← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Joachim Gauck อดีตประธานาธิบดีเยอรมนี ผู้ต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Joachim Gauck อดีตประธานาธิบดีเยอรมนี ผู้ต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย

Joachim Gauck อดีตประธานาธิบดีเยอรมนี ผู้ต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย Joachim Gauck คือรัฐบุรุษผู้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านของเยอรมนี จากยุคเผด็จการคอมมิวนิสต์สู่ร…

Joachim GauckประธานาธิบดีเยอรมนีStasiประวัติศาสตร์เยอรมนี

Joachim Gauck อดีตประธานาธิบดีเยอรมนี ผู้ต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย

Joachim Gauck คือรัฐบุรุษผู้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านของเยอรมนี จากยุคเผด็จการคอมมิวนิสต์สู่ระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคง เขาไม่ได้เริ่มต้นเส้นทางจากการเป็นนักการเมืองอาชีพ แต่เริ่มต้นจากการเป็นศิษยาภิบาลในคริสตจักรลูเธอรัน และกลายเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองที่โดดเด่นในเยอรมนีตะวันออก ซึ่งความมุ่งมั่นในการต่อสู้เพื่อความถูกต้องนี้เองที่นำเขาไปสู่ตำแหน่งสูงสุดของประเทศในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีระหว่างปี 2012 ถึง 2017

Content image

รากฐานชีวิตและการหล่อหลอมตัวตนในเยอรมนีตะวันออก

ชีวิตของ Gauck ถูกหล่อหลอมด้วยประสบการณ์อันเจ็บปวดของครอบครัว เขาเกิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม 1940 ที่เมืองรอสต็อก โดยมีบิดาเป็นกัปตันเรือผู้เชี่ยวชาญ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1951 เมื่อบิดาของเขาถูกกองกำลังโซเวียตจับกุมในข้อหาจารกรรมและต่อต้านโซเวียต เพียงเพราะการได้รับจดหมายจากตะวันตกและครอบครองวารสารทางเรือของฝั่งตะวันตก บิดาของเขาถูกส่งไปยัง Gulag (ค่ายกักกันแรงงานในโซเวียต) ที่ไซบีเรีย และต้องเผชิญกับการทารุณกรรมจนกลายเป็นผู้พิการทางร่างกายก่อนจะได้รับอิสรภาพในปี 1955

ประสบการณ์นี้ทำให้ Gauck เติบโตมาพร้อมกับทัศนคติที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างแรงกล้า เขาปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกลุ่มเยาวชนของพรรคคอมมิวนิสต์ (SED) และเนื่องจากจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน เขาจึงถูกกีดกันไม่ให้เรียนด้านวารสารศาสตร์ตามที่ตั้งใจ ทำให้เขาเลือกเรียนด้านเทววิทยาแทน เพราะคริสตจักรเป็นหนึ่งในไม่กี่สถาบันที่อุดมการณ์มาร์กซิสต์-เลนินิสต์ไม่สามารถครอบงำได้อย่างเบ็ดเสร็จ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเป็นศิษยาภิบาล เขาถูก Stasi (ตำรวจลับของเยอรมนีตะวันออก) เฝ้าติดตามและคุกคามอย่างต่อเนื่อง โดยถูกระบุในแฟ้มประวัติว่าเป็น "ผู้ต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ไม่อาจแก้ไขได้"

Content image

บทบาทในการปฏิวัติอย่างสงบและการชำระประวัติศาสตร์

ในช่วงการปฏิวัติอย่างสงบ (Peaceful Revolution) ปี 1989 Gauck ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและโฆษกของ New Forum ซึ่งเป็นขบวนการต่อต้านระบอบคอมมิวนิสต์ในเยอรมนีตะวันออก และได้มีส่วนร่วมในการประท้วงครั้งใหญ่เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย หลังการรวมประเทศในปี 1990 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (Bundestag) แต่ดำรงตำแหน่งเพียงวันเดียว ก่อนจะได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญในการเป็น Federal Commissioner for the Stasi Records หรือผู้ตรวจการบันทึกข้อมูลของตำรวจลับ Stasi

ในตำแหน่งนี้ Gauck ทำหน้าที่เปิดโปงอาชญากรรมของตำรวจลับคอมมิวนิสต์ โดยการจัดการคลังเอกสารมหาศาลเพื่อให้เหยื่อและประชาชนได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับความโหดร้ายของระบอบเก่า ซึ่งทำให้เขาได้รับความเคารพอย่างสูงในฐานะ "ผู้ล่า Stasi" และเป็นผู้ที่ช่วยให้สังคมเยอรมันก้าวข้ามบาดแผลในอดีตผ่านการเผชิญหน้ากับความจริง

Content image

เส้นทางสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งเยอรมนี

แม้จะได้รับความนิยมอย่างสูง แต่ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2010 Gauck พ่ายแพ้ในการลงคะแนนรอบที่สามให้กับ Christian Wulff อย่างไรก็ตาม เมื่อ Wulff ลาออกจากตำแหน่งในปี 2012 Gauck จึงได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมัครร่วมจากพรรคการเมืองหลักเกือบทุกพรรค (ยกเว้นพรรค Die Linke ซึ่งเป็นทายาทของพรรคคอมมิวนิสต์เดิม) และได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีในวันที่ 18 มีนาคม 2012 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น

ตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง Gauck ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ครูผู้สอนเรื่องประชาธิปไตย" และ "ผู้พิทักษ์เสรีภาพ" เขาใช้ตำแหน่งนี้ในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความอดทนอดกลั้น โดยเขามักเน้นย้ำว่าเสรีภาพคือสิ่งที่มีค่าและต้องปกป้องไว้ นอกจากนี้เขายังแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การบอยคอตโอลิมปิกฤดูหนาวที่โซชี ประเทศรัสเซีย ในปี 2014 เพื่อประท้วงการละเมิดสิทธิในรัสเซีย

Content image

ทัศนะทางการเมืองและผลงานทางวิชาการ

Gauck มีจุดยืนเป็น Liberal Conservative (อนุรักษนิยมเสรีนิยม) เขาเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจแบบตลาดและประชาธิปไตยที่โปร่งใส เขาเป็นผู้ร่วมลงนามในปฏิญญากรุงปราก (Prague Declaration) เพื่อรณรงค์ให้ยุโรปตระหนักถึงอาชญากรรมของลัทธิคอมมิวนิสต์เทียบเท่ากับอาชญากรรมของนาซี นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เขียนหนังสือหลายเล่ม เช่น Freedom: A Plea ซึ่งนำเสนอแนวคิดเรื่องเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน

ในด้านชีวิตส่วนตัว เขาแต่งงานกับ Gerhild Radtke และมีบุตร 4 คน ซึ่งลูกๆ ของเขาบางส่วนต้องลี้ภัยไปยังเยอรมนีตะวันตกในช่วงปลายทศวรรษ 1980 เนื่องจากถูกกีดกันทางการศึกษาจากระบอบคอมมิวนิสต์เพราะบิดาเป็นศิษยาภิบาล ปัจจุบันเขาใช้ชีวิตคู่กับ Daniela Schadt นักข่าวสาวตั้งแต่ปี 2000

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่งสูงสุด: ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (2012–2017)
  • บทบาทเด่น: ผู้ก่อตั้ง New Forum และอดีตผู้ตรวจการบันทึกข้อมูล Stasi
  • จุดยืนหลัก: ต่อต้านระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
  • สถิติที่น่าสนใจ: เป็นสมาชิกสภา Bundestag ที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ (1 วัน)
  • ผลงานเขียน: ผู้เขียนหนังสือ Freedom: A Plea และร่วมเขียน The Black Book of Communism
สรุปไทม์ไลน์และบทบาทสำคัญของ Joachim Gauck
ช่วงปี บทบาท/ตำแหน่ง ความสำคัญ
1940 เกิดที่เมืองรอสต็อก เติบโตในเยอรมนีตะวันออกภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์
1989 ผู้ร่วมก่อตั้ง New Forum นำการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในการปฏิวัติอย่างสงบ
1990–2000 ผู้ตรวจการบันทึกข้อมูล Stasi เปิดโปงอาชญากรรมของตำรวจลับคอมมิวนิสต์
2012–2017 ประธานาธิบดีเยอรมนี เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพและประชาธิปไตยของประเทศ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Joachim Gauck ถึงถูกเรียกว่า "ผู้ล่า Stasi"?

เพราะเขาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการบันทึกข้อมูลของ Stasi ซึ่งมีหน้าที่จัดการและเปิดเผยเอกสารลับของตำรวจลับเยอรมนีตะวันออก เพื่อให้ประชาชนที่เคยถูกสอดแนมหรือตกเป็นเหยื่อได้รับรู้ความจริงและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ

จุดยืนทางการเมืองของ Gauck คืออะไร?

เขาเป็นอนุรักษนิยมเสรีนิยม (Liberal Conservative) ที่สนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบตลาด ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน โดยมีจุดยืนต่อต้านระบอบเผด็จการทุกรูปแบบ โดยเฉพาะลัทธิคอมมิวนิสต์

เหตุใดเขาจึงดำรงตำแหน่งสมาชิกสภา Bundestag เพียงวันเดียว?

เนื่องจากเขาได้รับเลือกเข้าสู่สภาในกระบวนการรวมประเทศ แต่หลังจากนั้นเพียงหนึ่งวัน เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนพิเศษของรัฐบาลในการจัดการบันทึกข้อมูล Stasi ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนและสำคัญกว่าในขณะนั้น

ความสัมพันธ์ระหว่าง Gauck กับ Angela Merkel เป็นอย่างไร?

Angela Merkel ให้การยอมรับในตัวเขาอย่างสูง โดยยกย่องว่าเขาเป็น "ครูผู้สอนเรื่องประชาธิปไตยที่แท้จริง" และเป็นผู้สนับสนุนเสรีภาพและความยุติธรรมอย่างไม่ย่อท้อ

อะไรคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เขาต่อสู้เพื่อเสรีภาพ?

แรงผลักดันหลักมาจากประสบการณ์ในวัยเด็กที่เห็นบิดาถูกจับกุมและส่งไปยังค่ายกักกัน Gulag ในไซบีเรีย ซึ่งทำให้เขาตระหนักถึงความไม่ยุติธรรมของระบอบสังคมนิยมตั้งแต่อายุ 9 ขวบ