← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
John Howard อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งออสเตรเลีย

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

John Howard อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งออสเตรเลีย

John Howard อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งออสเตรเลีย John Howard (จอห์น ฮาวเวิร์ด) คือหนึ่งในรัฐบุรุษที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของออสเตรเลีย โดยดำรงตำแ…

John Howardนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียพรรค Liberalการเมืองออสเตรเลีย

John Howard อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งออสเตรเลีย

John Howard (จอห์น ฮาวเวิร์ด) คือหนึ่งในรัฐบุรุษที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของออสเตรเลีย โดยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ระหว่างปี 1996 ถึง 2007 ในฐานะผู้นำพรรค Liberal (พรรคลิเบอรัล) ซึ่งการครองอำนาจยาวนานถึง 11 ปีของเขานั้น ถือเป็นวาระการดำรงตำแหน่งที่ยาวนานที่สุดเป็นอันดับสองรองจาก Robert Menzies

เส้นทางชีวิตของเขาเริ่มต้นจากนักกฎหมายพาณิชย์ก่อนจะก้าวเข้าสู่แวดวงการเมือง โดยมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในเรื่อง เศรษฐกิจแบบตลาดเสรี (Free-market economics) หรือระบบเศรษฐกิจที่ลดการแทรกแซงจากภาครัฐ และการยึดมั่นในคุณค่าทางสังคมแบบอนุรักษนิยม

Content image

จุดเริ่มต้นและเส้นทางการศึกษา

จอห์น ฮาวเวิร์ด เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 1939 ที่ย่าน Earlwood ในซิดนีย์ เติบโตมาในครอบครัวคริสต์นิกายเมทอดิสต์ โดยมีบิดาและปู่เป็นทหารผ่านศึกจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ในวัยเด็กเขาต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพ โดยมีปัญหาด้านการได้ยินซึ่งส่งผลให้เขามีปัญหาในการพูดเล็กน้อยและต้องใช้เครื่องช่วยฟังมาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดนี้กลับผลักดันให้เขาพัฒนาทักษะด้านความจำที่ยอดเยี่ยมเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไป

ด้านการศึกษา เขาจบการศึกษาระดับมัธยมจาก Canterbury Boys' High School และคว้าปริญญาตรีด้านกฎหมาย (LLB) จาก University of Sydney ในปี 1962 ก่อนจะเริ่มต้นอาชีพทนายความและสั่งสมประสบการณ์ผ่านการทำงานในสำนักงานกฎหมายหลายแห่งจนได้ขึ้นเป็นหุ้นส่วนของบริษัท Truman, Nelson and Howard

Photograph of John Howard as a boy, taken in the 1940s

การก้าวขึ้นสู่อำนาจทางการเมือง

ฮาวเวิร์ดเข้าเป็นสมาชิกพรรคลิเบอรัลในปี 1957 และเริ่มสร้างชื่อเสียงในฐานะประธาน Young Liberals (องค์กรเยาวชนของพรรค) เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) เขต Bennelong ในปี 1974 และได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจและกิจการผู้บริโภคในปี 1975

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1977 เมื่อเขาได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (Treasurer) ด้วยวัยเพียง 38 ปี ซึ่งทำให้เขากลายเป็นรัฐมนตรีคลังที่อายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 1904 ในช่วงเวลานี้เองที่เขาเริ่มผลักดันการปฏิรูปภาษี การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และการลดกฎระเบียบทางเศรษฐกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านออสเตรเลียไปสู่ระบบตลาดเสรีอย่างเต็มตัว

บทบาทผู้นำฝ่ายค้านและการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่

แม้จะเคยดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในช่วงปี 1985–1989 แต่เขากลับต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 1987 และถูกถอดจากตำแหน่งผู้นำพรรคในปี 1989 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตการเมืองของเขา อย่างไรก็ตาม ฮาวเวิร์ดไม่ยอมแพ้และกลับมาได้รับเลือกเป็นผู้นำพรรคลิเบอรัลอีกครั้งในปี 1995

ในการเลือกตั้งปี 1996 ฮาวเวิร์ดใช้กลยุทธ์ "Small-target" โดยเน้นเรื่องเศรษฐกิจและชี้ให้เห็นถึงความล้าสมัยของรัฐบาลแรงงานที่ครองอำนาจมานาน 13 ปี ส่งผลให้เขาได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายและก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในที่สุด

Photograph of Australian Prime Minister John Howard escorted by US Secretary of Defense William Cohen through an armed forces honor cordon into the Pentagon, June 1997

ผลงานและนโยบายที่สร้างแรงสั่นสะเทือน

ตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีฮาวเวิร์ดได้สร้างผลงานที่ทั้งได้รับคำชมและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ดังนี้:

