← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Jean-Marie Pfaff ตำนานผู้รักษาประตูจอมโชว์และยอดนายทวารระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Jean-Marie Pfaff ตำนานผู้รักษาประตูจอมโชว์และยอดนายทวารระดับโลก

Jean-Marie Pfaff ตำนานผู้รักษาประตูจอมโชว์และยอดนายทวารระดับโลก หากจะกล่าวถึงผู้รักษาประตูที่มีบุคลิกโดดเด่นและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ชื่อของ Jean-Marie …

Jean-Marie Pfaffผู้รักษาประตูเบลเยียมบาเยิร์น มิวนิกตำนานฟุตบอล

Jean-Marie Pfaff ตำนานผู้รักษาประตูจอมโชว์และยอดนายทวารระดับโลก

หากจะกล่าวถึงผู้รักษาประตูที่มีบุคลิกโดดเด่นและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ชื่อของ Jean-Marie Pfaff จะต้องถูกพูดถึงอย่างแน่นอน เขาไม่เพียงแต่เป็นกำแพงเหล็กที่พึ่งพาได้ของทีมชาติเบลเยียมและสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง บาเยิร์น มิวนิก แต่ยังเป็นผู้ที่นำความตื่นเต้นและสีสันมาสู่สนามหญ้าด้วยสไตล์การเล่นที่หวือหวาและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

Content image

จุดเริ่มต้นจากชีวิตที่ยากลำบากสู่เส้นทางลูกหนัง

Pfaff เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 1953 ที่เมืองเลบเบค ประเทศเบลเยียม เขาเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ที่มีพี่น้องถึง 12 คน โดยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างลำบากในรถบ้าน และต้องช่วยบิดาซึ่งเป็นพนักงานขายผ้าและพรมเดินขายตามบ้านในช่วงฤดูร้อน ความสูญเสียครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเขาอายุเพียง 12 ปี เมื่อบิดาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว

อย่างไรก็ตาม ความหลงใหลในฟุตบอลข้างถนนได้นำพาเขาไปสู่การเป็นผู้รักษาประตู โดยเริ่มเข้าสู่ทีมเยาวชนของ Eendracht Aalst ตามรอยพี่ชาย ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม KSK Beveren ในปี 1965 ซึ่งที่นี่เองที่เขาได้เริ่มบ่มเพาะฝีมือจนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในดิวิชัน 1 ของเบลเยียมเมื่ออายุ 18 ปี

Content image

ความสำเร็จกับ Beveren และการก้าวสู่ระดับโลก

ในช่วงเวลาที่อยู่กับ Beveren นั้น Pfaff ได้สร้างผลงานอันน่าทึ่ง โดยพาทีมคว้าแชมป์เบลเยียนคัพในปี 1978 และคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรในฤดูกาล 1978–79 ซึ่งในฤดูกาลนั้นเขาโชว์ฟอร์มเทพด้วยการรักษาคลีนชีต (การไม่เสียประตูเลยในเกมนั้น) ได้ถึง 17 นัด นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัล รองเท้าทองคำเบลเยียม (Belgian Golden Shoe) ในปี 1978 ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ผู้รักษาประตูจะได้รับรางวัลนี้

ชื่อเสียงของเขาขจรขจายไปทั่วยุโรปหลังจากพาทีมล้มยักษ์อย่าง อินเตอร์ มิลาน ในรอบก่อนรองชนะเลิศรายการคัพวินเนอร์สคัพ แม้จะไปหยุดเพียงรอบรองชนะเลิศที่พ่ายต่อบาร์เซโลนา แต่ฟอร์มการเล่นของเขาก็เตะตาแมวมองจากเยอรมนี จนนำไปสู่การย้ายร่วมทีม บาเยิร์น มิวนิก ในปี 1982 ด้วยค่าตัวประมาณ 400,000 ยูโร

ยุคทองที่บาเยิร์น มิวนิก และฉายา El Simpatico

การย้ายไปมิวนิกคือบททดสอบครั้งใหญ่ Pfaff ต้องเผชิญกับความกดดันมหาศาลในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก เซปป์ ไมเออร์ ตำนานผู้รักษาประตูของทีม แม้จะเริ่มต้นด้วยความผิดพลาดในการทำเข้าประตูตัวเองในนัดเปิดตัว แต่เขาก็ใช้เวลาไม่นานในการพิสูจน์ตัวเองจนกลายเป็นตัวหลักที่ขาดไม่ได้

ตลอดระยะเวลาที่อยู่กับบาเยิร์น เขาพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัยติดต่อกัน (1985, 1986, 1987) และแชมป์เดเอฟเบ โพคาล อีก 2 สมัย ความโดดเด่นของเขาทำให้ถูกจัดให้อยู่ในระดับ World Class โดยนิตยสาร Kicker และได้รับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของโลกจาก IFFHS ในปี 1987 ซึ่งเขาเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้

