← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
John Banville ปรมาจารย์ด้านภาษาและนักเขียนผู้พลิกบทบาทจากวรรณกรรมสู่เรื่องลึกลับ

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

John Banville ปรมาจารย์ด้านภาษาและนักเขียนผู้พลิกบทบาทจากวรรณกรรมสู่เรื่องลึกลับ

John Banville ปรมาจารย์ด้านภาษาและนักเขียนผู้พลิกบทบาทจากวรรณกรรมสู่เรื่องลึกลับ ในโลกของวรรณกรรมร่วมสมัย ชื่อของ John Banville (จอห์น แบนวิลล์) ได้รับการยอมรับในฐานะ เจ้…

John Banvilleนักเขียนชาวไอริชรางวัล Booker PrizeBenjamin Black

John Banville ปรมาจารย์ด้านภาษาและนักเขียนผู้พลิกบทบาทจากวรรณกรรมสู่เรื่องลึกลับ

ในโลกของวรรณกรรมร่วมสมัย ชื่อของ John Banville (จอห์น แบนวิลล์) ได้รับการยอมรับในฐานะ "เจ้าแห่งภาษา" ผู้มีความสามารถในการรังสรรค์ถ้อยคำได้อย่างวิจิตรบรรจง เขาคือนักเขียนชาวไอริชผู้มีผลงานหลากหลาย ตั้งแต่นิยายเชิงปรัชญาที่ซับซ้อนไปจนถึงนิยายอาชญากรรมที่ตื่นเต้น โดยใช้ทักษะการเขียนแบบ Hiberno-English (ภาษาอังกฤษสำเนียงไอริช) ที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่ลึกซึ้งและแหลมคม

Content image

เส้นทางชีวิตและการหล่อหลอมตัวตน

แบนวิลล์เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1945 ที่เมืองเว็กซ์ฟอร์ด ประเทศไอร์แลนด์ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่รักการเขียน โดยมีทั้งพี่ชายและพี่สาวที่เป็นนักเขียนเช่นกัน แม้ในช่วงวัยรุ่นเขาจะมีความฝันอยากเป็นสถาปนิกและจิตรกร แต่เขากลับตัดสินใจไม่เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งในเวลาต่อมาเขามองว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดในแง่ของการพลาดประสบการณ์ชีวิตวัยรุ่น แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เชื่อว่าการไม่ได้ถูกตีกรอบโดยอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ช่วยให้เขากล้าที่จะทดลองเขียนงานในรูปแบบที่เขาต้องการ

ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเขียนชื่อดัง แบนวิลล์เคยทำงานในแวดวงหนังสือพิมพ์ไอริชยาวนานถึง 30 ปี โดยเคยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการวรรณกรรมของ The Irish Times ระหว่างปี 1988 ถึง 1999 ซึ่งประสบการณ์นี้เองที่ช่วยขัดเกลาทักษะการใช้ภาษาของเขาให้เฉียบคมยิ่งขึ้น

Banville in 2019

ผลงานชิ้นเอกและการแบ่งแยกตัวตนทางวรรณกรรม

แบนวิลล์มีวิธีการทำงานที่น่าสนใจ โดยเขาแบ่งแยก "ตัวตน" ในการเขียนออกเป็นสองด้านอย่างชัดเจน:

1. ในนาม John Banville: ศิลปินผู้พิถีพิถัน

งานเขียนภายใต้ชื่อจริงของเขาเปรียบเสมือนงานศิลปะที่ต้องใช้เวลาบ่มเพาะนาน 2-5 ปีต่อเล่ม โดยเขาจะใช้ปากกาหมึกซึมในการเขียน ผลงานที่โดดเด่นถูกจัดเป็นชุดไตรภาค ได้แก่:

  • Revolutions Trilogy: นิยายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ประกอบด้วย Doctor Copernicus, Kepler และ The Newton Letter
  • Frames Trilogy: งานที่สำรวจเรื่องราวของศิลปะและผู้เล่าเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้ ประกอบด้วย The Book of Evidence, Ghosts และ Athena
  • ไตรภาคชุดหลัง: ประกอบด้วย Eclipse, Shroud และ Ancient Light ซึ่งเน้นตัวละคร Alexander และ Cass Cleave

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกให้เขามากที่สุดคือ The Sea ซึ่งคว้ารางวัล Booker Prize ในปี 2005 ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างและถูกยกย่องว่าเป็นทายาททางวรรณกรรมของ Proust และ Nabokov