  • การปฏิรูปกฎหมายอาวุธปืน: หลังเหตุโศกนาฏกรรมสังหารหมู่ที่ Port Arthur เขาได้ผลักดันกฎหมายควบคุมปืนอย่างเข้มงวด ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ในการสร้างความปลอดภัยสาธารณะ
  • การนำระบบภาษี GST มาใช้: แม้จะเคยสัญญาว่าจะไม่นำมาใช้ แต่เขาได้ผลักดัน Goods and Services Tax (GST) หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อปฏิรูประบบภาษีของประเทศให้ทันสมัย
  • ความมั่นคงและนโยบายต่างประเทศ: เขาประกาศสนับสนุนสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มที่หลังเหตุการณ์ 11 กันยายน และนำกองทัพออสเตรเลียเข้าร่วมในสงครามที่อัฟกานิสถานและอิรัก รวมถึงการนำกองกำลังนานาชาติเข้าสู่ติมอร์ตะวันออก
  • การจัดการผู้ลี้ภัย: มีการปรับเปลี่ยนระบบตรวจคนเข้าเมืองเพื่อสกัดกั้นผู้แสวงหาที่พักพิง ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในด้านสิทธิมนุษยชน
Photograph of U.S. President George W. Bush shaking hands with Australian Prime Minister John Howard, during the State Arrival Ceremony held for the Prime Minister on the South Lawn of the White House, May 2006

ในช่วงปลายวาระ รัฐบาลของเขาได้นำเสนอการปฏิรูปแรงงานที่เรียกว่า WorkChoices ซึ่งไม่เป็นที่นิยมและสร้างความไม่พอใจแก่สาธารณชน จนนำไปสู่ความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 2007 โดย Kevin Rudd จากพรรคแรงงานก้าวขึ้นมาแทนที่ และตัวฮาวเวิร์ดเองก็สูญเสียที่นั่งในเขต Bennelong ของตนเองด้วย

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง: นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของออสเตรเลีย (1996–2007)
  • ความสำเร็จทางเศรษฐกิจ: นำพาประเทศผ่านช่วงเศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่องและยุคทองของการทำเหมืองแร่ (Mining Boom)
  • จุดเด่นทางการเมือง: เป็นที่รักของกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งชนชั้นแรงงานที่เรียกว่า "Howard battlers"
  • มรดกทางการเมือง: ลดหนี้สาธารณะของรัฐบาลลงได้อย่างมีนัยสำคัญก่อนพ้นตำแหน่ง
สรุปข้อมูลสำคัญของ John Howard
หัวข้อ รายละเอียด
ตำแหน่งสูงสุด นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย (11 มี.ค. 1996 – 3 ธ.ค. 2007)
พรรคการเมือง Liberal Party (พรรคลิเบอรัล)
การศึกษา ปริญญาตรีด้านกฎหมาย (LLB) จาก University of Sydney
นโยบายหลัก เศรษฐกิจตลาดเสรี, ภาษี GST, ความมั่นคงแห่งชาติ
ความสำเร็จเด่น การปฏิรูปกฎหมายปืน, การลดหนี้รัฐบาล, การเติบโตทางเศรษฐกิจ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

John Howard ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้นานแค่ไหน?

เขาดำรงตำแหน่งเป็นเวลาประมาณ 11 ปี (1996–2007) ซึ่งยาวนานที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย

อะไรคือ "Howard battlers"?

เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งชนชั้นแรงงานหรือคนธรรมดาทั่วไปที่ปกติจะเลือกพรรคแรงงาน แต่หันมาสนับสนุน John Howard เนื่องจากนโยบายเศรษฐกิจที่เข้าถึงคนกลุ่มนี้

นโยบาย GST ของเขาเป็นที่ยอมรับหรือไม่?

ในช่วงแรกเป็นที่ถกเถียงอย่างมากและถูกมองว่าเป็นการผิดคำสัญญาช่วงหาเสียง แต่ในระยะยาวได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูประบบภาษีของประเทศ

ทำไมเขาถึงพ้นจากตำแหน่งในปี 2007?

สาเหตุหลักมาจากความไม่พอใจของประชาชนต่อนโยบายปฏิรูปแรงงาน WorkChoices และการครองอำนาจที่ยาวนาน ทำให้พรรคแรงงานภายใต้การนำของ Kevin Rudd ชนะการเลือกตั้ง

บทบาทของเขาในสงครามต่างประเทศเป็นอย่างไร?

เขามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกา โดยส่งกองทัพเข้าร่วมในสงครามที่อัฟกานิสถานและอิรัก ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้เขาได้รับทั้งการสนับสนุนและเสียงวิจารณ์อย่างรุนแรง