Jock Ross ผู้ก่อตั้ง Comancheros และตำนานสงครามแก๊งมอเตอร์ไซค์ในออสเตรเลีย
ในโลกของ Outlaw Biker หรือแก๊งมอเตอร์ไซค์นอกกฎหมาย ชื่อของ William George "Jock" Ross คือบุคคลที่ถูกจดจำในฐานะผู้ก่อตั้งและ "ผู้บัญชาการสูงสุด" (Supreme Commander) ของคลับ Comanchero Motorcycle Club ชายผู้เปลี่ยนความรู้ทางทหารให้กลายเป็นอำนาจในการปกครองแก๊ง และเป็นตัวละครหลักในเหตุการณ์นองเลือดที่โด่งดังที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย นั่นคือการสังหารหมู่ที่มิลเพอร์รา (Milperra massacre)
จุดเริ่มต้นจากกลาสโกว์สู่ดินแดนออสเตรเลีย
Jock Ross เกิดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 1943 ในย่าน Gorbals เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชนชั้นแรงงานที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายในยุคนั้น ประสบการณ์ในวัยเด็กหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนแข็งกร้าวและไม่ยอมแพ้ใคร ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่กดดัน
เมื่ออายุ 17 ปี Ross เข้าร่วมกองทัพอังกฤษในหน่วย Royal Engineers (หน่วยทหารช่าง) และรับใช้ชาติเป็นเวลา 7 ปี โดยมีหน้าที่สำคัญในการกู้ระเบิดที่หลงเหลือจากสงครามโลกครั้งที่สองในลิเบีย รวมถึงการวางสนามทุ่นระเบิดในฮ่องกงและเขต protectorate ของอาเดน (เยเมนในปัจจุบัน) หลังจากปลดประจำการอย่างสมเกียรติ เขาได้ย้ายถิ่นฐานมายังรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย โดยเริ่มต้นทำงานเป็นคนขับรถบรรทุกและช่างตีเหล็กฝึกหัด
การก่อตั้ง Comancheros และการปกครองแบบเผด็จการ
ในปี 1968 Ross ได้ก่อตั้ง Comanchero Motorcycle Club โดยนำชื่อมาจากภาพยนตร์คาวบอยเรื่อง The Comancheros (1961) ที่เขาชื่นชอบ ด้วยบุคลิกที่มีเสน่ห์และมีความเป็นผู้นำสูง เขาจึงสามารถดึงดูดเหล่าอดีตทหารผ่านศึกจากสงครามเวียดนามที่รู้สึกถูกทอดทิ้งจากสังคมให้มารวมตัวกันได้
Ross นำระเบียบวินัยทางทหารมาใช้ในคลับอย่างเข้มงวด เขาตั้งฉายาให้ตัวเองว่า "Supreme Commander" และปกครองสมาชิกด้วย Iron Fist หรือการใช้อำนาจเด็ดขาด มีการฝึกซ้อมแบบกึ่งทหารทุกสัปดาห์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะกับแก๊งคู่แข่ง นอกจากนี้เขายังสร้างหน่วยรบพิเศษที่เรียกว่า Strike Force เพื่อใช้ในภารกิจที่รุนแรงโดยเฉพาะ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ก่อตั้ง | William George "Jock" Ross |
| ปีที่ก่อตั้งคลับ | ค.ศ. 1968 |
| ตำแหน่งสูงสุด | Supreme Commander |
| คู่ขัดแย้งหลัก | แก๊ง Knights และแก๊ง Bandidos |
| เหตุการณ์สำคัญ | การสังหารหมู่ที่ Viking Tavern (1984) |
เส้นทางสู่ความขัดแย้งและสงครามระหว่างแก๊ง
ในช่วงทศวรรษ 1970 Comancheros ภายใต้การนำของ Ross เริ่มมีชื่อเสียงด้านความรุนแรง โดยเฉพาะการปะทะกับแก๊ง Knights ซึ่ง Ross ได้ใช้วิธีการซุ่มโจมตีอย่างมีแบบแผนทางทหาร จนทำให้เขาได้รับความยำเกรงแม้กระทั่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะนั้น
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งภายในเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อสมาชิกบางส่วนไม่พอใจในสไตล์การนำที่เผด็จการเกินไป รวมถึงข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ชู้สาวของ Ross กับภรรยาของสมาชิกในคลับ นำไปสู่การแตกหักครั้งใหญ่เมื่อ Anthony "Snodgrass" Spencer อดีตคนสนิทของ Ross ได้นำสมาชิกกลุ่มหนึ่งแยกตัวออกไปและเข้าร่วมกับแก๊ง Bandidos ในปี 1983
ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ มีการลอบโจมตีและทำร้ายร่างกายกันอย่างต่อเนื่อง จุดเดือดเกิดขึ้นเมื่อ Ross ถูกรถตู้ของฝ่าย Bandidos พยายามขับชนจนตกถนนในเดือนสิงหาคม 1984 ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ Ross โกรธแค้นถึงขีดสุดและเตรียมการล้างแค้นอย่างเต็มรูปแบบ
โศกนาฏกรรมที่ Viking Tavern และจุดจบของอำนาจ
วันที่ 2 กันยายน 1984 ในงาน Swap Meet (ตลาดนัดแลกเปลี่ยนอะไหล่มอเตอร์ไซค์) ที่ Viking Tavern ย่านมิลเพอร์รา Ross ได้วางแผนซุ่มโจมตีแบบ "เขาควาย" (Bullhorn ambush) ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่เขาศึกษามาจากประวัติศาสตร์กองทัพซูลู โดยสั่งให้สมาชิกพกอาวุธครบมือทั้งปืนและมีดมาดักรอฝ่าย Bandidos
แต่แผนการกลับผิดพลาดเนื่องจากฝ่าย Bandidos มาถึงช้ากว่ากำหนด ทำให้รูปขบวนของ Comancheros เสียไป เมื่อการปะทะเริ่มต้นขึ้น Ross ได้บุกเข้าไปในสมรภูมิพร้อมมีดมาเชเต้และตะโกนสั่งให้ลูกน้อง "ฆ่าพวกมันให้หมด" แต่สุดท้ายเขากลับถูกยิงด้วยปืนลูกซองเข้าที่ใบหน้าและหน้าอกจนบาดเจ็บสาหัส และถูกฟาดด้วยไม้เบสบอลก่อนที่ตำรวจจะมาถึง
เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย รวมถึงเด็กสาวผู้บริสุทธิ์ที่ติดอยู่ในวงล้อมของการยิงกัน
การดำเนินคดีและบทสรุปทางกฎหมาย
Ross ถูกตั้งข้อหา Constructive first degree murder หรือการฆาตกรรมโดยอ้อม เนื่องจากในฐานะผู้นำสูงสุด เขาเป็นผู้สั่งการให้สมาชิกพกอาวุธและนำพากลุ่มเข้าสู่สถานการณ์ที่เล็งเห็นได้ว่าจะเกิดการนองเลือด แม้เขาจะไม่ได้เป็นคนลั่นไกสังหารใครด้วยตัวเองก็ตาม
การพิจารณาคดีในเวลาต่อมากลายเป็นหนึ่งในคดีที่ยาวนานและสิ้นเปลืองงบประมาณที่สุดในประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย โดย Ross ซึ่งได้รับบาดเจ็บทางสมองจนสูญเสียความสามารถในการอ่านและเขียน ได้พยายามนำเสนอตัวเองในฐานะเหยื่อที่ถูกบีบบังคับให้เข้าสู่สงคราม อย่างไรก็ตาม เขาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่ได้รับการทัณฑ์บนในปี 1989
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- พื้นฐานทหาร: ประสบการณ์จากหน่วย Royal Engineers ของอังกฤษเป็นรากฐานในการวางแผนโจมตีและปกครองแก๊ง
- ยุทธวิธีซูลู: ใช้กลยุทธ์ "เขาควาย" ในการวางแผนซุ่มโจมตีที่ Viking Tavern
- ความเสียหายทางกายภาพ: มีลูกปืนลูกซองฝังอยู่ในร่างกายถึง 30 นัด และสูญเสียทักษะการอ่านเขียนจากอาการบาดเจ็บทางสมอง
- ผลทางกฎหมาย: ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาฆาตกรรมโดยอ้อมจากการเป็นผู้นำสั่งการ
คำถามที่พบบ่อย
Jock Ross คือใคร?
เขาเป็นอดีตทหารช่างชาวสกอตแลนด์ที่ย้ายมาอยู่ออสเตรเลีย และเป็นผู้ก่อตั้งแก๊งมอเตอร์ไซค์นอกกฎหมายชื่อ Comancheros โดยปกครองสมาชิกด้วยระเบียบวินัยทางทหารที่เข้มงวด
เหตุการณ์ Milperra massacre คืออะไร?
คือการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างแก๊ง Comancheros และ Bandidos ที่ลานจอดรถของ Viking Tavern ในปี 1984 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายรายและเป็นคดีอาชญากรรมที่โด่งดังที่สุดคดีหนึ่งของออสเตรเลีย
ทำไม Jock Ross ถึงถูกตัดสินจำคุกทั้งที่ไม่ได้ฆ่าใครด้วยตัวเอง?
ศาลพิจารณาว่าในฐานะ "ผู้บัญชาการสูงสุด" เขาเป็นผู้เตรียมอาวุธ วางแผนซุ่มโจมตี และนำสมาชิกเข้าสู่พื้นที่เกิดเหตุโดยเจตนาให้เกิดความรุนแรง จึงต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์นั้น
ความสัมพันธ์ระหว่าง Comancheros และ Bandidos เริ่มต้นอย่างไร?
เริ่มต้นจากความขัดแย้งภายใน Comancheros เมื่อสมาชิกกลุ่มหนึ่งนำโดย Anthony Spencer แยกตัวออกไปเนื่องจากไม่พอใจการปกครองของ Ross และได้เข้าร่วมกับแก๊ง Bandidos จนกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาต