← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Joe Elliott ตำนานเสียงร้องแห่ง Def Leppard และเส้นทางสู่ Rock and Roll Hall of Fame

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Joe Elliott ตำนานเสียงร้องแห่ง Def Leppard และเส้นทางสู่ Rock and Roll Hall of Fame

Joe Elliott ตำนานเสียงร้องแห่ง Def Leppard และเส้นทางสู่ Rock and Roll Hall of Fame หากพูดถึงวงการดนตรี Glam Metal (แนวเพลงร็อกที่มีเอกลักษณ์ด้านแฟชั่นที่ฉูดฉาดและเสียงดน…

Joe ElliottDef LeppardGlam MetalHard Rock

Joe Elliott ตำนานเสียงร้องแห่ง Def Leppard และเส้นทางสู่ Rock and Roll Hall of Fame

หากพูดถึงวงการดนตรี Glam Metal (แนวเพลงร็อกที่มีเอกลักษณ์ด้านแฟชั่นที่ฉูดฉาดและเสียงดนตรีที่ติดหู) ชื่อของ Joe Elliott ย่อมปรากฏขึ้นในฐานะหนึ่งในนักร้องนำที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เขาคือผู้ร่วมก่อตั้งและเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของวง Def Leppard วงฮาร์ดร็อกระดับโลกที่สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีในยุค 80 โดย Joe Elliott ได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์ว่าเป็นหนึ่งในนักร้องสายแกลมเมทัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

Content image

จุดเริ่มต้นจากความบังเอิญสู่การก่อตั้ง Def Leppard

Joseph Thomas Elliott เกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1959 ที่เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ เส้นทางสายดนตรีของเขาเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝันในปี 1977 เมื่อเขาพลาดรถบัสและได้พบกับ Pete Willis สมาชิกวง Atomic Mass โดยบังเอิญ แม้ในตอนแรก Joe จะตั้งใจไปคัดตัวในตำแหน่งมือกีตาร์ แต่คณะกรรมการกลับเห็นว่าเขามีศักยภาพในด้านการร้องนำมากกว่า

ชื่อวง Def Leppard เกิดจากไอเดียของ Joe ที่คิดขึ้นขณะออกแบบโปสเตอร์ในวิชาศิลปะ โดยเดิมทีเขาใช้ชื่อว่า "Deaf Leopard" แต่ต่อมาได้มีการปรับการสะกดคำเล็กน้อยตามคำแนะนำของเพื่อนร่วมวง เพื่อให้ภาพลักษณ์ของวงดูไม่เหมือนวงพังก์จนเกินไป

การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการเพลงร็อก

ในช่วงปี 1979 Def Leppard เริ่มสร้างฐานแฟนคลับในอังกฤษและกลายเป็นผู้นำของกระแส New Wave of British Heavy Metal (คลื่นลูกใหม่ของดนตรีเฮฟวี่เมทัลจากอังกฤษ) จนนำไปสู่การเซ็นสัญญากับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Phonogram/Vertigo

ความสำเร็จของวงพุ่งทะยานถึงขีดสุดผ่านอัลบั้มสำคัญหลายชุด โดยเฉพาะ Pyromania (1983) ที่มีเพลงฮิตอย่าง "Photograph" ซึ่งกลายเป็นเพลงที่ถูกขอให้เปิดใน MTV มากที่สุด แซงหน้าแม้กระทั่ง Michael Jackson ในขณะนั้น ส่งผลให้อัลบั้มนี้มียอดขายสูงถึง 6 ล้านก๊อปปี้ในปีเดียว และเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดกระแส Pop-Metal ในยุค 80

Elliott in 2018

ต่อมาในปี 1987 อัลบั้ม Hysteria ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการส่งซิงเกิลถึง 7 เพลงเข้าสู่ชาร์ต US Hot 100 รวมถึงเพลง "Love Bites" ที่ขึ้นถึงอันดับ 1 และเพลง "Pour Some Sugar on Me" ซึ่งกลายเป็นเพลงสัญลักษณ์ของวงจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ในปี 1992 เพลง "Let's Get Rocked" จากอัลบั้ม Adrenalize ยังสร้างสถิติเป็นเพลงที่ติดอันดับชาร์ตสูงสุดของวงในหลายประเทศ

