← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
JS

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Jomo Sono ตำนานเจ้าพ่อลูกหนังแอฟริกาใต้จากเด็กขายถั่วสู่เจ้าของสโมสร

Jomo Sono ตำนานเจ้าพ่อลูกหนังแอฟริกาใต้จากเด็กขายถั่วสู่เจ้าของสโมสร หากจะกล่าวถึงบุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอลของแอฟริกาใต้ ชื่อของ Jomo Sono หรือชื่อเต็มว…

Jomo Sonoฟุตบอลแอฟริกาใต้Jomo Cosmosประวัติ Jomo Sono

Jomo Sono ตำนานเจ้าพ่อลูกหนังแอฟริกาใต้จากเด็กขายถั่วสู่เจ้าของสโมสร

หากจะกล่าวถึงบุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอลของแอฟริกาใต้ ชื่อของ Jomo Sono หรือชื่อเต็มว่า Ephraim Matsilele Sono ย่อมปรากฏขึ้นเป็นอันดับต้นๆ เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่อดีตนักเตะอาชีพที่มีทักษะโดดเด่น แต่ยังเป็นทั้งโค้ช ผู้บริหาร และเจ้าของสโมสรที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลัง จนได้รับฉายาว่า "Black Prince of South African Soccer"

จุดเริ่มต้นที่ยากลำบากและการก้าวสู่เส้นทางลูกหนัง

ชีวิตในวัยเด็กของ Sono ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเกิดที่เมืองโซเวโต ประเทศแอฟริกาใต้ และต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อบิดาซึ่งเป็นอดีตนักเตะของทีม Orlando Pirates เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะที่เขามีอายุเพียง 8 ปี ซ้ำร้ายยังถูกมารดาทอดทิ้ง ทำให้เขาต้องเติบโตมาภายใต้การดูแลของปู่ย่าที่เจ็บป่วยและยากจน

เพื่อความอยู่รอด Sono ในวัยเด็กต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการขายแอปเปิลและถั่วลิสงตามสถานีรถไฟและในสนามแข่งขันฟุตบอล เพื่อนำเงินมาซื้ออาหารและจ่ายค่าเล่าเรียน ซึ่งความผูกพันกับสนามฟุตบอลนี้เองที่นำเขาไปสู่จุดเปลี่ยนของชีวิต เมื่อเขาได้รับโอกาสให้ลงเล่นแทนผู้เล่นตัวจริงของทีม Orlando Pirates ที่ขาดหายไปในนัดหนึ่ง ด้วยทักษะการเลี้ยงบอลและการส่งบอลที่แม่นยำ ทำให้เขากลายเป็นดาวรุ่งที่ถูกจับตามองอย่างรวดเร็ว จนได้รับฉายาว่า "Jomo" ซึ่งมีความหมายว่า "หอกที่ลุกโชน" ตามแบบอย่างผู้นำอย่าง Jomo Kenyatta ประธานาธิบดีเคนยาในขณะนั้น

หนึ่งในเรื่องเล่าที่กลายเป็นตำนานคือเหตุการณ์ในวันแต่งงานของเขาในปี 1979 ซึ่ง Sono ตัดสินใจออกจากงานเลี้ยงวิวาห์กลางคันเพื่อไปช่วยทีม Orlando Pirates ที่กำลังตามหลังคู่แข่งอยู่ 2 ประตู โดยเขาสามารถทำ 1 ประตูและส่งให้เพื่อนทำอีก 3 ประตู พลิกกลับมาชนะ 4-3 ได้สำเร็จ ก่อนจะรีบเดินทางกลับไปร่วมงานเลี้ยงฉลองกับเจ้าสาวของเขา

การผจญภัยในสหรัฐอเมริกาและประสบการณ์ระดับโลก

หลังจากสร้างชื่อในบ้านเกิด Sono ได้เดินทางไปแสวงหาประสบการณ์ในสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มต้นกับทีม New York Cosmos ในปี 1977 ซึ่งทำให้เขาได้ร่วมทีมกับตำนานระดับโลกอย่าง Pelé จากนั้นเขาได้ย้ายไปเล่นให้กับ Colorado Caribous และ Atlanta Chiefs โดยได้ร่วมงานกับ Patrick "Ace" Ntsoelengoe เพื่อนร่วมชาติ ก่อนจะปิดท้ายเส้นทางในอเมริกาเหนือกับ Toronto Blizzard ระหว่างปี 1980 ถึง 1982

นอกจากนี้ เขายังมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฝีเท้าในยุโรป โดยเคยร่วมฝึกซ้อมกับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง Sporting CP ของโปรตุเกส และ Juventus ของอิตาลี แม้ว่าในท้ายที่สุดจะไม่สามารถคว้าสัญญาถาวรได้เนื่องจากปัญหาด้านใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)

