Jean Chrétien อดีตนายกรัฐมนตรีผู้พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสร้างเสถียรภาพให้แคนาดา
Jean Chrétien (ฌอง เครตีเอน) คือหนึ่งในรัฐบุรุษที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของแคนาดา โดยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 20 ระหว่างปี 1993 ถึง 2003 เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้นำพรรค Liberal ที่พาสมาชิกคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปถึง 3 สมัยติดต่อกัน แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาประเทศก้าวข้ามวิกฤตการคลังและรักษาความเป็นเอกภาพของชาติในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด

เส้นทางชีวิตจากเด็กชายแห่ง Shawinigan สู่จุดสูงสุดทางการเมือง
เครตีเอนเกิดเมื่อวันที่ 11 มกราคม 1934 ที่เมือง Shawinigan Falls รัฐควิเบก ในครอบครัวชนชั้นแรงงานที่มีลูกถึง 19 คน ชีวิตในวัยเด็กของเขาเต็มไปด้วยความยากลำบากและต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมือง เนื่องจากบิดาของเขาเป็นผู้สนับสนุนพรรค Liberal อย่างแรงกล้า ซึ่งขัดกับกระแสหลักในควิเบกยุคนั้น ทำให้ครอบครัวถูกโดดเดี่ยวจากสังคมและถูกกดดันจากสถาบันศาสนา
แม้จะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เข้มงวดและเคยถูกลงโทษอย่างรุนแรงในโรงเรียนคาทอลิก แต่เครตีเอนมีความมุ่งมั่นทางการศึกษาสูง เขาสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายจาก Université Laval ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำสำหรับชนชั้นนำชาวฝรั่งเศสในแคนาดา ในช่วงวัยรุ่นเขาเคยป่วยเป็นโรค Bell's palsy (ภาวะใบหน้าครึ่งซีกเป็นอัมพาต) ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าด้านซ้ายของเขาไม่สมบูรณ์ แต่เขากลับนำจุดด้อยนี้มาใช้เป็นจุดแข็งในการหาเสียง โดยเปรียบเปรยว่าเขาเป็นนักการเมืองที่ "ไม่พูดสองลิ้น" (ไม่กลับคำพูด)

บทบาทสำคัญในฐานะรัฐมนตรีและผู้ผลักดันรัฐธรรมนูญ
เครตีเอนเข้าสู่สภาสามัญครั้งแรกในปี 1963 และไต่เต้าผ่านตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวงภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Lester B. Pearson และ Pierre Trudeau เขาได้รับฉายาว่า "Doctor No" ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการคลัง (President of the Treasury Board) เนื่องจากความเด็ดขาดในการปฏิเสธคำขอเพิ่มงบประมาณจากกระทรวงต่างๆ เพื่อควบคุมการใช้จ่ายของรัฐ
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในช่วงแรกคือการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและอัยการสูงสุด ซึ่งเขาเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการนำ Constitution of Canada (รัฐธรรมนูญแคนาดา) กลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของแคนาดาเอง (Patriation) และมีส่วนสำคัญในการจัดตั้ง Canadian Charter of Rights and Freedoms หรือกฎบัตรสิทธิและเสรีภาพของแคนาดา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสิทธิมนุษยชนในประเทศจนถึงปัจจุบัน

การบริหารประเทศในฐานะนายกรัฐมนตรี (1993–2003)
เมื่อก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 1993 แคนาดากำลังเผชิญกับวิกฤตหนี้สาธารณะและงบประมาณขาดดุลอย่างหนัก เครตีเอนจึงนำแนวทาง Third Way (ทางเลือกที่สาม) ซึ่งเป็นแนวทางสายกลางมาใช้ โดยการดำเนินนโยบายรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวด ลดการใช้จ่ายภาครัฐ และปฏิรูประบบสวัสดิการ จนสามารถเปลี่ยนจากภาวะขาดดุลเป็นงบประมาณเกินดุลได้ในปี 1997 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ
ในด้านความมั่นคงภายใน เขาต่อสู้กับการเคลื่อนไหวเพื่อแยกตัวเป็นเอกราชของรัฐควิเบกอย่างดุเดือด โดยนำแคมเปญฝ่ายสหพันธรัฐจนได้รับชัยชนะในการลงประชามติปี 1995 และได้ตรากฎหมาย Clarity Act เพื่อกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนสำหรับการทำประชามติแยกตัวในอนาคต

