← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Jill Carroll จากนักข่าวสงครามสู่การเป็นนักดับเพลิง: เรื่องราวการถูกลักพาตัวในอิรัก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Jill Carroll จากนักข่าวสงครามสู่การเป็นนักดับเพลิง: เรื่องราวการถูกลักพาตัวในอิรัก

Jill Carroll จากนักข่าวสงครามสู่การเป็นนักดับเพลิง: เรื่องราวการถูกลักพาตัวในอิรัก เรื่องราวของ Jill Carroll ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกของนักข่าวคนหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นท…

Jill Carrollจิล แคร์โรลล์นักข่าวถูกลักพาตัวสงครามอิรัก

Jill Carroll จากนักข่าวสงครามสู่การเป็นนักดับเพลิง: เรื่องราวการถูกลักพาตัวในอิรัก

เรื่องราวของ Jill Carroll ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกของนักข่าวคนหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย แต่เป็นมหากาพย์แห่งการเอาชีวิตรอด การต่อสู้ทางจิตวิทยา และการเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตอย่างสิ้นเชิง จากผู้รายงานข่าวเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง สู่การเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงผู้เสียสละในเวลาต่อมา

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสายสื่อสารมวลชน

Jill Carroll เกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ. 1977 ที่เมืองแอนอาร์เบอร์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เธอมีความหลงใหลในงานข่าวตั้งแต่วัยเยาว์ โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวารสารศาสตร์จาก University of Massachusetts Amherst ในปี 1999

ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ เธอสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นผู้ช่วยรายงานข่าวที่ The Wall Street Journal ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และทำงานให้กับ States News Service ก่อนจะขยับขยายโอกาสไปทำงานที่ The Jordan Times ในกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน และในที่สุดเธอก็ได้เดินทางเข้าสู่ประเทศอิรักในช่วงเริ่มต้นของการรุกรานโดยสหรัฐฯ ในปี 2003 เพื่อรายงานข่าวให้กับสำนักข่าวหลายแห่ง รวมถึง Christian Science Monitor

Content image

เหตุการณ์ลักพาตัวที่ช็อกโลก

วันที่ 7 มกราคม 2006 กลายเป็นวันที่เปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล ขณะที่ Carroll พร้อมด้วยคนขับรถและล่าม เดินทางไปยังย่าน Al-Adel ในกรุงแบกแดด เพื่อสัมภาษณ์ Adnan al-Dulaimi นักการเมืองชาวซุนนี แต่เมื่อพบว่าเป้าหมายไม่อยู่ในสำนักงาน ระหว่างทางกลับพวกเขาถูกกลุ่มชายชุดดำซุ่มโจมตี

เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 15 วินาที คนขับรถสามารถหนีรอดไปได้ แต่ Carroll ถูกลักพาตัวไป ส่วน Alan Enwiyah ล่ามวัย 32 ปี ถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ Carroll กลายเป็นนักข่าวต่างชาติคนที่ 36 ที่ถูกจับเป็นตัวประกันในอิรักนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

การกดดันและการเรียกร้องผ่านวิดีโอ

กลุ่มผู้ลักพาตัวที่เรียกตนเองว่า "Brigades of Vengeance" ได้ใช้สื่ออย่าง Al Jazeera ในการเผยแพร่วิดีโอของ Carroll เพื่อกดดันรัฐบาลสหรัฐฯ โดยมีข้อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษหญิงชาวอิรักทั้งหมด หากไม่ปฏิบัติตามจะสังหารเธอทิ้ง

  • วิดีโอแรก: ปรากฏตัวแบบไม่มีเสียง พร้อมคำขู่ให้ปล่อยตัวนักโทษหญิงภายใน 72 ชั่วโมง
  • วิดีโอที่สอง: ปรากฏภาพเธอกำลังร้องไห้และสวมผ้าคลุมศีรษะ ย้ำคำขอเดิมเรื่องนักโทษหญิง
  • วิดีโอที่สาม: ปรากฏตัวในชุดอิสลามเต็มยศ อ้อนวอนให้ผู้สนับสนุนทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเธอให้เป็นอิสระ

การระดมความช่วยเหลือระดับนานาชาติ

การหายตัวไปของ Carroll ก่อให้เกิดกระแสความเห็นใจไปทั่วโลก มีการเคลื่อนไหวจากหลายภาคส่วน ตั้งแต่สมาคมอิสลามในสหรัฐฯ (CAIR), กลุ่มฮามาส, ไปจนถึงกลุ่ม Brotherhood ในอียิปต์ นอกจากนี้ในกรุงโรมยังมีการติดป้ายประกาศขนาดใหญ่เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวเธอ และในปารีส องค์กร Reporters Without Borders (นักข่าวไร้พรมแดน) ได้ปล่อยลูกโป่งสีขาว 30 ลูก เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนจำนวนวันที่เธอถูกคุมขัง

อิสรภาพและการเผชิญหน้ากับความจริง

ในวันที่ 30 มีนาคม 2006 Jill Carroll ได้รับอิสรภาพและเดินทางไปยังสำนักงานพรรคอิสลามอิรักในแบกแดดเพื่อขอความช่วยเหลือในการเดินทางกลับ อย่างไรก็ตาม หลังการปล่อยตัวได้มีวิดีโอเผยแพร่ออกมาซึ่งเธอกล่าววิจารณ์สหรัฐฯ และชื่นชมกลุ่มผู้ก่อการร้าย

ต่อมาเธอได้ชี้แจงผ่าน Christian Science Monitor ว่าคำพูดเหล่านั้นเกิดจากการถูกบังคับภายใต้ความกลัวตาย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ตัวประกันมักต้องทำเพื่อรักษาชีวิต โดยเธอระบุว่าผู้ลักพาตัวคือ "อาชญากร" และเธอยังคงโกรธแค้นต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

ชีวิตหลังวิกฤตและการเปลี่ยนสายอาชีพ

หลังจากกลับถึงสหรัฐฯ Carroll ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การถูกคุมขังผ่านบทความซีรีส์ 11 ตอน และได้รับรางวัล Courage in Journalism Award จาก International Women's Media Foundation นอกจากนี้เธอยังได้เข้าศึกษาในหลักสูตร Fellowship ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพื่อวิจัยเรื่องการลดลงของสำนักข่าวต่างประเทศ

ท้ายที่สุด เธอตัดสินใจอำลาอาชีพสื่อมวลชนในปี 2008 และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบทบาทที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง โดยเข้าฝึกอบรมเพื่อเป็น นักดับเพลิง กับหน่วยงาน Fairfax County Fire and Rescue Department

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ระยะเวลาถูกคุมขัง: ประมาณ 3 เดือน (7 มกราคม - 30 มีนาคม 2006)
  • กลุ่มผู้ลักพาตัว: Brigades of Vengeance
  • ความสูญเสีย: Alan Enwiyah (ล่าม) ถูกสังหารระหว่างการลักพาตัว
  • จุดเปลี่ยนอาชีพ: จากนักข่าวสงครามสู่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในปี 2008
  • รางวัลเกียรติยศ: Courage in Journalism Award ปี 2006
สรุปไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญของ Jill Carroll
ปี/วันที่ เหตุการณ์ รายละเอียด
1999 สำเร็จการศึกษา ปริญญาตรีวารสารศาสตร์ จาก UMass Amherst
7 ม.ค. 2006 ถูกลักพาตัว ถูกจับตัวในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก
30 มี.ค. 2006 ได้รับอิสรภาพ ถูกปล่อยตัวโดยไม่ได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย
สิงหาคม 2006 ถ่ายทอดประสบการณ์ เขียนบทความ 11 ตอนเกี่ยวกับชีวิตในฐานะตัวประกัน
19 ส.ค. 2008 เปลี่ยนอาชีพ เริ่มฝึกอบรมเป็นนักดับเพลิงที่ Fairfax County
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Jill Carroll ถูกลักพาตัวที่ไหนและอย่างไร?

เธอถูกลักพาตัวในย่าน Al-Adel กรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2006 ขณะเดินทางไปสัมภาษณ์นักการเมืองชาวซุนนี โดยถูกกลุ่มชายชุดดำซุ่มโจมตีและจับตัวไปอย่างรวดเร็ว

กลุ่มผู้ลักพาตัวเรียกร้องอะไรเพื่อแลกกับอิสรภาพของเธอ?

กลุ่มที่เรียกตนเองว่า Brigades of Vengeance เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปล่อยตัวนักโทษหญิงชาวอิรักทั้งหมดที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำของสหรัฐฯ

วิดีโอที่เธอกล่าวชื่นชมผู้ลักพาตัวเป็นความจริงหรือไม่?

ไม่ใช่ความจริง Jill Carroll ยืนยันภายหลังว่าเธอถูกบังคับให้พูดเช่นนั้นเพื่อแลกกับอิสรภาพและเพราะความกลัวตาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ตัวประกันมักถูกบังคับให้ทำเพื่อความอยู่รอด

ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการลักพาตัวครั้งนี้?

ในปี 2008 กองทัพสหรัฐฯ ได้จับกุม Salim Abdallah Ashur al-Shujayri (หรือ Abu Uthman) สมาชิกกลุ่มอัลกออิดะห์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้วางแผนการลักพาตัวในครั้งนี้

ปัจจุบัน Jill Carroll ทำอาชีพอะไร?

หลังจากเกษียณจากงานวารสารศาสตร์ในปี 2008 เธอได้เปลี่ยนสายอาชีพไปเป็นนักดับเพลิง โดยสังกัดหน่วยงาน Fairfax County Fire and Rescue Department

Jill Carroll จากนักข่าวสงครามสู่การเป็นนักดับเพลิง: เรื่องราวการถูกลักพาตัวในอิรัก | hmn.in.th