Content image

เกียรติประวัติในนามทีมชาติเบลเยียม

ในระดับนานาชาติ Pfaff คือหัวใจสำคัญของทีมชาติเบลเยียม โดยลงเล่นไปทั้งหมด 64 นัด เขาเป็นกำลังหลักในการพาทีมคว้าตำแหน่งรองแชมป์ยูโร 1980 และสร้างชื่อเสียงสูงสุดในฟุตบอลโลก 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเขาได้รับฉายาว่า "El Simpatico" (คุณคนดี/ผู้เป็นที่รัก) จากแฟนบอลชาวเม็กซิกัน เนื่องจากบุคลิกที่ร่าเริงและเป็นมิตร

ในทัวร์นาเมนต์นั้น เบลเยียมสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และจบอันดับ 4 ของโลก โดย Pfaff ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ (Golden Glove) และติดทีม All-Star ของฟุตบอลโลก 1986

Content image

สไตล์การเล่นและบุคลิกภาพ

Pfaff ไม่ใช่ผู้รักษาประตูที่ตัวสูงที่สุด แต่เขาชดเชยด้วย ปฏิกิริยาที่รวดเร็ว และการเซฟลูกที่สวยงามราวกับกายกรรม เขามีจุดเด่นที่มือขนาดใหญ่ซึ่งช่วยในการรับบอลได้อย่างมั่นคง รวมถึงความสามารถในการป้องกันลูกจุดโทษที่ยอดเยี่ยม

นอกเหนือจากทักษะทางกายภาพ เขายังเป็นผู้นำที่มีบารมี กล้าพูด และมีความมั่นใจสูง ซึ่งบางครั้งถูกมองว่ามีความเป็นศิลปินหรือมีความแปลกในตัว (Eccentric) แต่สิ่งเหล่านี้กลับทำให้เขาเป็นที่รักของแฟนบอลและเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้รักษาประตูรุ่นหลัง

Content image

บทสรุปอาชีพและการใช้ชีวิตหลังแขวนสตั๊ด

หลังจากผ่านประสบการณ์กับ Lierse ในเบลเยียม และ Trabzonspor ในตุรกี Pfaff ตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 1990 ขณะอายุ 36 ปี แม้จะเคยลองก้าวเข้าสู่บทบาทผู้จัดการทีมในช่วงสั้นๆ กับ K.V. Oostende แต่เขาก็พบความสำเร็จในด้านอื่น เช่น การเป็นดาราในรายการเรียลลิตี้และภาพยนตร์บางเรื่อง

ปัจจุบัน มรดกของเขายังคงถูกส่งต่อผ่านพิพิธภัณฑ์ Pop-up ในเมืองเบเวอร์เอน ซึ่งจัดแสดงของสะสมและเรื่องราวการเดินทางของยอดนายทวารผู้นี้ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึงตำนานผู้สร้างรอยยิ้มและผลงานอันยิ่งใหญ่ในสนามฟุตบอล

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่ง: ผู้รักษาประตู (Goalkeeper)
  • สโมสรหลัก: Beveren และ Bayern Munich
  • ความสำเร็จสูงสุด: แชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัย และผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมโลก IFFHS ปี 1987
  • ผลงานทีมชาติ: รองแชมป์ยูโร 1980 และอันดับ 4 ฟุตบอลโลก 1986
  • ฉายา: El Simpatico (ได้รับในฟุตบอลโลก 1986)
สรุปสถิติการลงเล่นในระดับสโมสรของ Jean-Marie Pfaff
สโมสร ช่วงปี จำนวนนัดที่ลงเล่น ประตูที่ทำได้
Beveren 1972–1982 305 0
Bayern Munich 1982–1988 156 0
Lierse 1988–1989 23 0
Trabzonspor 1989–1990 22 0
รวมทั้งหมด - 506 0
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Jean-Marie Pfaff ได้รับฉายาว่า El Simpatico จากที่ไหน?

เขาได้รับฉายานี้จากแฟนบอลชาวเม็กซิโกในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1986 เนื่องจากบุคลิกที่ร่าเริง มีอารมณ์ขัน และเป็นมิตรกับผู้คน

รางวัลส่วนตัวที่โดดเด่นที่สุดของเขาคืออะไร?

รางวัลที่สำคัญที่สุดคือการได้รับเลือกให้เป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของโลก (World's Best Goalkeeper) โดย IFFHS ในปี 1987 ซึ่งเขาเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้

เขามีบทบาทอย่างไรในทีมชาติเบลเยียม?

เขาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งที่พาทีมเบลเยียมก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของโลก โดยมีผลงานเด่นคือการเข้าชิงชนะเลิศยูโร 1980 และคว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 1986

สไตล์การเล่นของ Pfaff มีลักษณะเด่นอย่างไร?

เขามีจุดเด่นที่ปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็ว การเซฟลูกแบบผาดโผน (Acrobatic saves) และมีความมั่นใจสูงในการสั่งการแนวรับ รวมถึงมีความเชี่ยวชาญในการป้องกันลูกจุดโทษ

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอล Pfaff ทำอะไรบ้าง?

เขาเคยลองเป็นผู้จัดการทีมในช่วงสั้นๆ และก้าวเข้าสู่โลกบันเทิง โดยมีรายการเรียลลิตี้ของตัวเองชื่อ "De Pfaffs" รวมถึงการปรากฏตัวในภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่อง