← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Jon Stanhope นักการเมืองผู้สร้างประวัติศาสตร์และผู้นำแห่งดินแดน ACT

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Jon Stanhope นักการเมืองผู้สร้างประวัติศาสตร์และผู้นำแห่งดินแดน ACT

Jon Stanhope นักการเมืองผู้สร้างประวัติศาสตร์และผู้นำแห่งดินแดน ACT Jon Stanhope หรือชื่อเต็มคือ Jonathan Donald Stanhope AO เป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของอ…

Jon StanhopeChief Minister of the Australian Capital Territoryพรรคแรงงานออสเตรเลียการเมืองออสเตรเลีย

Jon Stanhope นักการเมืองผู้สร้างประวัติศาสตร์และผู้นำแห่งดินแดน ACT

Jon Stanhope หรือชื่อเต็มคือ Jonathan Donald Stanhope AO เป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของออสเตรเลีย โดยเฉพาะในบทบาทมุขมนตรี (Chief Minister) ของเขตปกครองพิเศษออสเตรเลียนแคปิตอลเทร์ริทอรี (ACT) สังกัดพรรคแรงงาน (Labor Party) ผู้ซึ่งสร้างสถิติเป็นมุขมนตรีเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ของ ACT ที่สามารถบริหารงานด้วยเสียงข้างมากในสภานิติบัญญัติได้

นอกเหนือจากบทบาทผู้นำระดับท้องถิ่น เขายังได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารดินแดนมหาสมุทรอินเดียของออสเตรเลีย ซึ่งครอบคลุมเกาะคริสต์มาสและเกาะโคคอส (คีลิง) ในช่วงปี 2012 ถึง 2014 อีกด้วย

Content image

เส้นทางชีวิตและการต่อสู้ในวัยเยาว์

Stanhope เกิดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 1951 ที่เมือง Gundagai รัฐนิวเซาท์เวลส์ ในครอบครัวครูที่อพยพมาจากประเทศอังกฤษ โดยเขาเป็นหนึ่งในพี่น้องทั้งหมด 9 คน ชีวิตในวัยเด็กของเขาต้องเผชิญกับความท้าทายทางร่างกาย เนื่องจากประสบอุบัติเหตุที่เข่าตอนอายุ 5 ขวบ จนนำไปสู่โรค Osteomyelitis (การติดเชื้อในกระดูกและไขกระดูก) ส่งผลให้ขาข้างหนึ่งยาวกว่าอีกข้างถึง 2.5 นิ้ว และต้องเดินกะเผลกจนกระทั่งได้รับการผ่าตัดแก้ไขเมื่ออายุ 16 ปี

ด้านการศึกษา เขาเริ่มต้นเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูเพียงคนเดียวในชนบทของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ก่อนจะเข้าเรียนที่โรงเรียนประถม Mullumbimby และโรงเรียนมัธยม Bega จากนั้นจึงย้ายเข้าสู่กรุงแคนเบอร์ราเพื่อศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National University) จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านกฎหมาย

บทบาททางสังคมและก้าวแรกสู่การเมือง

ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างเต็มตัว Stanhope ได้อุทิศตนให้กับงานสังคมและกิจกรรมเคลื่อนไหวหลายด้านในช่วงปี 1979-1987 เช่น การเป็นประธานสภาเพื่อเสรีภาพพลเมืองแห่ง ACT, ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Racial Respect, ประธานสมาคมการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และผู้ประสานงานระดับชาติเพื่อการควบคุมอาวุธปืน

เขาได้สั่งสมประสบการณ์การทำงานในระดับบริหารและที่ปรึกษา โดยเคยเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกฎหมายและรัฐธรรมนูญของสภาผู้แทนราษฎร และดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารและเลขาธิการอย่างเป็นทางการของเกาะนอร์ฟอล์ก นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ปรึกษาอาวุโสให้กับรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และที่ปรึกษาด้านสิทธิในที่ดินของชนพื้นเมือง (Native Title) ให้กับผู้นำฝ่ายค้านในระดับสหพันธรัฐ

