← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Joe FitzPatrick นักการเมืองผู้ขับเคลื่อนความเท่าเทียมและสิทธิพลเมืองในสกอตแลนด์

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Joe FitzPatrick นักการเมืองผู้ขับเคลื่อนความเท่าเทียมและสิทธิพลเมืองในสกอตแลนด์

Joe FitzPatrick นักการเมืองผู้ขับเคลื่อนความเท่าเทียมและสิทธิพลเมืองในสกอตแลนด์ Joe FitzPatrick (หรือ Joseph Martin FitzPatrick) เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองของสกอตแลนด์…

Joe FitzPatrickนักการเมืองสกอตแลนด์SNPสิทธิมนุษยชน

Joe FitzPatrick นักการเมืองผู้ขับเคลื่อนความเท่าเทียมและสิทธิพลเมืองในสกอตแลนด์

Joe FitzPatrick (หรือ Joseph Martin FitzPatrick) เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองของสกอตแลนด์ สังกัดพรรค Scottish National Party (SNP) ผู้ซึ่งอุทิศตนให้กับการทำงานในรัฐสภาสกอตแลนด์มาอย่างยาวนาน โดยมีบทบาทโดดเด่นทั้งในฐานะรัฐมนตรีหลายกระทรวงและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MSP) ของเขต Dundee City West ตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปี 2026

Content image

เส้นทางชีวิตและการก้าวเข้าสู่การเมือง

FitzPatrick เกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 1967 ณ เมืองดันดี ประเทศสกอตแลนด์ ในช่วงวัยเรียนเขาได้ศึกษาด้านวนศาสตร์ (Forestry) จาก Inverness College และเคยทำงานให้กับคณะกรรมการป่าไม้ในพื้นที่ Angus และ Tillhill Forestry

จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้นำเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อเขาได้รับเลือกเป็นประธานสมาคมนักศึกษาของ Inverness College และก้าวขึ้นสู่ระดับชาติในฐานะคณะกรรมการบริหารของ National Union of Students (NUS) ในปี 1990 ซึ่งเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลประเด็นเกี่ยวกับ LGBT (กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ) โดยเฉพาะ ก่อนจะเข้าสู่การเมืองระดับท้องถิ่นในสภาเมืองดันดี และทำงานสนับสนุนนักการเมืองของพรรค SNP

บทบาทในรัฐสภาและผลงานทางกฎหมายที่สำคัญ

หลังจากได้รับเลือกเป็น MSP ในปี 2007 FitzPatrick ได้สร้างผลงานที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะการผลักดันกฎหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิทธิพลเมือง ดังนี้:

  • การขยายสิทธิการเลือกตั้ง: เขาเป็นผู้เสนอโครงการลดเกณฑ์อายุผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทำให้พลเมืองที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปสามารถลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งรัฐสภาสกอตแลนด์และการเลือกตั้งท้องถิ่นได้
  • ความโปร่งใสทางการเมือง: ผลักดัน The Lobbying (Scotland) Act 2016 เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการล็อบบี้หรือการโน้มน้าวการตัดสินใจของภาครัฐ
  • การจัดการพื้นที่สาธารณะ: เสนอร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการจอดรถกีดขวางทางเท้า โดยเฉพาะจุดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้รถเข็น (Wheelchair users) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนเดินเท้า

การปฏิรูประบบบริจาคอวัยวะและสาธารณสุข

ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กีฬา และความเป็นอยู่ที่ดี (2018–2020) เขาได้นำเสนอ The Human Tissue (Authorisation) (Scotland) Bill ซึ่งเปลี่ยนระบบการบริจาคอวัยวะเป็นแบบ Opt-out system หรือระบบที่สันนิษฐานว่าทุกคนยินดีบริจาคอวัยวะหลังเสียชีวิต เว้นแต่จะแจ้งความประสงค์ปฏิเสธไว้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการช่วยชีวิตผู้ป่วย

นอกจากนี้ เขายังผลักดันให้มีการปรับปรุงเกณฑ์การบริจาคเลือดเพื่อให้ชายรักชายและชายไบเซ็กชวลสามารถบริจาคเลือดได้ง่ายขึ้น โดยใช้การประเมินความเสี่ยงรายบุคคลแทนการใช้เกณฑ์กว้างๆ เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียม

ความท้าทายและการลาออกจากตำแหน่ง

เส้นทางการเมืองของเขาต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่เมื่อตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในสกอตแลนด์พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในปี 2019 ซึ่งสูงที่สุดในยุโรป นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ แม้เขาจะสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ป้องกันการใช้ยาเกินขนาด (Overdose Prevention Facility) แต่ข้อจำกัดทางกฎหมายของรัฐบาลสหราชอาณาจักรทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ ในที่สุด FitzPatrick จึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุขในเดือนธันวาคม 2020

การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมในวงการกีฬาและสังคม

FitzPatrick ไม่เพียงแต่ทำงานด้านนโยบาย แต่ยังเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการต่อต้านการเหยียดเพศ (Sexism) และการเหยียดเชื้อชาติ โดยเฉพาะในวงการฟุตบอล เขาได้นำการอภิปรายในรัฐสภาเพื่อประณามพฤติกรรมเหยียดเพศที่เกิดขึ้นในวงการกีฬา และเรียกร้องให้สังคมตระหนักว่ากีฬาควรเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนโดยไม่คำนึงถึงเพศ เชื้อชาติ หรือความสามารถ

บทสรุปและการอำลาตำแหน่ง

หลังจากดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเสริมสร้างอำนาจการปกครองท้องถิ่นและการวางแผน (2023–2024) Joe FitzPatrick ได้ประกาศว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2026 โดยในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งสุดท้ายในรัฐสภา เขาได้เรียกร้องให้รัฐบาลสั่งห้าม Conversion practices (การบำบัดเพื่อเปลี่ยนแปลงรสนิยมทางเพศ) อย่างเด็ดขาด เพื่อให้สกอตแลนด์เป็นดินแดนแห่งความเท่าเทียมอย่างแท้จริง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สังกัดพรรค: Scottish National Party (SNP)
  • พื้นที่ดูแล: สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต Dundee City West (2007–2026)
  • ผลงานเด่น: ลดเกณฑ์อายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหลือ 16 ปี และนำระบบ Opt-out มาใช้ในการบริจาคอวัยวะ
  • จุดยืนทางสังคม: สนับสนุนสิทธิ LGBT และต่อต้านการเหยียดเพศในวงการกีฬา
  • การศึกษา: จบการศึกษาด้านวนศาสตร์จาก Inverness College
สรุปตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญของ Joe FitzPatrick
ตำแหน่ง ช่วงเวลาดำรงตำแหน่ง ประเด็นหลักที่ดูแล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเสริมสร้างอำนาจการปกครองท้องถิ่นและการวางแผน มีนาคม 2023 – พฤษภาคม 2024 การปกครองท้องถิ่น, การวางแผน, ภาษีท้องถิ่น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กีฬา และความเป็นอยู่ที่ดี มิถุนายน 2018 – ธันวาคม 2020 การบริจาคอวัยวะ, สาธารณสุข, กีฬา
รัฐมนตรีว่าการด้านกิจการรัฐสภา กันยายน 2012 – มิถุนายน 2018 กฎหมายเลือกตั้ง, ความโปร่งใสในการล็อบบี้
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MSP) เขต Dundee City West พฤษภาคม 2007 – เมษายน 2026 ตัวแทนประชาชนชาวดันดี
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Joe FitzPatrick มีบทบาทอย่างไรในการส่งเสริมประชาธิปไตยในสกอตแลนด์?

เขามีบทบาทสำคัญในการขยายสิทธิการเลือกตั้ง โดยผลักดันกฎหมายที่อนุญาตให้เยาวชนอายุ 16 ปีขึ้นไปสามารถลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นและรัฐสภาสกอตแลนด์ได้ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น

ระบบ Opt-out ในการบริจาคอวัยวะที่เขาผลักดันคืออะไร?

คือระบบที่กำหนดให้บุคคลทุกคนเป็นผู้บริจาคอวัยวะโดยอัตโนมัติเมื่อเสียชีวิต เว้นแต่บุคคลนั้นจะแจ้งความประสงค์ไว้ล่วงหน้าว่าไม่ต้องการบริจาค ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนอวัยวะที่สามารถนำไปปลูกถ่ายเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากขึ้น

ทำไม Joe FitzPatrick ถึงลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุขในปี 2020?

เขาลาออกเนื่องจากเผชิญกับแรงกดดันและคำวิจารณ์อย่างหนัก หลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในสกอตแลนด์ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งถือเป็นวิกฤตสาธารณสุขที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่ง

จุดยืนของเขาต่อกลุ่ม LGBT คืออะไร?

เขาเป็นหนึ่งใน MSP ที่เปิดเผยตัวตนว่าเป็น LGBT และทำงานขับเคลื่อนสิทธิความเท่าเทียมมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยเป็นประธานนักศึกษา จนถึงการเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งห้ามการบำบัดเพื่อเปลี่ยนแปลงรสนิยมทางเพศ (Conversion practices)

ผลงานด้านการจราจรที่เขาผลักดันคือเรื่องใด?

เขาได้เสนอร่างกฎหมายเพื่อจัดการปัญหาการจอดรถบนทางเท้าและการจอดรถซ้อนคัน โดยเฉพาะในจุดที่เป็นทางลาดสำหรับรถเข็น เพื่อให้ผู้พิการและคนเดินเท้าสามารถใช้พื้นที่สาธารณะได้อย่างสะดวกและปลอดภัย