← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
JL

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Jessica Lai ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาและภูมิปัญญาท้องถิ่นระดับโลก

Jessica Lai ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาและภูมิปัญญาท้องถิ่นระดับโลก ในโลกที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมักเดินสวนทางกับการอนุรักษ์รากเหง้าทางวัฒนธรรม Jessica Lai ศาสตร…

Jessica Laiทรัพย์สินทางปัญญาภูมิปัญญาท้องถิ่นMātauranga Māori

Jessica Lai ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาและภูมิปัญญาท้องถิ่นระดับโลก

ในโลกที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมักเดินสวนทางกับการอนุรักษ์รากเหง้าทางวัฒนธรรม Jessica Lai ศาสตราจารย์เต็มตัวจาก Victoria University of Wellington ได้ก้าวเข้ามาเป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมโยงโลกของกฎหมายสมัยใหม่เข้ากับคุณค่าของภูมิปัญญาดั้งเดิม เธอเป็นนักวิชาการชาวนิวซีแลนด์ผู้มีความเชี่ยวชาญโดดเด่นในด้านปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Rights) และความรู้ของกลุ่มชาติพันธุ์

เส้นทางจากนักเคมีสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

พื้นฐานการศึกษาของ Jessica Lai มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเธอเริ่มต้นเส้นทางสายวิชาการในฐานะนักวิทยาศาสตร์ โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านเคมีในปี 2009 จาก Victoria University of Wellington ซึ่งวิทยานิพนธ์ของเธอเน้นเรื่องการใช้แคลเซียมซิลิเกตโครงสร้างนาโนในเซลล์แสงอาทิตย์

ต่อมาเธอได้เปลี่ยนทิศทางสู่สายกฎหมายจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Doctor of Law) ในปี 2013 จาก University of Lucerne และได้ต่อยอดประสบการณ์ผ่านการวิจัยหลังปริญญาเอก รวมถึงได้รับทุน fellowship จาก Swiss National Science Foundation เพื่อทำงานที่สถาบัน Max-Planck Institute for Innovation and Competition ในเมืองมิวนิก ก่อนจะกลับมาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ School of Accounting and Commercial Law ของมหาวิทยาลัยเดิมในนิวซีแลนด์

จุดเน้นของการวิจัยและผลงานทางวิชาการ

งานวิจัยหลักของ Jessica Lai มุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ว่าระบบทรัพย์สินทางปัญญาของตะวันตกส่งผลกระทบอย่างไรต่อ Mātauranga Māori หรือระบบความรู้ดั้งเดิมของชาวเมารี เธอให้ความสำคัญกับการตรวจสอบว่าระบบสิทธิบัตรจัดการกับเทคโนโลยีที่มีประเด็นเปราะบางอย่างไร เช่น เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับยีน

นอกเหนือจากเรื่องชาติพันธุ์ เธอยังขยายขอบเขตการศึกษาไปยังเรื่อง กฎหมายและสตรีนิยม (Law and Feminism) โดยวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำระหว่างเพศในสาขา STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) รวมถึงการตั้งคำถามถึงอคติทางเพศในการบริหารจัดการความรู้

ในด้านสาธารณะ Jessica ได้เขียนบทความวิเคราะห์ประเด็นที่ใกล้ตัวผู้บริโภค เช่น การติดฉลากระบุประเทศต้นกำเนิดสินค้า และการชี้แจงความแตกต่างระหว่างเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายรับรองในกรณีของ 'Rainbow tick'

ความสำเร็จและรางวัลเกียรติยศ

ด้วยผลงานที่โดดเด่น เธอได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยที่สำคัญหลายครั้ง โดยในปี 2018 เธอและ Susie Frankel ได้รับทุน Marsden เพื่อศึกษาเรื่อง "Mission Creep" ในอุตสาหกรรมยา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการสร้างนวัตกรรมและสุขภาพของประชาชน และในปี 2021 เธอได้รับรางวัล Rutherford Discovery Fellowship สำหรับโครงการวิเคราะห์เชิงวิพากษ์เกี่ยวกับการกำกับดูแลความรู้และอำนาจของสิทธิบัตร

สรุปข้อมูลสำคัญของ Jessica Lai
หัวข้อ รายละเอียด
ตำแหน่งปัจจุบัน ศาสตราจารย์ (Full Professor) ที่ Victoria University of Wellington
ความเชี่ยวชาญ ทรัพย์สินทางปัญญา, ภูมิปัญญาท้องถิ่น, กฎหมายและสตรีนิยม
การศึกษาสูงสุด Doctor of Law (University of Lucerne) และ MSc Chemistry
รางวัลสำคัญ Rutherford Discovery Fellowship, Marsden grant

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผสานความรู้ด้าน เคมี และ กฎหมาย เข้าด้วยกัน
  • มุ่งเน้นการปกป้อง Mātauranga Māori จากการถูกนำไปใช้โดยไม่เหมาะสมในระบบสิทธิบัตร
  • วิจัยเรื่องอคติทางเพศในระบบการจดสิทธิบัตรและการจัดการความรู้
  • มีผลงานเขียนหนังสือและบทความวิชาการจำนวนมากเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมและกฎหมายสิทธิบัตร
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Jessica Lai เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?

เธอเชี่ยวชาญด้านจุดตัดระหว่างกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะการปกป้องความรู้ดั้งเดิมของชาวเมารี รวมถึงการศึกษาเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในแวดวงกฎหมายและวิทยาศาสตร์

พื้นฐานการศึกษาก่อนมาเป็นนักกฎหมายของเธอคืออะไร?

เธอเริ่มต้นจากการเป็นนักเคมี โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านเคมี ซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับวัสดุนาโนสำหรับเซลล์แสงอาทิตย์ ก่อนจะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกด้านกฎหมาย

ผลงานวิจัยเรื่อง 'Mission Creep' คืออะไร?

เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุน Marsden ในปี 2018 เพื่อศึกษาการขยายขอบเขตการคุ้มครองสิทธิบัตรที่เกินความจำเป็นในอุตสาหกรรมยา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงยารักษาโรคและนวัตกรรมทางสุขภาพ

เธอมีบทบาทอย่างไรในการขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ?

เธอวิจัยและเขียนบทความเกี่ยวกับอคติทางเพศในระบบการกำกับดูแลความรู้ และวิเคราะห์ความแตกต่างในการปฏิบัติระหว่างชายและหญิงในสาขา STEM รวมถึงการใช้สิทธิบัตรในฐานะเครื่องมือที่สะท้อนถึงบทบาททางเพศ