Joline Blais ผู้บุกเบิกจุดตัดระหว่างวัฒนธรรมดิจิทัล วัฒนธรรมพื้นเมือง และเกษตรยั่งยืน
ในโลกที่เทคโนโลยีและธรรมชาติมักถูกมองว่าแยกจากกัน Joline Blais คือนักวิชาการและศิลปินผู้ทุ่มเทให้กับการค้นหาจุดเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเหล่านี้ เธอเป็นทั้งนักเขียน นักการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อใหม่ (New Media) และนักออกแบบ Permaculture หรือเกษตรยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบระบบนิเวศที่เลียนแบบธรรมชาติเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
บทบาททางวิชาการและการขับเคลื่อนสื่อใหม่
ปัจจุบัน Blais ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ประจำภาควิชา New Media ที่มหาวิทยาลัยเมน (University of Maine) โดยมุ่งเน้นการสอนในเรื่องการเล่าเรื่องผ่านสื่อดิจิทัล (Digital Narrative) และการออกแบบเพื่อความยั่งยืน นอกจากนี้ในปี 2002 เธอได้ร่วมกับ Jon Ippolito ก่อตั้ง Still Water ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการสื่อใหม่ที่เน้นการศึกษาและสร้างเครือข่ายสร้างสรรค์
ผลงานของเธอโดดเด่นในการวิเคราะห์ความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างวัฒนธรรมดิจิทัล วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมือง และหลักการเกษตรยั่งยืน โดยเธอได้เสนอให้มีการปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ (Tenure) ให้เปลี่ยนจากระบบลำดับขั้นแบบเดิม มาเป็นการให้คุณค่ากับการแบ่งปันความรู้ร่วมกันแทน
นวัตกรรมทางความคิดและผลงานเขียน
ในปี 2006 Blais ได้ร่วมเขียนหนังสือชื่อ At the Edge of Art ซึ่งสำรวจว่าศิลปะสื่อใหม่ช่วยส่งต่ออำนาจในการสร้างสรรค์จากศิลปินมืออาชีพไปสู่ประชาชนทั่วไปได้อย่างไร โดยเธอได้เปรียบเทียบศิลปะดิจิทัลกับระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ที่ช่วยให้สังคมขับเคลื่อนไปได้
ในหนังสือเล่มนี้ Blais ได้นำเสนอคำศัพท์ทางเทคนิคที่น่าสนใจ ได้แก่ Autobotography ซึ่งหมายถึงประวัติส่วนตัวที่ถูกบันทึกโดยอัตโนมัติผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล เช่น บล็อกหรือเว็บแคม และ Executability ซึ่งคือความสามารถของการแสดงออกในศตวรรษที่ 21 ที่สามารถทำงานร่วมกับรหัสคอมพิวเตอร์ รหัสทางสังคม หรือกฎหมายได้
การสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกันผ่าน The Pool และ Distributed Creativity
Blais และทีมงานได้พัฒนา The Pool พื้นที่ทำงานออนไลน์สำหรับการสร้างสรรค์ศิลปะ โค้ด และข้อความ ซึ่งฉีกกฎการสร้างงานศิลปะแบบศิลปินเดี่ยว โดยสนับสนุนการทำงานร่วมกันแบบไม่พร้อมกัน (Asynchronous) และการใช้สื่อที่หลากหลาย
นอกจากนี้ ในปี 2005 เธอได้ร่วมมือกับ Eyebeam Art and Technology Center จัดฟอรัมออนไลน์ชื่อ Distributed Creativity เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายจาก 4 ทวีป ทั้งในแคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก ไอร์แลนด์ อินเดีย และออสเตรเลีย เพื่อถกเถียงเรื่องอนาคตของความคิดสร้างสรรค์ ทรัพย์สินทางปัญญา และสื่อเคลื่อนที่
การประยุกต์ใช้ความยั่งยืนในชุมชนและวัฒนธรรม
