Jeh Johnson เส้นทางชีวิตจากนักกฎหมายสู่รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ
Jeh Charles "Jay" Johnson เป็นนักกฎหมายและอดีตข้าราชการระดับสูงของสหรัฐอเมริกา ผู้ซึ่งสร้างชื่อเสียงจากการดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลหลายสมัย โดยบทบาทที่โดดเด่นที่สุดคือการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Secretary of Homeland Security) คนที่ 4 ของสหรัฐฯ ในช่วงปี 2013 ถึง 2017
เส้นทางชีวิตของเขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยความราบรื่น ในช่วงวัยเรียนที่เมือง Wappingers Falls รัฐนิวยอร์ก Johnson ยอมรับว่าตนเองเคยเป็นนักเรียนที่ผลการเรียนไม่สู้ดีนัก โดยได้รับเกรด C และ D ซึ่งเขาเชื่อว่าเกิดจากการขาดต้นแบบที่เป็นคนผิวสีในชุมชนที่มีคนผิวขาวเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปีที่สองของมหาวิทยาลัย เมื่อเขามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นทนายความ ทำให้เขากลับมาตั้งใจเรียนจนสามารถยกระดับเกรดเฉลี่ย (GPA) จาก 1.8 ให้สูงขึ้นได้สำเร็จ

ประสบการณ์ด้านกฎหมายและการก้าวเข้าสู่แวดวงการเมือง
Johnson เริ่มต้นอาชีพนักกฎหมายในฐานะทนายความผู้ช่วยที่สำนักงาน Paul, Weiss, Rifkind, Wharton & Garrison ในปี 1984 ก่อนจะย้ายไปทำงานเป็นผู้ช่วยอัยการสหรัฐฯ ในเขตใต้ของนิวยอร์ก โดยรับผิดชอบคดีทุจริตในภาครัฐ ซึ่งเขาได้ดำเนินคดีกับทั้งนักการเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
ในปี 1992 เขากลับมาทำงานที่ Paul, Weiss อีกครั้ง และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็น หุ้นส่วน (Partner) ผิวสีคนแรก ของบริษัทในปี 1994 ความสามารถที่โดดเด่นทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดี Bill Clinton ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายทั่วไปของกองทัพอากาศ (General Counsel of the Air Force) ในปี 1998 ซึ่งเขาได้รับเหรียญตราเกียรติยศจากการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงปฏิบัติการ Allied Force ปี 1999

บทบาทที่ปรึกษาและผู้สนับสนุนทางการเมือง
นอกเหนือจากงานกฎหมาย Johnson ยังมีบทบาทสำคัญในพรรคเดโมแครต โดยเป็นทั้งผู้ระดมทุนและที่ปรึกษาให้กับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีหลายครั้ง รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาพิเศษให้ John Kerry ในปี 2004 และเป็นผู้สนับสนุนยุคแรกๆ ของ Barack Obama โดยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศและคณะกรรมการการเงินระดับชาติ

การดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาล Obama
ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Barack Obama, Johnson ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญสองตำแหน่งหลัก เริ่มจากที่ปรึกษากฎหมายทั่วไปของกระทรวงกลาโหม (Department of Defense General Counsel) ในปี 2009 และต่อมาในปี 2013 เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ
ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เขาต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย โดยเฉพาะการจัดการปัญหาผู้พำนักในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมายกว่า 11 ล้านคน ซึ่งเขาได้ร่วมกับประธานาธิบดี Obama ออกคำสั่งบริหาร (Executive Actions) 10 ฉบับในปี 2014 เพื่อแก้ไขปัญหานี้หลังจากสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้

| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง | หน่วยงาน / ประธานาธิบดี |
|---|---|---|
| 1998 – 2001 | ที่ปรึกษากฎหมายทั่วไปของกองทัพอากาศ | Bill Clinton |
| 2009 – 2012 | ที่ปรึกษากฎหมายทั่วไปของกระทรวงกลาโหม | Barack Obama |
| 2013 – 2017 | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ | Barack Obama |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความสำเร็จทางกฎหมาย: เป็นหุ้นส่วนผิวสีคนแรกของสำนักงานกฎหมาย Paul, Weiss
- บทบาทความมั่นคง: ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิคนที่ 4 ของสหรัฐฯ
- รางวัลเกียรติยศ: ได้รับรางวัล Ronald Reagan Peace Through Strength Award และ Ellis Island Medal of Honor
- งานด้านสังคม: นำทีมเฉพาะกิจเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นในประชาธิปไตยอเมริกัน และศึกษาผลกระทบเรื่อง Affirmative Action (นโยบายส่งเสริมความเท่าเทียม)
- ชีวิตส่วนตัว: สมรสกับ Dr. Susan Maureen ทันตแพทย์ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก

คำถามที่พบบ่อย
Jeh Johnson มีบทบาทอย่างไรในช่วงการเลือกตั้งของ Barack Obama?
เขาเป็นผู้สนับสนุนยุคแรกๆ โดยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศและเป็นสมาชิกคณะกรรมการการเงินระดับชาติ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการหาเสียงของ Obama
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในฐานะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิคืออะไร?
การร่วมร่างและผลักดันคำสั่งบริหาร 10 ฉบับในปี 2014 เพื่อจัดการปัญหาผู้พำนักผิดกฎหมายในสหรัฐฯ จำนวน 11 ล้านคน
เขามีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 11 กันยายนอย่างไร?
Jeh Johnson พำนักอยู่ในนครนิวยอร์กขณะเกิดเหตุโจมตี ซึ่งวันดังกล่าวตรงกับวันเกิดครบรอบ 44 ปีของเขาพอดี และเขามักจะกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ในสุนทรพจน์ต่างๆ ของเขา
หลังจากพ้นตำแหน่งทางการเมือง เขาทำอะไรต่อ?
เขากลับไปทำงานที่สำนักงานกฎหมาย Paul, Weiss และได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะทำงานในหลายโครงการ เช่น การฟื้นฟูความเชื่อมั่นในประชาธิปไตย และการศึกษาเรื่องความเท่าเทียมทางเชื้อชาติในระบบการศึกษา
รางวัลสูงสุดที่เขาได้รับในสายอาชีพกฎหมายคืออะไร?
เขาได้รับเหรียญทอง ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดจากสมาคมเนติบัณฑิตยสภารัฐนิวยอร์ก (New York State Bar Association) ในปี 2024 และรางวัล Lifetime Achievement Award จาก National Law Journal ในปีเดียวกัน