← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
John Yoo นักกฎหมายผู้ทรงอิทธิพลและข้อถกเถียงเรื่อง 'บันทึกการทรมาน'

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

John Yoo นักกฎหมายผู้ทรงอิทธิพลและข้อถกเถียงเรื่อง 'บันทึกการทรมาน'

John Yoo นักกฎหมายผู้ทรงอิทธิพลและข้อถกเถียงเรื่อง บันทึกการทรมาน John Yoo (จอห์น ยู) เป็นนักวิชาการด้านกฎหมายชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีใต้ และอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรั…

John YooTorture MemosGeorge W. Bushกฎหมายสหรัฐ

John Yoo นักกฎหมายผู้ทรงอิทธิพลและข้อถกเถียงเรื่อง 'บันทึกการทรมาน'

John Yoo (จอห์น ยู) เป็นนักวิชาการด้านกฎหมายชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีใต้ และอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ ผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานทางกฎหมายให้กับรัฐบาลของประธานาธิบดี George W. Bush โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอำนาจบริหาร การดักฟังข้อมูลโดยไม่ต้องมีหมายศาล และการตีความอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในระดับสากล

ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย Emanuel S. Heller ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (UC Berkeley) และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เขียน "Torture Memos" หรือบันทึกทางกฎหมายที่อนุญาตให้ใช้การทรมานกับผู้ถูกคุมขังในช่วงสงครามต่อต้านการก่อการร้าย

Content image

เส้นทางชีวิตและการศึกษา

John Yoo เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 1967 ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยย้ายมาพำนักที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่อายุเพียง 3 เดือน เนื่องจากบิดามารดาซึ่งเป็นแพทย์และผู้ลี้ภัยสงครามเกาหลีมีความเชื่อมั่นในแนวทางต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างแรงกล้า เขาเติบโตในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย และเริ่มต้นเส้นทางการศึกษาที่โดดเด่น

  • ปริญญาตรี: จบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (summa cum laude) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในสาขาประวัติศาสตร์อเมริกัน
  • ปริญญากฎหมาย (J.D.): สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนกฎหมายเยล (Yale Law School) ในปี 1992 และได้เป็นบรรณาธิการของ The Yale Law Journal

หลังจบการศึกษา เขาได้สั่งสมประสบการณ์ในสายงานกฎหมายระดับสูง โดยเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ และศาลฎีกาสหรัฐฯ รวมถึงดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายของคณะกรรมการตุลาการวุฒิสภา ก่อนจะก้าวเข้าสู่บทบาทศาสตราจารย์ที่ UC Berkeley ในปี 1993

บทบาทในรัฐบาล Bush และประเด็นอื้อฉาว

ในช่วงปี 2001–2003 ขณะดำรงตำแหน่งรองผู้ช่วยอัยการสูงสุดในสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย (Office of Legal Counsel - OLC) ของกระทรวงยุติธรรม Yoo ได้สร้างผลงานที่สั่นสะเทือนวงการกฎหมายโลกผ่านการตีความอำนาจประธานาธิบดีที่กว้างขวางเป็นพิเศษ

บันทึกการทรมาน (Torture Memos)

Yoo เป็นผู้เขียนบันทึกทางกฎหมายที่ระบุว่า ในสภาวะสงคราม ประธานาธิบดีมีอำนาจสั่งการให้ใช้ "วิธีการสอบสวนแบบเข้มข้น" (Enhanced Interrogation Techniques) เช่น การทำ Waterboarding (การจำลองการจมน้ำ) กับผู้ถูกคุมขังที่ถูกนิยามว่าเป็น "ผู้ต่อสู้ของศัตรู" (Enemy Combatants) โดยอ้างว่าบุคคลเหล่านี้ไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของอนุสัญญาเจนีวา

แนวคิดนี้ถูกคัดค้านอย่างรุนแรงจากภายในรัฐบาลเอง เช่น Colin Powell รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ Alberto Mora ที่ปรึกษากฎหมายของกองทัพเรือ จนกระทั่งในปี 2009 ประธานาธิบดี Barack Obama ได้ออกคำสั่งยกเลิกแนวทางปฏิบัติในการสอบสวนที่ Yoo และผู้สืบทอดตำแหน่งเป็นผู้เขียนขึ้นทั้งหมด

Content image

การดักฟังโดยไม่มีหมายศาล (Warrantless Wiretapping)

นอกจากเรื่องการทรมาน Yoo ยังให้ความเห็นทางกฎหมายสนับสนุนโครงการดักฟังการสื่อสารของพลเมืองสหรัฐฯ ภายในประเทศโดยไม่ต้องขอหมายศาล โดยอ้างว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 4 (Fourth Amendment) ซึ่งคุ้มครองความเป็นส่วนตัวนั้น ไม่สามารถนำมาใช้กับการปฏิบัติการทางทหารในประเทศได้ในยามสงคราม