นอกเหนือจากโลกดิจิทัล Blais ยังนำความรู้มาใช้ในโครงการด้านความยั่งยืน เช่น LongGreenHouse (ปี 2007–2011) ซึ่งเป็นการผสมผสานบ้านยาวของชาว Wabanaki (กลุ่มชนพื้นเมือง) เข้ากับสวนเกษตรยั่งยืนและการทำงานร่วมกันผ่านเครือข่าย โดยร่วมมือกับผู้อาวุโสชาว Wabanaki และสถาบันการศึกษา
เธอยังริเริ่มโครงการ RFC: Request for Ceremony เพื่อนำพิธีกรรมกลับมาสู่ชีวิตประจำวัน และสร้าง Cross-Cultural Partnership ซึ่งเป็นกรอบทางกฎหมายเพื่อสร้างเครือข่ายความไว้วางใจกับกลุ่มชนพื้นเมือง
ในปี 2008 เธอได้ขยายแนวคิดนี้สู่ระดับชุมชนในฐานะสมาชิกของ Belfast Cohousing & Ecovillage โดยบ้านต้นแบบพลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของโครงการนี้ ได้รับรางวัล Project of the Year จาก US Green Building Council ในปี 2011
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Harvard (1982) และปริญญาเอกจาก University of Pennsylvania (1991)
- ความเชี่ยวชาญ: จุดตัดของสื่อใหม่ (New Media), วัฒนธรรมพื้นเมือง และ Permaculture
- ผลงานเด่น: หนังสือ At the Edge of Art และโครงการ The Pool
- ความสำเร็จ: ร่วมสร้างบ้าน Net Zero ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศในปี 2011
| ชื่อโครงการ/ผลงาน | ประเภท | จุดเด่น/เป้าหมาย |
|---|---|---|
| At the Edge of Art | หนังสือ | วิเคราะห์ศิลปะสื่อใหม่และอำนาจของเครือข่าย |
| Still Water | ห้องปฏิบัติการ | ศึกษาและสร้างเครือข่ายสร้างสรรค์สื่อใหม่ |
| The Pool | แพลตฟอร์มออนไลน์ | พื้นที่ทำงานร่วมกันแบบข้ามสื่อและหลายผู้เขียน |
| LongGreenHouse | โครงการความยั่งยืน | ผสานวัฒนธรรม Wabanaki กับเกษตรยั่งยืน |
| Belfast Ecovillage | ชุมชน | สร้างที่อยู่อาศัยแบบ Net Zero เพื่อสิ่งแวดล้อม |
คำถามที่พบบ่อย
Joline Blais มีความเชี่ยวชาญในด้านใดเป็นพิเศษ?
เธอมีความเชี่ยวชาญในจุดตัดระหว่างสามศาสตร์หลัก คือ วัฒนธรรมดิจิทัล (Digital Culture), วัฒนธรรมของชนพื้นเมือง (Indigenous Culture) และการออกแบบเกษตรยั่งยืน (Permaculture)
คำว่า "Autobotography" ที่ Blais นิยามหมายถึงอะไร?
หมายถึงการบันทึกประวัติส่วนตัวที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล เช่น การเก็บข้อมูลจากบล็อกหรือกล้องเว็บแคม ซึ่งเป็นการสร้างบันทึกชีวิตในรูปแบบใหม่
โครงการ The Pool แตกต่างจากการสร้างงานศิลปะทั่วไปอย่างไร?
The Pool เปลี่ยนแนวคิดจากการสร้างงานโดยศิลปินคนเดียว (Single-artist) มาเป็นการทำงานร่วมกันในรูปแบบเครือข่ายที่สามารถเขียนโค้ดหรือสร้างข้อความร่วมกันได้หลายคนและไม่จำเป็นต้องทำในเวลาเดียวกัน
โครงการ LongGreenHouse มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?
เพื่อสร้าง "มหาวิทยาลัยชุมชน" (Communiversity) ที่นำเอาภูมิปัญญาบ้านยาวของชาว Wabanaki มาผสมผสานกับสวนเกษตรยั่งยืนและการทำงานร่วมกันผ่านเครือข่ายดิจิทัล
Belfast Cohousing & Ecovillage มีความสำคัญอย่างไรในด้านสิ่งแวดล้อม?
เป็นโครงการที่นำแนวคิดการอยู่อาศัยร่วมกันมาใช้ โดยมีบ้านต้นแบบที่เป็น Net Zero (ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ) ซึ่งได้รับการยอมรับจนได้รับรางวัล Project of the Year จาก US Green Building Council ในปี 2011