บทบาทเจ้าของสโมสรและผู้สร้างดาวรุ่ง

เมื่อกลับสู่แอฟริกาใต้ในปี 1982 Sono ได้ก้าวเข้าสู่บทบาทผู้บริหารด้วยการซื้อสโมสร Highlands Park และเปลี่ยนชื่อเป็น Jomo Cosmos เพื่อเป็นเกียรติแก่ทีมเก่าของเขา ภายใต้การนำของเขา สโมสรประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยคว้าแชมป์ National Soccer League ในปี 1987 รวมถึงถ้วย Bobsave Super Bowl, Cola Cola Cup และ Super Eight

สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดคือวิสัยทัศน์ในการเฟ้นหานักเตะจากพื้นที่ห่างไกลมาเจียระไนจนกลายเป็นสตาร์ระดับชาติและระดับโลก เช่น Philemon Masinga และ Mark Fish ซึ่งนักเตะที่เขาปั้นขึ้นมานี้ได้กลายเป็นแกนหลักของทีมชาติแอฟริกาใต้ชุดแชมป์ Africa Cup of Nations ปี 1996

ความสำเร็จในฐานะผู้จัดการทีมชาติ

Sono ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวของทีมชาติแอฟริกาใต้ (Bafana Bafana) ในหลายโอกาส ครั้งที่โดดเด่นที่สุดคือปี 1998 ที่เขานำทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ Africa Cup of Nations แม้จะพ่ายแพ้ต่ออียิปต์ แต่การพาทีมไปถึงจุดนั้นในเวลาเตรียมตัวที่จำกัดถือเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่ง

นอกจากนี้ เขายังรับหน้าที่นำทีมเข้าแข่งขัน FIFA World Cup 2002 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น แม้ทีมจะตกรอบแบ่งกลุ่ม แต่เขาก็ได้รับคำชมจากกัปตันทีมอย่าง Lucas Radebe ในเรื่องการสร้างสปิริตและบรรยากาศเชิงบวกภายในทีม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ชื่อเต็ม: Ephraim Matsilele Sono (ฉายา Jomo Sono)
  • ตำแหน่งผู้เล่น: กองกลาง และ กองหน้า
  • สโมสรที่ก่อตั้ง: Jomo Cosmos
  • ความสำเร็จสูงสุดในฐานะโค้ช: รองแชมป์ Africa Cup of Nations 1998
  • เกียรติประวัติทางวิชาการ: ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก University of London และ University of Dubai ในปี 2016
  • บทบาทปัจจุบัน: เจ้าของและผู้จัดการทีม Jomo Cosmos และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสมาคมฟุตบอลแอฟริกาใต้ (SAFA)
สรุปเส้นทางอาชีพของ Jomo Sono
ช่วงปี บทบาท/สโมสร ผลงานเด่น/จำนวนนัด (ประตู)
1973 Orlando Pirates 26 นัด (3 ประตู)
1977 New York Cosmos 12 นัด (1 ประตู)
1978 Colorado Caribous 30 นัด (21 ประตู)
1979 Atlanta Chiefs 29 นัด (6 ประตู)
1980 Orlando Pirates 55 นัด (30 ประตู)
1985–1992 Toronto Blizzard 57 นัด (5 ประตู)
1994–ปัจจุบัน Jomo Cosmos เจ้าของและผู้จัดการทีม
1998, 2002, 2003 ทีมชาติแอฟริกาใต้ ผู้จัดการทีม/ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Jomo Sono ได้ฉายาว่า "Jomo" มาได้อย่างไร?

เขาได้รับฉายานี้จากแฟนบอลทีม Orlando Pirates เนื่องจากเห็นว่าเขามีคุณสมบัติความเป็นผู้นำที่โดดเด่นคล้ายกับ Jomo Kenyatta ประธานาธิบดีของเคนยาในขณะนั้น โดยคำว่า Jomo มีความหมายว่า "หอกที่ลุกโชน"

ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของ Jomo Cosmos คืออะไร?

ภายใต้การบริหารของ Sono สโมสร Jomo Cosmos สามารถคว้าแชมป์ National Soccer League ในปี 1987 รวมถึงแชมป์รายการ Bobsave Super Bowl (1990), Cola Cola Cup (2002) และ Super Eight (2003)

Jomo Sono มีบทบาทอย่างไรกับทีมชาติแอฟริกาใต้ชุดแชมป์ปี 1996?

แม้จะไม่ได้เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน แต่เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางเทคนิคให้กับ Clive Barker และที่สำคัญที่สุดคือเขาเป็นผู้เฟ้นหาและพัฒนาผู้เล่นหลักหลายคนที่อยู่ในขุมกำลังชุดแชมป์ในครั้งนั้น

นอกจากฟุตบอลแล้ว Jomo Sono ประสบความสำเร็จในด้านใดอีกบ้าง?

เขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการพัฒนาและขายนักเตะให้กับสโมสรในยุโรป รวมถึงเป็นประธานบริษัทหลายแห่ง และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ 2 ใบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในลอนดอนและดูไบ เพื่อยกย่องผลงานด้านฟุตบอลและธุรกิจ