Jerry Brown เส้นทางนักการเมืองผู้สร้างประวัติศาสตร์ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย
Jerry Brown หรือชื่อเต็มคือ Edmund Gerald Brown Jr. เป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐอเมริกา เขาเป็นทั้งนักกฎหมาย นักเขียน และนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลที่สร้างสถิติเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียถึงสองสมัยที่ห่างกันหลายทศวรรษ โดยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการรัฐคนที่ 34 และ 39 ซึ่งทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้ว่าการรัฐที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ด้วยระยะเวลารวมกว่า 16 ปี

จุดเริ่มต้นและรากฐานทางการศึกษา
Brown เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1938 ที่เมืองซานฟรานซิสโก ในครอบครัวนักการเมือง โดยมีบิดาคือ Pat Brown ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียคนที่ 32 เส้นทางการศึกษาของเขามีความน่าสนใจและหลากหลาย เริ่มจากการเข้าเรียนที่ Santa Clara University และเคยเข้าศึกษาที่ Sacred Heart Novitiate ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นบาทหลวงคาทอลิก
ต่อมาเขาได้เข้าศึกษาต่อที่ University of California, Berkeley จนจบปริญญาตรีด้าน Classics (เน้นภาษาละตินและกรีก) และคว้าปริญญานิติศาสตรดุษฎี (Juris Doctor) จาก Yale Law School ในปี 1964 ก่อนจะเริ่มต้นอาชีพนักกฎหมายและก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองท้องถิ่นในฐานะคณะกรรมการบริหารวิทยาลัยชุมชนลอสแอนเจลิส

การก้าวขึ้นสู่อำนาจและบทบาทผู้ว่าการรัฐสมัยแรก
ในปี 1971 Brown ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการรัฐแคลิฟอร์เนีย (Secretary of State) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดูแลด้านการเลือกตั้งและการบริหารงานรัฐ และในปี 1974 เขาสร้างปรากฏการณ์ด้วยการชนะเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียในวัยเพียง 36 ปี ซึ่งถือเป็นผู้ว่าการรัฐที่อายุน้อยที่สุดในรอบกว่าหนึ่งศตวรรษของรัฐนี้
ในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยแรก (1975–1983) Brown ได้รับการยอมรับในเรื่อง ความประหยัดมัธยัสถ์ (Fiscal Conservatism) เขาปฏิเสธสิทธิพิเศษหลายอย่าง เช่น การไม่เข้าพักในบ้านพักผู้ว่าการรัฐที่หรูหรา แต่เลือกเช่าอพาร์ตเมนต์ราคาถูกและขับรถยนต์รุ่นธรรมดาแทน นอกจากนี้เขายังให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยเป็นผู้ริเริ่มมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเป็นครั้งแรก

ความท้าทายและนโยบายที่โดดเด่น
Brown มีจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านโทษประหารชีวิต และพยายามผลักดันสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยเป็นผู้แต่งตั้งผู้พิพากษาที่เป็นเกย์และเลสเบี้ยนอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เขาก็เผชิญกับความท้าทาย เช่น การจัดการปัญหาแมลงวันผลไม้ (Medfly) ที่ระบาดหนัก ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจใช้สารเคมีพ่นทางอากาศที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงในเวลาต่อมา
ช่วงเวลาแห่งการแสวงหาและทางเลือกใหม่
หลังจากพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งวุฒิสภาปี 1982 Brown ได้ใช้เวลาเดินทางไปต่างประเทศเพื่อศึกษาพุทธศาสนาแบบเซน (Zen) ในประเทศญี่ปุ่น และเดินทางไปช่วยเหลือผู้ป่วยในสถานสงเคราะห์ของแม่ชีเทเรซาที่เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขามีมุมมองต่อการเมืองที่เปลี่ยนไป โดยเน้นการรับใช้ผู้คนที่อยู่จุดต่ำสุดของสังคม

เขากลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้งในตำแหน่งประธานพรรคเดโมแครตแห่งแคลิฟอร์เนีย (1989–1991) และดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองโอ๊คแลนด์ (1999–2007) รวมถึงเป็นอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย (2007–2011) ก่อนจะกลับมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐอีกครั้งในสมัยที่ 3 และ 4 ระหว่างปี 2011 ถึง 2019

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สถิติประวัติศาสตร์: เป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียทั้งคนที่ 34 และ 39 และเป็นผู้ว่าการรัฐที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย
- แนวคิดการบริหาร: ยึดถือความประหยัดอย่างเคร่งครัดจนได้รับฉายาว่ามีความเป็นอนุรักษนิยมทางการคลังมากกว่า Ronald Reagan ในบางมิติ
- วิสัยทัศน์ล้ำสมัย: เคยเสนอให้จัดตั้งสถาบันอวกาศของรัฐจนถูกล้อเลียนว่า "Governor Moonbeam" แต่แนวคิดหลายอย่างถูกนำมาใช้จริงในภายหลัง
- การศึกษา: จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง UC Berkeley และ Yale Law School
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง | บทบาทสำคัญ |
|---|---|---|
| 1971 – 1975 | เลขาธิการรัฐแคลิฟอร์เนีย | ผลักดันกฎหมายปฏิรูปการเมือง (Political Reform Act 1974) |
| 1975 – 1983 | ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย (สมัยที่ 1-2) | เน้นความประหยัดและนโยบายสิ่งแวดล้อม |
| 1999 – 2007 | นายกเทศมนตรีเมืองโอ๊คแลนด์ | บริหารจัดการเมืองในระดับท้องถิ่น |
| 2007 – 2011 | อัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย | ดูแลด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของรัฐ |
| 2011 – 2019 | ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย (สมัยที่ 3-4) | สร้างสถิติผู้ว่าการรัฐที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด |
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Jerry Brown ถึงถูกเรียกว่า "Governor Moonbeam"?
ฉายานี้มาจากคอลัมนิสต์ชื่อ Mike Royko ที่ล้อเลียนแนวคิดของ Brown ในปี 1976 ที่เสนอให้รัฐซื้อดาวเทียมเพื่อใช้ในการสื่อสารฉุกเฉินและจัดตั้งสถาบันอวกาศ ซึ่งในสมัยนั้นถูกมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันและเกินความจำเป็น
Jerry Brown มีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Ronald Reagan?
Jerry Brown เข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียต่อจาก Ronald Reagan ในปี 1975 โดยทั้งคู่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในด้านสังกัดพรรค (Brown อยู่พรรคเดโมแครต ส่วน Reagan อยู่พรรครีพับลิกัน) และแนวทางการบริหาร
จุดยืนของ Jerry Brown ต่อโทษประหารชีวิตเป็นอย่างไร?
เขาเป็นผู้คัดค้านโทษประหารชีวิตอย่างรุนแรง และได้ใช้อำนาจในฐานะผู้ว่าการรัฐยับยั้ง (Veto) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโทษประหารชีวิต แม้ว่าในเวลาต่อมาสภานิติบัญญัติจะลงมติยกเลิกการยับยั้งนั้นก็ตาม
การศึกษาพุทธศาสนาส่งผลต่อการเมืองของเขาอย่างไร?
Brown ระบุว่าการฝึกสมาธิแบบเซน (Zazen) ช่วยให้เขามีมุมมองที่กว้างขึ้นและสามารถมองเห็นการเมืองในฐานะสิ่งที่เต็มไปด้วยภาพลวงตา ทำให้เขาสามารถรักษาระยะห่างและวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างมีวิจารณญาณมากขึ้น
เขาสร้างสถิติอะไรในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ?
เขาเป็นผู้ว่าการรัฐที่ดำรงตำแหน่งยาวนานเป็นอันดับ 4 ของประวัติศาสตร์สหรัฐฯ (ครองตำแหน่งรวม 16 ปี 5 วัน) และเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด โดยมีช่วงว่างระหว่างการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองและสามนานถึง 28 ปี