Jerry Mathers จากดาราเด็กผู้โด่งดังสู่ชีวิตที่หลากหลายในบทบาทต่างๆ
หากพูดถึงภาพจำของเด็กชายผู้ใสซื่อในซีรีส์ซิทคอมระดับตำนานของสหรัฐอเมริกา ชื่อของ Jerry Mathers หรือที่รู้จักกันดีในบทบาท Theodore "Beaver" Cleaver จากเรื่อง Leave It to Beaver ย่อมเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง เขาไม่เพียงแต่เป็นไอคอนของยุค 50s และ 60s แต่ยังมีเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจซึ่งก้าวข้ามผ่านการเป็นเพียงนักแสดงเด็กไปสู่บทบาทอื่นๆ ในสังคมอย่างหลากหลาย

จุดเริ่มต้นและการก้าวเข้าสู่โลกบันเทิง
Gerald Patrick Mathers เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1948 ที่เมืองซูซิตี้ รัฐไอโอวา โดยเติบโตขึ้นในย่านซานเฟอร์นันโดแวลลีย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เส้นทางในวงการบันเทิงของเขาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่อายุเพียง 2 ขวบ โดยเริ่มจากการเป็นนายแบบเด็กในโฆษณาสินค้าห้างสรรพสินค้า และต่อด้วยการแสดงโฆษณาผลิตภัณฑ์นม PET Milk ร่วมกับ Ed Wynn นักแสดงตลกชื่อดัง
ในช่วงแรกของการทำงาน Mathers ปรากฏตัวในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น This Is My Love และ Men of the Fighting Lady ในปี 1954 รวมถึงผลงานแนวตลกร้ายของ Alfred Hitchcock เรื่อง The Trouble with Harry ในปี 1955 ซึ่งเขารับบทเป็น Arnie ลูกชายของตัวละครที่นำแสดงโดย Shirley MacLaine

ปรากฏการณ์ Leave It to Beaver และความสำเร็จระดับโลก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาได้รับบทเป็น Beaver Cleaver ลูกชายคนเล็กของครอบครัวคลีเวอร์ในซีรีส์ Leave It to Beaver ซึ่งออกอากาศระหว่างปี 1957 ถึง 1963 ความน่าสนใจคือ Mathers ได้บทนี้มาเพราะความตรงไปตรงมา โดยเขาบอกผู้ผลิตว่าอยากไปร่วมประชุมลูกเสือ Cub Scout มากกว่าการมาคัดตัว ซึ่งความจริงใจนี้เองที่ทำให้ผู้ผลิตมองว่าเขาเหมาะสมกับบทบาทนี้ที่สุด
ตลอดระยะเวลา 6 ปี Mathers แสดงในซีรีส์เรื่องนี้ครบทั้ง 234 ตอน และสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแสดงเด็กคนแรกที่มีข้อตกลงส่วนแบ่งรายได้จากการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับรายการ ซึ่งสร้างรายได้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ซีรีส์ดังกล่าวยังถูกนำไปฉายในกว่า 80 ประเทศ และแปลเป็น 40 ภาษา โดยในประเทศญี่ปุ่น ซีรีส์เรื่องนี้ใช้ชื่อว่า The Happy Boy and His Family ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในชื่อ "Happy Boy"

การผันตัวสู่ชีวิตปกติ การรับใช้ชาติ และการศึกษา
เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น Mathers ตัดสินใจลดบทบาทการแสดงเพื่อมุ่งเน้นด้านการศึกษา โดยเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยม Notre Dame ในเมืองเชอร์แมนโอคส์ และได้ก่อตั้งวงดนตรีชื่อ Beaver and the Trappers ในช่วงเวลานี้เองที่เขาได้เข้าประจำการในกองทัพสหรัฐฯ ระหว่างปี 1966 ถึง 1969 ในสังกัด 146th Airlift Wing ของกองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศแคลิฟอร์เนีย (California Air National Guard)
มีเหตุการณ์น่าสนใจเกิดขึ้นในปี 1969 เมื่อมีข่าวลือแพร่สะพัดว่าเขาเสียชีวิตในการรบที่สงครามเวียดนาม ซึ่งในความเป็นจริงเขาไม่เคยถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่นอกสหรัฐอเมริกาเลย โดยต่อมาในปี 1980 เขาและ Tony Dow (ผู้รับบท Wally) ได้นำเรื่องนี้มาล้อเลียนในรายการ Saturday Night Live เพื่อสยบข่าวลือดังกล่าว