ทฤษฎี Unitary Executive และมุมมองทางการเมือง

Yoo เป็นผู้สนับสนุน ทฤษฎีฝ่ายบริหารเดี่ยว (Unitary Executive Theory) ซึ่งเชื่อว่าประธานาธิบดีมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมหน่วยงานรัฐบาลและมีอำนาจเต็มในการใช้กำลังทางทหารในต่างประเทศเพื่อปกป้องพลเมือง โดยมองว่าการตรวจสอบจากรัฐสภาควรจำกัดอยู่เพียงเรื่องงบประมาณเท่านั้น

ในยุคต่อมา เขาได้แสดงจุดยืนสนับสนุนประธานาธิบดี Donald Trump โดยเรียกเขาว่าเป็น "อนุรักษนิยมทางรัฐธรรมนูญ" และเขียนหนังสือชื่อ Defender in Chief เพื่อปกป้องการใช้อำนาจบริหารของ Trump อย่างไรก็ตาม ในเหตุการณ์วันที่ 6 มกราคม 2021 Yoo ได้ให้คำแนะนำแก่ Mike Pence ว่ารองประธานาธิบดีไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการขัดขวางการรับรองผลการเลือกตั้ง

การเผชิญหน้าทางกฎหมายและข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงคราม

สรุปการดำเนินคดีและข้อกล่าวหาต่อ John Yoo
หน่วยงาน/ประเทศ ข้อกล่าวหา/ผลลัพธ์ สถานะ/บทสรุป
สำนักงานความรับผิดชอบทางวิชาชีพ (OPR) สหรัฐฯ ประพฤติผิดทางวิชาชีพโดยเจตนาในการให้คำปรึกษาเรื่องการทรมาน ถูกโต้แย้งโดยทนายอาวุโส David Margolis ทำให้ไม่ต้องถูกส่งเรื่องให้สภาทนายความ
ศาลในสเปนและเยอรมนี สมรู้ร่วมคิดในการทรมานและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ มีการสอบสวนแต่ไม่นำไปสู่การส่งผู้ร้ายข้ามแดน
สหพันธรัฐรัสเซีย ละเมิดสิทธิมนุษยชน (ทำให้การทรมานเป็นเรื่องถูกกฎหมาย) ถูกสั่งห้ามเข้าประเทศในปี 2013
คณะกรรมการอาชญากรรมสงครามกัวลาลัมเปอร์ อาชญากรรมสงคราม ตัดสินว่ามีความผิด (พิจารณาคดีโดยจำเลยไม่ได้ปรากฏตัว)
คดี Padilla v. Yoo (สหรัฐฯ) ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการถูกทรมาน ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ Yoo มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง (Qualified Immunity)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้เขียน Torture Memos: เป็นผู้วางรากฐานทางกฎหมายให้ CIA ใช้การสอบสวนแบบรุนแรงในช่วงหลังเหตุการณ์ 9/11
  • แนวคิดอำนาจบริหาร: เชื่อในอำนาจเด็ดขาดของประธานาธิบดีในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดยามสงคราม
  • ประวัติการศึกษา: จบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำระดับโลกทั้ง Harvard และ Yale
  • สถานะทางวิชาการ: เป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายที่ UC Berkeley และผู้เขียนหนังสือด้านอำนาจรัฐหลายเล่ม
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Torture Memos คืออะไร?

คือบันทึกความเห็นทางกฎหมายที่ John Yoo เขียนขึ้นเพื่อกำหนดขอบเขตทางกฎหมายในการสอบสวนผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย โดยตีความว่าวิธีการบางอย่างที่เข้าข่ายการทรมานสามารถทำได้ภายใต้อำนาจของประธานาธิบดีในยามสงคราม

ทำไม John Yoo ถึงไม่ถูกลงโทษทางวินัยจากสภาทนายความ?

แม้รายงานจาก OPR จะระบุว่าเขาประพฤติผิดทางวิชาชีพโดยเจตนา แต่ David Margolis ทนายอาวุโสของกระทรวงยุติธรรมได้ยับยั้งการส่งเรื่อง โดยมองว่าแม้ Yoo จะใช้ดุลยพินิจที่ผิดพลาดและมีความคิดสุดโต่ง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะระบุว่าเป็นความผิดทางวิชาชีพที่ต้องลงโทษ

ทฤษฎี Unitary Executive คืออะไร?

คือแนวคิดที่ว่าประธานาธิบดีมีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จเหนือฝ่ายบริหารทั้งหมด รวมถึงหน่วยงานอิสระต่างๆ เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือสงคราม

John Yoo มีบทบาทอย่างไรในเหตุการณ์ 6 มกราคม 2021?

เขาเป็นหนึ่งในนักกฎหมายที่ให้คำแนะนำแก่ Mike Pence ว่ารองประธานาธิบดีไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการเปลี่ยนแปลงหรือขัดขวางการรับรองคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ตามที่ Donald Trump ร้องขอ

ผลกระทบทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดของ John Yoo คืออะไร?

การสร้างบรรทัดฐานที่พยายามแยก "ผู้ต่อสู้ของศัตรู" ออกจาก "เชลยศึก" เพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชนและอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งนำไปสู่การปฏิบัติที่รุนแรงในค่ายกวนตานาโมและคุกอาบู กราอิบ