Jay Jopling ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการศิลปะร่วมสมัยและผู้ก่อตั้ง White Cube
ในโลกของศิลปะร่วมสมัย ชื่อของ Jay Jopling (เจย์ โจปลิง) เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ขับเคลื่อนวงการศิลปะระดับโลก เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้ค้างานศิลปะ (Art Dealer) แต่ยังเป็นผู้ก่อตั้ง White Cube แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติที่เปลี่ยนโฉมหน้าการจัดแสดงงานศิลปะในลอนดอนและเมืองสำคัญทั่วโลก
เส้นทางชีวิตและการเริ่มต้นที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
Jeremy Michael Jopling หรือที่รู้จักกันในชื่อ Jay เกิดเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 1963 ที่เมือง Thirsk ในยอร์กเชียร์ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีพื้นฐานทางการเมือง โดยมีบิดาคือ Michael Jopling (Baron Jopling) ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรในรัฐบาลของ Margaret Thatcher
ด้านการศึกษา Jay จบการศึกษาจาก Eton College และเข้าศึกษาต่อที่ University of Edinburgh ในสาขาวรรณกรรมอังกฤษและประวัติศาสตร์ศิลปะ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขาหลงใหลในงานศิลปะ อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นของการทำงานของเขานั้นห่างไกลจากแกลเลอรีหรู เพราะงานแรกของเขาคือการเดินขายถังดับเพลิงแบบเคาะประตูบ้าน
การสร้างอาณาจักร White Cube และการผลักดันศิลปินระดับโลก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงที่เขายังเป็นนักศึกษา โดย Jay ได้เดินทางไปยังแมนแฮตตันและสร้างเครือข่ายกับกลุ่มศิลปินอเมริกันยุคหลังสงคราม เพื่อระดมผลงานศิลปะมาประมูลการกุศลในโครงการ "New Art: New World" นอกจากนี้ ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 เขายังได้เริ่มต้นมิตรภาพกับ Damien Hirst ศิลปินผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกับศิลปินรุ่นใหม่ในลอนดอนหลังจากเขาจบปริญญาโทในปี 1984
ในปี 1993 Jay ได้เปิดตัว White Cube แห่งแรกที่ถนน Duke Street ย่าน West End โดยมีนโยบายเน้นการจัดแสดงผลงานของศิลปินทั้งในอังกฤษและระดับสากล แกลเลอรีแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่แจ้งเกิดและจัดแสดงผลงานของศิลปินชั้นนำมากมาย เช่น Lucian Freud, Tracey Emin, และ Antony Gormley
ความสำเร็จของ White Cube นำไปสู่การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ Hoxton Square (เปิดปี 2000 และปิดตัวในปี 2012), Mason's Yard (เปิดปี 2006), และ Bermondsey (เปิดปี 2012) ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนี้เขายังนำแบรนด์ก้าวสู่ระดับสากลด้วยการเปิดสาขาในฮ่องกง (มีนาคม 2012) และเซาเปาโล (ธันวาคม 2012 ซึ่งปิดตัวลงในปี 2015)
การลงทุนในโลกดิจิทัลและชีวิตส่วนตัว
นอกจากการบริหารแกลเลอรี Jay ยังได้ก้าวเข้าสู่โลกของเทคโนโลยีศิลปะด้วยการลงทุนใน Paddle8 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มประมูลงานศิลปะออนไลน์ แม้จะมีการควบรวมกิจการกับ Auctionata ในปี 2016 แต่หลังจาก Auctionata ประสบปัญหาล้มละลายในปี 2017 Paddle8 ก็ได้กลับมาดำเนินกิจการเป็นบริษัทอิสระอีกครั้ง
ในด้านชีวิตส่วนตัว Jay เคยสมรสกับศิลปินสาว Sam Taylor-Wood และมีบุตรสาวด้วยกัน 2 คน คือ Angelica และ Jessie Phoenix ก่อนจะแยกทางกันในปี 2008 ต่อมาเขาได้แต่งงานกับ Hikari Yokoyama ซึ่งทำงานอยู่ที่ Paddle8 และมีบุตรสาวด้วยกันหนึ่งคนคือ Djuna Mei Jopling ในปี 2019
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ผู้ก่อตั้ง: White Cube แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยระดับโลก
- การศึกษา: จบด้านวรรณกรรมอังกฤษและประวัติศาสตร์ศิลปะจาก University of Edinburgh
- ความสำเร็จ: ผลักดันศิลปินชื่อดังอย่าง Damien Hirst และ Tracey Emin ให้เป็นที่รู้จัก
- การขยายธุรกิจ: ขยายสาขา White Cube ไปยังฮ่องกงและบราซิล
- นวัตกรรม: ลงทุนใน Paddle8 เพื่อนำระบบประมูลงานศิลปะเข้าสู่โลกออนไลน์
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อเต็ม | Jeremy Michael Jopling |
| ปีเกิด | มิถุนายน 1963 |
| ธุรกิจหลัก | ผู้ค้างานศิลปะ และเจ้าของแกลเลอรี White Cube |
| สาขา White Cube ที่สำคัญ | ลอนดอน (หลายแห่ง), ฮ่องกง, เซาเปาโล (ปิดแล้ว) |
| การลงทุนด้านเทคโนโลยี | Paddle8 (แพลตฟอร์มประมูลออนไลน์) |
คำถามที่พบบ่อย
White Cube คืออะไร?
White Cube คือแกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติที่ก่อตั้งโดย Jay Jopling โดยเน้นการจัดแสดงผลงานของศิลปินชั้นนำทั้งจากอังกฤษและทั่วโลก
Jay Jopling เริ่มต้นอาชีพการทำงานอย่างไร?
ก่อนจะเข้าสู่วงการศิลปะอย่างเต็มตัว Jay เคยทำงานขายถังดับเพลิงแบบเคาะประตูบ้าน และเริ่มสร้างเครือข่ายกับศิลปินในแมนแฮตตันขณะที่ยังเป็นนักศึกษา
Paddle8 มีความเกี่ยวข้องกับ Jay Jopling อย่างไร?
Jay เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ใน Paddle8 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มประมูลงานศิลปะผ่านระบบออนไลน์ เพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ในตลาดการซื้อขายงานศิลปะ
ศิลปินคนใดบ้างที่เคยจัดแสดงงานที่ White Cube?
มีศิลปินระดับโลกมากมาย เช่น Damien Hirst, Tracey Emin, Lucian Freud และ Antony Gormley ที่เคยนำผลงานมาจัดแสดงในแกลเลอรีแห่งนี้