Jock Phillips นักประวัติศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพลและบรรณาธิการแห่ง Te Ara
Jock Phillips หรือชื่อเต็มคือ John Oliver Crompton Phillips เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงวิชาการของนิวซีแลนด์ โดยมีบทบาทโดดเด่นในฐานะนักประวัติศาสตร์ นักเขียน และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำสารานุกรม ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุดคือการดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารของ Te Ara: The Encyclopedia of New Zealand ซึ่งเป็นสารานุกรมอย่างเป็นทางการของประเทศนิวซีแลนด์ในรูปแบบออนไลน์

เส้นทางสายวิชาการและการทำงาน
Phillips เติบโตและใช้ชีวิตช่วงแรกที่เมืองไครสต์เชิร์ช ก่อนจะเข้าศึกษาต่อจนได้รับปริญญาตรีจาก Victoria University of Wellington และมุ่งหน้าสู่สหรัฐอเมริกาเพื่อคว้าปริญญาโทและปริญญาเอก (PhD) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 1978
หลังจากสำเร็จการศึกษา เขาได้กลับมาถ่ายทอดความรู้ที่ Victoria University of Wellington ในตำแหน่งอาจารย์และนักวิจัยอาวุโสด้านประวัติศาสตร์ นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ก่อตั้ง Stout Research Centre ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยที่จัดตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์ในพินัยกรรมของหลานชาย Robert Stout
บทบาทในหน่วยงานภาครัฐและพิพิธภัณฑ์
ในปี 1989 Phillips ได้ย้ายไปทำงานที่กระทรวงกิจการภายใน (Department of Internal Affairs) โดยดำรงตำแหน่ง Chief Historian (หัวหน้านักประวัติศาสตร์) ในช่วงปี 1989–1997 และ 2000–2002 รวมถึงเคยรักษาการในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปด้านมรดกทางวัฒนธรรม (General Manager, Heritage) อีกด้วย
นอกจากนี้ เขายังมีส่วนสำคัญในการวางรากฐานทางประวัติศาสตร์ให้กับพิพิธภัณฑ์ Museum of New Zealand Te Papa Tongarewa ในช่วงปี 1994–1998 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการปรับโฉมพิพิธภัณฑ์ครั้งใหญ่ก่อนจะย้ายไปยังพื้นที่ริมน้ำแห่งใหม่
การขับเคลื่อนสารานุกรม Te Ara และมุมมองทางประวัติศาสตร์
ในช่วงปี 2002 ถึง 2014 Phillips ได้ทุ่มเทให้กับการบริหารจัดการเนื้อหาของ Te Ara โดยเริ่มจากการเป็นบรรณาธิการทั่วไป (General Editor) และขยับขึ้นเป็นบรรณาธิการจัดการเนื้อหา (Managing Editor of Content) ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและเรียบเรียงองค์ความรู้ของชาติ
ในด้านทัศนะทางประวัติศาสตร์ Phillips ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนคติของชาวนิวซีแลนด์ต่อสงคราม เขาเคยวิเคราะห์ว่าชาวนิวซีแลนด์มักต้องการให้โลกเห็นว่าตนมีส่วนร่วมในภารกิจทางทหาร โดยเฉพาะบทบาทการรักษาสันติภาพ เพื่อสร้างความรู้สึกถึงความเหนือกว่าทางศีลธรรม
เขายังให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับสงครามเวียดนามว่า ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีบทเรียนทางการเมืองและทหาร แต่สำหรับนิวซีแลนด์ สงครามครั้งนั้นกลับนำไปสู่การสร้าง อัตลักษณ์แห่งชาติ (National Identity) ใหม่ โดยเป็นการเปลี่ยนผ่านจากยุคอาณานิคมที่เคยพึ่งพาอังกฤษ ไปสู่การกำหนดบทบาทของตนเองในเวทีโลก
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Victoria University of Wellington และปริญญาเอกจาก Harvard University
- ผลงานหลัก: บรรณาธิการบริหารของ Te Ara: The Encyclopedia of New Zealand
- ตำแหน่งสำคัญ: อดีตหัวหน้านักประวัติศาสตร์ กระทรวงกิจการภายใน นิวซีแลนด์
- ความเชี่ยวชาญ: ประวัติศาสตร์นิวซีแลนด์, ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอัตลักษณ์ของชาวนิวซีแลนด์
| ปีที่ได้รับ | รางวัล / เกียรติยศ | สาขา / เหตุผล |
|---|---|---|
| 2011 | Pou Aronui Award | การบริการด้านมนุษยศาสตร์ (Royal Society of New Zealand) |
| 2013 | Officer of the New Zealand Order of Merit (ONZM) | การวิจัยและการตีพิมพ์ทางประวัติศาสตร์ |
| 2014 | Prime Minister's Award for Literary Achievement | ผลงานเขียนประเภท Non-fiction ในฐานะบรรณาธิการ Te Ara |
คำถามที่พบบ่อย
Jock Phillips มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อสารานุกรม Te Ara?
เขาทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการทั่วไปและบรรณาธิการจัดการเนื้อหา ซึ่งเป็นผู้ควบคุมทิศทางและการรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของนิวซีแลนด์ให้มีความถูกต้องและสมบูรณ์ในรูปแบบออนไลน์
มุมมองของ Phillips ต่อสงครามเวียดนามคืออะไร?
เขามองว่าสงครามเวียดนามเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชาวนิวซีแลนด์เริ่มสร้างอัตลักษณ์ของตนเองแยกจากสหรัฐฯ และอังกฤษ โดยใช้กระแสการต่อต้านสงครามเป็นเครื่องมือในการกำหนดบทบาทหลังยุคอาณานิคม
Phillips เคยทำงานในตำแหน่งใดบ้างในภาครัฐ?
เขาเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้านักประวัติศาสตร์ (Chief Historian) และรักษาการผู้จัดการทั่วไปด้านมรดกทางวัฒนธรรมที่กระทรวงกิจการภายใน รวมถึงเป็นผู้นำด้านแนวคิดทางประวัติศาสตร์ให้กับพิพิธภัณฑ์ Te Papa Tongarewa
ผลงานเขียนที่โดดเด่นของเขามีอะไรบ้าง?
เขามีผลงานหนังสือมากมาย เช่น A History of New Zealand in 100 Objects (2022), Making History: a New Zealand Story (2019) และงานวิจัยเกี่ยวกับทหารนิวซีแลนด์ในสงครามโลกครั้งที่ 1