เกียรติยศและผลงานนอกเหนือจาก Def Leppard

นอกจากการทำงานกับ Def Leppard แล้ว Joe Elliott ยังมีความหลงใหลในดนตรีอย่างมาก เขาได้เป็นนักร้องนำให้กับวง Cybernauts (วงทริบิวต์ของ David Bowie) และวง Down 'n' Outz (วงคัฟเวอร์ของ Mott the Hoople) รวมถึงเคยร่วมงานกับโปรเจกต์ Kings of Chaos อีกด้วย

ในด้านความสำเร็จระดับสากล Joe และเพื่อนร่วมวง Def Leppard ได้รับการจารึกชื่อใน Rock and Roll Hall of Fame เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2019 และเคยสร้างสถิติโลกใน Guinness Book โดยการแสดงคอนเสิร์ต 3 ทวีปภายในวันเดียวในปี 1995

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • เสียงร้อง: มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยเสียงแหบเสน่ห์ (Raspy Vocals) และช่วงเสียงที่กว้าง
  • ความสำเร็จ: นำวง Def Leppard เข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในปี 2019
  • สถิติโลก: แสดงคอนเสิร์ต 3 ทวีป (โมร็อกโก, อังกฤษ, แคนาดา) ในวันเดียว
  • ชีวิตส่วนตัว: สมรสกับ Kristine Wunschel ในปี 2004 และมีบุตรด้วยกัน 3 คน
  • ความชอบส่วนตัว: เป็นแฟนตัวยงของสโมสรฟุตบอล Sheffield United
สรุปผลงานอัลบั้มและความสำเร็จของ Joe Elliott กับ Def Leppard
ปีที่ออก ชื่ออัลบั้ม จุดเด่น/ความสำเร็จ
1980 On Through the Night อัลบั้มเดบิวต์ ติด Top 15 ในอังกฤษ
1983 Pyromania จุดกระแส Pop-Metal, เพลง "Photograph" โด่งดังทั่วโลก
1987 Hysteria ขึ้นอันดับ 1 Billboard 200, มีซิงเกิลติดชาร์ตถึง 7 เพลง
1992 Adrenalize เพลง "Let's Get Rocked" ประสบความสำเร็จสูงสุดในหลายประเทศ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Joe Elliott เริ่มต้นการเป็นนักร้องนำได้อย่างไร?

เขาเริ่มต้นจากการไปคัดตัวเป็นมือกีตาร์ของวง Atomic Mass แต่ในระหว่างการออดิชัน สมาชิกในวงเห็นว่าเขามีความสามารถในการร้องเพลงมากกว่า จึงเสนอให้เขารับหน้าที่เป็นนักร้องนำแทน

ชื่อวง Def Leppard มีที่มาอย่างไร?

Joe Elliott เป็นคนคิดชื่อนี้ขึ้นมาขณะที่เขากำลังออกแบบโปสเตอร์ในวิชาศิลปะ โดยเริ่มจากคำว่า "Deaf Leopard" ก่อนจะปรับการสะกดเป็น "Def Leppard" เพื่อไม่ให้ดูเป็นวงพังก์จนเกินไป

อัลบั้มใดของ Def Leppard ที่ถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด?

อัลบั้ม Hysteria และ Pyromania ถือเป็นจุดสูงสุด โดย Pyromania เป็นตัวขับเคลื่อนกระแสเพลงร็อกในยุค 80 ส่วน Hysteria ประสบความสำเร็จอย่างสูงในชาร์ตเพลงของสหรัฐอเมริกา

Joe Elliott มีผลงานอื่นนอกเหนือจากวง Def Leppard หรือไม่?

มี เขาเป็นนักร้องนำให้กับวง Cybernauts ซึ่งเป็นวงทริบิวต์ของ David Bowie และวง Down 'n' Outz ที่นำเพลงของ Mott the Hoople มาขับร้องใหม่

Joe Elliott ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างไรบ้าง?

เขาได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในปี 2019 และได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ว่าเป็นหนึ่งในนักร้องแนว Glam Metal ที่ดีที่สุดตลอดกาล