Jihad Khazen นักข่าวและบรรณาธิการผู้ทรงอิทธิพลแห่งโลกอาหรับ
ในแวดวงสื่อมวลชนระดับนานาชาติ ชื่อของ Jihad Khazen เป็นที่รู้จักในฐานะปัญญาชนและบรรณาธิการผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสื่อภาษาอังกฤษและภาษาอาหรับ เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้รายงานข่าว แต่ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและบริหารหนังสือพิมพ์ชั้นนำหลายฉบับที่ส่งผลต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในภูมิภาคตะวันออกกลางและทั่วโลก

เส้นทางชีวิตจากปาเลสไตน์สู่เลบานอน
Jihad Khazen เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1939 ณ ประเทศปาเลสไตน์ โดยมีพื้นเพดั้งเดิมมาจากเมืองรามัลลาห์ (Ramallah) ในช่วงวัยเด็ก ชีวิตของเขาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเมื่อบิดาซึ่งประกอบอาชีพจัดหาอาหารให้กองทัพ ถูกสังหารในการโจมตีโดยกลุ่มติดอาวุธชาวยิว เหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนั้นทำให้ครอบครัวของเขาต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศเลบานอนอย่างถาวรหลังปี ค.ศ. 1948 และได้รับสัญชาติเลบานอนในเวลาต่อมา
การศึกษาและการบ่มเพาะทางปัญญา
ด้านการศึกษา Khazen ให้ความสำคัญกับความรู้ทางรัฐศาสตร์และวรรณกรรมอย่างมาก โดยเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้าน Political Science (รัฐศาสตร์) ในปี ค.ศ. 1963 และคว้าปริญญาโทด้านวรรณกรรมอาหรับจาก American University of Beirut ในปี ค.ศ. 1975 นอกจากนี้ เขายังได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์ที่ Georgetown University แม้ว่าจะไม่ได้สำเร็จหลักสูตรในท้ายที่สุด แต่พื้นฐานทางวิชาการเหล่านี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในอาชีพนักเขียนและบรรณาธิการของเขา
บทบาทการทำงานในสายสื่อมวลชนระดับโลก
เส้นทางอาชีพของ Khazen เริ่มต้นจากการทำงานที่สำนักข่าว Reuters (รอยเตอร์) ในเบรุต โดยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการและหัวหน้ากะ ซึ่งเขาทำงานที่นี่ควบคู่ไปกับการก้าวขึ้นเป็นบรรณาธิการบริหารของหนังสือพิมพ์ The Daily Star และยังได้ร่วมมือกับ Ghassan Tueni ในการจัดทำ Al-Nahar Arab Report ในช่วงต้นทศวรรษ 1970
อย่างไรก็ตาม สงครามกลางเมืองในเลบานอนส่งผลให้ The Daily Star ต้องปิดตัวลง ทำให้ Khazen จำเป็นต้องลี้ภัยไปยังกรุงลอนดอนในปี ค.ศ. 1975 ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายสื่อในระดับสากล
การบุกเบิกสื่อในซาอุดีอาระเบียและลอนดอน
ในปี ค.ศ. 1975 Khazen ได้ร่วมกับ Hisham Hafez และ Muhammad Hafez ก่อตั้ง Arab News ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับแรกในซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายในขณะนั้นที่ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเป็นบรรณาธิการบริหาร เขาจึงรับหน้าที่เป็นผู้จัดการทั่วไปแทน ต่อมาในปี ค.ศ. 1978 เขาได้ร่วมก่อตั้งหนังสือพิมพ์ Al-Sharq al-Awsat ในลอนดอน โดยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารและนักเขียนจนถึงปี ค.ศ. 1986
นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 1988 เขาได้ก้าวเข้าสู่หนังสือพิมพ์ Al-Hayat โดยเริ่มจากการเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร และขยับขึ้นเป็นบรรณาธิการบริหารในเวลาต่อมา จนกระทั่งปี ค.ศ. 1998 เขาได้ส่งต่อตำแหน่งบรรณาธิการให้แก่ George Semaan แต่ยังคงเขียนคอลัมน์ประจำที่ชื่อว่า "Eyoon wa Azan" อย่างต่อเนื่อง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สัญชาติ: เลบานอน (กำเนิดในปาเลสไตน์)
- ตำแหน่งสำคัญ: อดีตบรรณาธิการบริหารของ The Daily Star, Arab News, Al-Sharq al-Awsat และ Al-Hayat
- ผลงานเขียน: ผู้เขียนหนังสือ "Sabah al Kahyr" (1985) และ "Neoconservatives and Christian Zionism" (2005)
- บทบาทที่ปรึกษา: เป็นสมาชิกคณะกรรมการในองค์กรระดับโลก เช่น ธนาคารโลก (World Bank) และสถาบันความคิดอาหรับ (Arab Thought Foundation)
| ปี (ค.ศ.) | เหตุการณ์ / ผลงาน | บทบาท / สำนักพิมพ์ |
|---|---|---|
| 1963 | จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ | American University of Beirut |
| 1975 | ก่อตั้ง Arab News | ผู้จัดการทั่วไป |
| 1978 | ก่อตั้ง Al-Sharq al-Awsat | บรรณาธิการบริหาร |
| 1985 | ตีพิมพ์หนังสือ Sabah al Kahyr | Saudi Research and Marketing Company |
| 1988 | บริหารงานที่ Al-Hayat | ประธานบอร์ด / บรรณาธิการบริหาร |
| 2005 | ตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับ Neoconservatives | Dar al saqii |
คำถามที่พบบ่อย
Jihad Khazen มีความเกี่ยวข้องกับประเทศใดบ้าง?
เขาเกิดในปาเลสไตน์ (เมืองรามัลลาห์) แต่ได้ย้ายถิ่นฐานและถือสัญชาติเลบานอน รวมถึงใช้ชีวิตและทำงานในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นเวลานาน
บทบาทที่โดดเด่นที่สุดของเขาในวงการสื่อคืออะไร?
เขาเป็นบรรณาธิการบริหารของหนังสือพิมพ์ชั้นนำหลายฉบับ เช่น The Daily Star, Arab News, Al-Sharq al-Awsat และ Al-Hayat ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงในโลกอาหรับ
ทำไมเขาถึงไม่ได้รับตำแหน่งบรรณาธิการบริหารที่ Arab News ในช่วงแรก?
เนื่องจากกฎหมายของประเทศซาอุดีอาระเบียในขณะนั้น ไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ได้ถือสัญชาติซาอุดีอาระเบียดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร เขาจึงรับหน้าที่เป็นผู้จัดการทั่วไปแทน
เขามีผลงานเขียนประเภทหนังสือหรือไม่?
มี โดยผลงานที่สำคัญ ได้แก่ หนังสือ "Sabah al Kahyr" (อรุณสวัสดิ์) ในปี 1985 และหนังสือที่วิเคราะห์เกี่ยวกับกลุ่มนีโอคอนเซอร์เวทีฟและไซออนิสต์คริสเตียนในปี 2005
เขามีบทบาทในองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ หรือไม่?
ใช่ เขาเคยเป็นสมาชิกคณะที่ปรึกษาของธนาคารโลก (World Bank) สำหรับภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ รวมถึงเป็นกรรมการในสถาบันความคิดอาหรับ และสภาเพื่อการปรับปรุงความเข้าใจระหว่างอาหรับและอังกฤษ (CABU)