2. ในนาม Benjamin Black: ช่างฝีมือด้านเรื่องลึกลับ

เมื่อต้องการเขียนนิยายอาชญากรรม แบนวิลล์จะใช้ชื่อนามปากกาว่า Benjamin Black โดยเขามองว่างานส่วนนี้คือ "งานฝีมือ" (Craft) มากกว่างานศิลปะ เขาใช้คอมพิวเตอร์ในการเขียนและใช้เวลาเพียง 3-4 เดือนต่อเล่ม ผลงานที่โดดเด่นคือซีรีส์ Quirke ซึ่งมีตัวเอกเป็นพยาธิแพทย์ในดับลินช่วงทศวรรษ 1950 และถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์

มุมมองต่อชีวิต ศิลปะ และจริยธรรม

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่แบนวิลล์กลับเป็นคนที่วิจารณ์งานตัวเองอย่างรุนแรง เขามักกล่าวว่าเขาเกลียดผลงานที่ผ่านมาของตนเองและมองว่าเป็นสิ่งที่น่าอับอาย ซึ่งทัศนคตินี้เองที่ผลักดันให้เขาพยายามทำให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน

ในด้านสังคม แบนวิลล์เป็นผู้สนับสนุนสิทธิสตรีอย่างแรงกล้า และแสดงออกถึงความเมตตาต่อสัตว์ โดยเขาเคยออกมาคัดค้านการทดลองในสัตว์ (Vivisection) อย่างดุเดือดผ่านสื่อ แม้จะถูกวิจารณ์จากเหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ตาม นอกจากนี้เขายังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อการกระทำของตน โดยเชื่อว่าการทำให้ผู้อื่นเจ็บปวดเป็นสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • รางวัลสูงสุด: ได้รับรางวัล Booker Prize (2005), Franz Kafka Prize (2011) และ Prince of Asturias Award (2014)
  • สไตล์การเขียน: โดดเด่นด้วยอารมณ์ขันด้านมืด (Dark Humour) และการใช้ภาษาที่ประณีต
  • วินัยการทำงาน: เขียนงานวันละ 7-8 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 6 โมงเย็น
  • ความเชื่อ: มองว่าการเขียนนิยายเปรียบเสมือนการเป็นนักกีฬาที่ต้องรีดศักยภาพสูงสุดออกมาในทุกวัน
สรุปข้อมูลและผลงานสำคัญของ John Banville
หัวข้อ รายละเอียด
นามปากกา Benjamin Black, B. W. Black
ผลงานสร้างชื่อ The Sea (รางวัล Booker Prize)
แนวทางวรรณกรรม วรรณกรรมชั้นสูง (Literary Fiction) และ นิยายอาชญากรรม (Crime Fiction)
อิทธิพลทางวรรณกรรม Samuel Beckett, W. B. Yeats, Henry James
ตำแหน่งสำคัญในอดีต บรรณาธิการวรรณกรรม The Irish Times
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

John Banville แตกต่างจาก Benjamin Black อย่างไร?

Banville คือตัวตนในฐานะศิลปินที่เขียนนิยายวรรณกรรมชั้นสูงด้วยปากกาหมึกซึม ใช้เวลาเขียนนานและพิถีพิถัน ส่วน Black คือนามปากกาสำหรับนิยายอาชญากรรมที่เขียนด้วยคอมพิวเตอร์ เน้นความรวดเร็วและโครงเรื่องที่น่าติดตาม

ผลงานชุดใดของเขาที่เน้นเรื่องวิทยาศาสตร์?

คือชุด Revolutions Trilogy ซึ่งประกอบด้วยนิยายเรื่อง Doctor Copernicus, Kepler และ The Newton Letter โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ในการสร้างระเบียบให้กับโลก

ทำไมเขาถึงไม่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย?

ในตอนแรกเขาต้องการหลีกหนีจากครอบครัว แม้ภายหลังจะยอมรับว่าเสียดายช่วงเวลาชีวิตวัยรุ่นในรั้วมหาวิทยาลัย แต่เขาก็เชื่อว่าการไม่ได้ถูกกดดันจากอาจารย์ช่วยให้เขามีอิสระในการสร้างสรรค์งานเขียนในช่วงแรก

รางวัลที่สำคัญที่สุดในชีวิตการเขียนของเขาคืออะไร?

รางวัล Booker Prize ปี 2005 จากนิยายเรื่อง The Sea ซึ่งเป็นรางวัลที่สร้างการยอมรับในระดับสากลและทำให้ผู้อ่านทั่วโลกหันมาสนใจผลงานของเขามากขึ้น

เขามีทัศนคติต่อผลงานของตัวเองอย่างไร?

เขามักจะวิจารณ์งานตัวเองอย่างรุนแรงและไม่ชอบอ่านบทวิจารณ์จากผู้อื่น เพราะเขารู้จุดบกพร่องในงานของตัวเองดีกว่าใคร และใช้ความรู้สึกนี้เป็นแรงผลักดันในการพัฒนาผลงานชิ้นต่อไปให้ดียิ่งขึ้น