบบไฟล์แบบกระจาย (konspire2b), AI สนทนา (Project December) และระบบเครือข่าย P2P (MUTE)
| ชื่อเกม | ปีที่ปล่อย | จุดเด่น/รางวัล |
|---|---|---|
| Passage | 2007 | จัดแสดงถาวรที่ MoMA, เล่าเรื่องวัฏจักรชีวิต |
| Between | 2008 | รางวัล Innovation Award (IGF 2009) |
| Gravitation | 2008 | รางวัล Jury award จาก IndieCade |
| One Hour One Life | 2018 | เกมจำลองการสร้างอารยธรรมและการเลี้ยงลูก |
คำถามที่พบบ่อย
Jason Rohrer มีแนวคิดอย่างไรเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์?
เขาสนับสนุนการแบ่งปันความรู้และผลงานอย่างอิสระ จึงปล่อยซอร์สโค้ดและทรัพยากรในเกมส่วนใหญ่ให้เป็น Public Domain เพื่อให้ผู้อื่นนำไปใช้ได้ฟรี แม้จะมีการเก็บค่าบริการในแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์อย่าง Steam หรือ App Store ก็ตาม
เกม Passage มีความสำคัญอย่างไรในเชิงศิลปะ?
Passage ไม่ได้เป็นเพียงเกม แต่เป็นสื่อกลางที่ถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตมนุษย์ ความตาย และการเลือกคู่ครอง ภายในเวลาเพียง 5 นาที ซึ่งทำให้มันได้รับการยอมรับในฐานะงานศิลปะจนได้เข้าไปอยู่ในคอลเลกชันของ MoMA
โครงการ A Game For Someone คืออะไร?
เป็นผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อการแข่งขัน GDC 2013 โดยเป็นเกมกายภาพที่ทำจากไทเทเนียมและถูกฝังไว้ในทะเลทรายเนวาดา เพื่อท้าทายแนวคิดเรื่องความคงทนและการค้นหาในระยะเวลายาวนานนับพันปี
นอกจากเกมแล้ว Jason Rohrer ยังพัฒนาอะไรอีกบ้าง?
เขาพัฒนาซอฟต์แวร์หลากหลายประเภท เช่น ระบบไฟล์แบบกระจาย, ระบบแก้ไขข้อความแบบ Xanadu, เครือข่ายแชร์ไฟล์แบบไม่ระบุตัวตน (MUTE) และ AI ที่ใช้เทคโนโลยี GPT-2 และ GPT-3 ในชื่อ Project December