สำหรับนโยบายต่างประเทศและสิ่งแวดล้อม รัฐบาลของเขาได้ลงนามใน Kyoto Protocol เพื่อต่อสู้กับสภาวะโลกร้อน และผลักดัน Ottawa Treaty เพื่อแบนทุ่นระเบิดสังหารบุคคลทั่วโลก นอกจากนี้เขายังตัดสินใจส่งกองกำลังเข้าร่วมปฏิบัติการของ NATO ในยูโกสลาเวียและสงครามในอัฟกานิสถาน แต่แสดงจุดยืนคัดค้านการเข้าร่วมสงครามอิรัก

บทสรุปและการอำลาการเมือง
แม้จะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งถึง 3 สมัย แต่ช่วงปลายของการดำรงตำแหน่ง เครตีเอนต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในคดี Shawinigate และเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเมือง รวมถึงความขัดแย้งภายในพรรคกับ Paul Martin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จนนำไปสู่การตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งในปี 2003
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่งสูงสุด | นายกรัฐมนตรีคนที่ 20 ของแคนาดา (1993–2003) |
| พรรคการเมือง | Liberal Party |
| ผลงานเด่นด้านเศรษฐกิจ | เปลี่ยนงบประมาณขาดดุลเป็นเกินดุลในปี 1997 |
| ผลงานเด่นด้านกฎหมาย | ผลักดัน Canadian Charter of Rights and Freedoms |
| นโยบายต่างประเทศ | ลงนาม Kyoto Protocol และ Ottawa Treaty |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดเป็นอันดับ 5 ของแคนาดา
- เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่ยังมีชีวิตอยู่ที่มีอายุมากที่สุด (ณ อายุ 92 ปี)
- เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชาวฝรั่งเศสคนแรกของแคนาดา
- นำพาพรรค Liberal ชนะการเลือกตั้งแบบเสียงข้างมาก (Majority Government) 3 สมัยซ้อน
คำถามที่พบบ่อย
Jean Chrétien มีบทบาทอย่างไรในการสร้างรัฐธรรมนูญแคนาดา?
เขาเป็นหัวหน้าผู้เจรจาใน "Kitchen Accord" ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ทำให้ 9 จังหวัดยอมรับการนำรัฐธรรมนูญกลับมาเป็นของแคนาดา และเป็นผู้ผลักดันการสร้างกฎบัตรสิทธิและเสรีภาพ (Charter of Rights and Freedoms)
แนวทาง Third Way ที่เขาใช้บริหารเศรษฐกิจคืออะไร?
คือแนวทางสายกลางที่ผสมผสานระหว่างการรักษาสวัสดิการสังคมกับการใช้มาตรการรัดเข็มขัดทางงบประมาณอย่างเข้มงวด เพื่อลดหนี้สาธารณะและสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้ประเทศ
เขามีจุดยืนอย่างไรต่อการแยกตัวของรัฐควิเบก?
เขาคัดค้านการแยกตัวอย่างรุนแรง โดยเชื่อในความเป็นเอกภาพของแคนาดา และได้สร้างกฎหมาย Clarity Act เพื่อให้การทำประชามติในอนาคตต้องมีความชัดเจนและโปร่งใส
ทำไมเขาถึงได้รับฉายาว่า "Doctor No"?
ฉายานี้ได้มาในช่วงที่เขาเป็นประธานคณะกรรมการคลัง เนื่องจากเขามีบุคลิกเด็ดขาดและมักจะปฏิเสธคำขอเพิ่มงบประมาณจากรัฐมนตรีท่านอื่นอย่างตรงไปตรงมาเพื่อควบคุมการใช้จ่ายของรัฐ
ผลงานด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของเขาคืออะไร?
การนำแคนาดาลงนามในพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการตรากฎหมาย Species at Risk Act เพื่อคุ้มครองสัตว์และพืชที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์