ด้านการศึกษา Mathers ประสบความสำเร็จในการคว้าปริญญาตรีสาขาปรัชญา จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) ในปี 1973
การกลับคืนสู่วงการและการดูแลสุขภาพ
หลังจากจบการศึกษา เขาได้ลองทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อธนาคารและก้าวเข้าสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยใช้เงินเก็บจากการแสดงในวัยเด็ก ก่อนจะกลับเข้าสู่วงการบันเทิงอีกครั้งในปี 1978 ผ่านการแสดงละครเวทีเรื่อง Boeing, Boeing และ So Long, Stanley
ในปี 1983 เขาได้กลับมารับบทเดิมในภาพยนตร์รวมตัวนักแสดง Still the Beaver ซึ่งนำไปสู่การสร้างซีรีส์ The New Leave It to Beaver ที่ออกอากาศทางช่อง Disney Channel และ TBS จนถึงปี 1989 นอกจากนี้เขายังมีผลงานรับเชิญในซีรีส์หลายเรื่อง และเปิดตัวในบรอดเวย์กับละครเพลง Hairspray ในปี 2007
ในด้านสุขภาพ Mathers ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ในปี 1996 ซึ่งเขาได้ต่อสู้กับโรคนี้ด้วยการเข้าโปรแกรมลดน้ำหนักจนสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่า 18 กิโลกรัม และกลายเป็นโฆษกให้กับโปรแกรมดูแลสุขภาพเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- บทบาทสร้างชื่อ: รับบทเป็น Theodore "Beaver" Cleaver ในซีรีส์ Leave It to Beaver ทั้ง 234 ตอน
- ความสำเร็จทางการเงิน: เป็นนักแสดงเด็กคนแรกที่ได้รับส่วนแบ่งจากค่าลิขสิทธิ์สินค้า (Merchandising) ของรายการ
- การศึกษา: จบปริญญาตรีสาขาปรัชญา จาก UC Berkeley
- การรับใช้ชาติ: เคยสังกัดกองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศแคลิฟอร์เนีย (1966–1969)
- สุขภาพ: เป็นผู้รอดพ้นและต่อสู้กับโรคเบาหวานประเภท 2 โดยการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อเต็ม | Gerald Patrick Mathers |
| วันเกิด | 2 มิถุนายน 1948 |
| ผลงานเด่น | Leave It to Beaver, The New Leave It to Beaver |
| การศึกษาสูงสุด | Bachelor of Arts in Philosophy (UC Berkeley) |
| สถานะการทำงาน | อดีตนักแสดง (Active 1950–2016) |
คำถามที่พบบ่อย
Jerry Mathers ได้รับบท Beaver Cleaver ได้อย่างไร?
เขาได้รับบทนี้เพราะความซื่อตรง โดยบอกผู้ผลิตว่าเขาอยากไปประชุมลูกเสือมากกว่าการมาคัดตัว ซึ่งผู้ผลิตมองว่าบุคลิกที่ตรงไปตรงมานี้เหมาะสมกับตัวละคร Beaver อย่างยิ่ง
ข่าวลือเรื่องการเสียชีวิตในสงครามเวียดนามเป็นเรื่องจริงหรือไม่?
ไม่เป็นความจริง Jerry Mathers ไม่เคยถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่นอกสหรัฐอเมริกา และเขาเคยนำเรื่องนี้มาล้อเลียนในรายการ Saturday Night Live เพื่อยืนยันว่าเขายังมีชีวิตอยู่
เขามีผลงานอะไรหลังจากจบซีรีส์ Leave It to Beaver ในช่วงแรก?
เขาหันไปให้ความสำคัญกับการศึกษาและรับใช้ชาติในกองทัพอากาศ ก่อนจะกลับมาแสดงละครเวที และกลับมารับบทเดิมใน Still the Beaver และ The New Leave It to Beaver ในช่วงทศวรรษ 1980
Jerry Mathers รับมือกับโรคเบาหวานอย่างไร?
เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานประเภท 2 ในปี 1996 และใช้วิธีเข้าโปรแกรมลดน้ำหนักตามคำแนะนำของแพทย์จนลดน้ำหนักได้กว่า 40 ปอนด์ และกลายเป็นโฆษกให้โปรแกรมสุขภาพในเวลาต่อมา