Jo Goodhew เส้นทางชีวิตจากพยาบาลสู่บทบาทนักการเมืองหญิงผู้ทรงอิทธิพลของนิวซีแลนด์
Jo Goodhew (หรือ Joanne Gay Goodhew) เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองของประเทศนิวซีแลนด์ ผู้ซึ่งผสานประสบการณ์ด้านสาธารณสุขเข้ากับการบริหารบ้านเมืองได้อย่างโดดเด่น โดยเธอได้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (Member of Parliament) ต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปี 2017 ในนามของพรรค National
ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง Jo Goodhew มีพื้นฐานทางวิชาชีพที่แข็งแกร่งในด้านการพยาบาล เธอสำเร็จการศึกษาจาก Otago Polytechnic และเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นพยาบาลวิชาชีพ ก่อนจะผันตัวไปเป็นอาจารย์สอนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ Aoraki Polytechnic นอกจากนี้เธอยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรด้านสุขภาพต่างๆ ในภูมิภาค Otago ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการทำงานเพื่อสังคมในเวลาต่อมา

เส้นทางการเมืองและการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี
Jo Goodhew เริ่มต้นบทบาททางการเมืองในปี 2005 โดยลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต Aoraki และได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต่อมาในปี 2008 แม้จะมีการปรับเปลี่ยนเขตเลือกตั้งใหม่เป็นเขต Rangitata ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าอาจทำให้พรรค National เสียเปรียบ แต่เธอกลับสามารถคว้าชัยชนะได้ด้วยคะแนนเสียงที่ทิ้งห่างคู่แข่งมากขึ้น
ในช่วงปี 2009 เธอได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง Junior Government Whip (วิปพรรคระดับรอง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลระเบียบวินัยและการลงมติของสมาชิกในสภา) และต่อมาในปี 2011 เธอได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีนอกคณะรัฐมนตรี (Minister outside of Cabinet) โดยรับผิดชอบพอร์ตโฟลิโอสำคัญ ได้แก่ ภาคส่วนชุมชนและอาสาสมัคร, ผู้สูงอายุ และกิจการสตรี
ความสำเร็จของเธอพุ่งสูงขึ้นในการเลือกตั้งปี 2014 เมื่อเธอสามารถเอาชนะคู่แข่งจากพรรค Labour ได้อย่างขาดลอย และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้านความปลอดภัยทางอาหาร (Minister for Food Safety) พร้อมทั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและอุตสาหกรรมขั้นปฐมภูมิ
การอำลาตำแหน่งและการทำงานเพื่อสังคมในระดับท้องถิ่น
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม 2016 เมื่อมีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ภายหลังการลาออกของนายกรัฐมนตรี John Key ส่งผลให้ Jo Goodhew ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี และในเวลาต่อมาเธอได้ประกาศตัดสินใจเกษียณอายุทางการเมืองในปี 2017 โดยมี Andrew Falloon เข้ามาดำรงตำแหน่งแทนในเขต Rangitata
แม้จะอำลาบทบาทในสภาผู้แทนราษฎร แต่ความมุ่งมั่นในการทำงานด้านสาธารณสุขของเธอยังคงดำเนินต่อไป โดยในปี 2019 Jo Goodhew ได้ลงสมัครและได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ South Canterbury District Health Board (คณะกรรมการสุขภาพเขต South Canterbury) เพื่อนำความรู้และประสบการณ์กลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- อาชีพเริ่มต้น: พยาบาลวิชาชีพและอาจารย์สอนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ
- สังกัดพรรค: พรรค National
- เขตเลือกตั้ง: Aoraki (2005–2008) และ Rangitata (2008–2017)
- ตำแหน่งสูงสุด: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงภาคส่วนชุมชนและอาสาสมัคร และรัฐมนตรีด้านความปลอดภัยทางอาหาร
- บทบาทหลังการเมือง: กรรมการบริหารด้านสุขภาพเขต South Canterbury
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง | บทบาท/เขตเลือกตั้ง |
|---|---|---|
| 2005 – 2008 | สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร | เขต Aoraki |
| 2008 – 2017 | สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร | เขต Rangitata |
| 2009 – 2011 | Junior Government Whip | ผู้ดูแลระเบียบวินัยพรรค |
| 2011 – 2016 | รัฐมนตรี | ภาคส่วนชุมชนและอาสาสมัคร |
| 2014 – 2016 | รัฐมนตรี | ความปลอดภัยทางอาหาร |
| 2019 – ปัจจุบัน | กรรมการบริหาร | South Canterbury District Health Board |
คำถามที่พบบ่อย
Jo Goodhew เริ่มต้นอาชีพก่อนเข้าสู่การเมืองอย่างไร?
เธอเริ่มต้นจากการเป็นพยาบาลวิชาชีพ โดยสำเร็จการศึกษาจาก Otago Polytechnic และเคยทำงานเป็นอาจารย์สอนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ Aoraki Polytechnic รวมถึงทำงานร่วมกับองค์กรสุขภาพต่างๆ ในภูมิภาค Otago
เธอได้รับเลือกตั้งในเขตใดบ้าง?
เธอได้รับเลือกตั้งครั้งแรกในเขต Aoraki ในปี 2005 และต่อมาได้ย้ายมาดูแลเขต Rangitata ตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปี 2017
ตำแหน่งรัฐมนตรีที่สำคัญที่สุดของเธอคืออะไร?
เธอโดดเด่นในบทบาทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงภาคส่วนชุมชนและอาสาสมัคร (Minister for the Community and Voluntary Sector) และรัฐมนตรีด้านความปลอดภัยทางอาหาร (Minister for Food Safety)
เหตุใดเธอจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง?
หลังจากสูญเสียตำแหน่งรัฐมนตรีในการปรับคณะรัฐมนตรีช่วงปลายปี 2016 เธอจึงตัดสินใจประกาศเกษียณอายุทางการเมืองและไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2017
ปัจจุบัน Jo Goodhew ทำงานด้านใด?
หลังจากออกจากสภาผู้แทนราษฎร เธอได้กลับมาทำงานด้านสาธารณสุขอีกครั้ง โดยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ South Canterbury District Health Board ในปี 2019