Content image

การดำรงตำแหน่งมุขมนตรีและผลงานที่โดดเด่น

Stanhope ก้าวเข้าสู่สภานิติบัญญัติของ ACT ในปี 1998 ในฐานะตัวแทนเขต Ginninderra และได้รับเลือกเป็นผู้นำฝ่ายค้านทันที ต่อมาในปี 2001 เขาประสบความสำเร็จในการนำพรรคแรงงานคว้าชัยชนะและขึ้นดำรงตำแหน่งมุขมนตรี

ตลอดระยะเวลาการบริหารงาน เขามีผลงานที่สำคัญและเหตุการณ์ที่น่าจดจำดังนี้:

  • ด้านสิทธิมนุษยชน: ในปี 2004 เขาได้ผลักดันให้มีการประกาศใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชน (Human Rights Act) ซึ่งทำให้ ACT เป็นเขตปกครองแรกในออสเตรเลียที่มีกฎหมายนี้
  • การยืนหยัดในหลักการ: เขาปฏิเสธที่จะลงนามในร่างกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายของรัฐบาลกลางปี 2005 เนื่องจากกังวลเรื่องการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ทำให้เขากลายเป็นผู้นำรัฐหรือดินแดนเพียงคนเดียวที่คัดค้านกฎหมายฉบับนี้
  • ความกล้าหาญส่วนตัว: ในปี 2003 เขาได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ขับเฮลิคอปเตอร์ที่ประสบอุบัติเหตุตกในเขื่อนระหว่างปฏิบัติการดับไฟป่า
  • การปฏิรูปกฎหมาย: ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด (Attorney-General) เขาได้ปรับปรุงกฎหมายแพ่งครั้งใหญ่ รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการละเมิด (Wrongs Act 2002) และกฎหมายทรัพย์สิน

อย่างไรก็ตาม การบริหารของเขาก็เผชิญกับความท้าทาย เช่น เหตุการณ์ไฟป่าครั้งใหญ่ในแคนเบอร์ราปี 2003 ที่นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของระบบราชการ และการเผชิญหน้ากับรัฐบาลกลางในประเด็นกฎหมายการรับรองคู่รักเพศเดียวกัน (Civil Unions Act) ซึ่งถูกรัฐบาลกลางสั่งยกเลิกในเวลาต่อมา

Content image

บทสรุปและชีวิตหลังการเมือง

Jon Stanhope ลาออกจากตำแหน่งมุขมนตรีและสมาชิกสภานิติบัญญัติในเดือนพฤษภาคม 2011 หลังจากสร้างสถิติเป็นผู้นำรัฐหรือดินแดนที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในออสเตรเลีย ณ ขณะนั้น โดยเขาได้เปลี่ยนบทบาทไปสู่แวดวงวิชาการในฐานะศาสตราจารย์ที่ Australia and New Zealand School of Government มหาวิทยาลัยแคนเบอร์รา ก่อนจะรับหน้าที่ผู้บริหารดินแดนมหาสมุทรอินเดียจนถึงปี 2014

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่งสูงสุด: มุขมนตรีคนที่ 5 ของ Australian Capital Territory (2001–2011)
  • ความสำเร็จทางการเมือง: เป็นมุขมนตรีคนแรกและคนเดียวของ ACT ที่บริหารงานด้วยเสียงข้างมากในสภา
  • การศึกษา: ปริญญาตรีด้านกฎหมายจาก Australian National University
  • บทบาทพิเศษ: ผู้บริหารดินแดนมหาสมุทรอินเดีย (เกาะคริสต์มาสและเกาะโคคอส) ปี 2012–2014
  • จุดยืนเด่น: ผู้ผลักดันกฎหมายสิทธิมนุษยชนฉบับแรกของออสเตรเลียในระดับท้องถิ่น
สรุปไทม์ไลน์การดำรงตำแหน่งสำคัญของ Jon Stanhope
ช่วงปี (ค.ศ.) ตำแหน่ง ขอบเขตความรับผิดชอบ
1998 – 2001 ผู้นำฝ่ายค้าน ACT นำพรรคแรงงานตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
2001 – 2011 มุขมนตรี ACT บริหารจัดการเขตปกครองพิเศษออสเตรเลียนแคปิตอลเทร์ริทอรี
2001 – 2006 อัยการสูงสุด ACT ดูแลและปฏิรูปกฎหมายแพ่งของดินแดน
2012 – 2014 ผู้บริหารดินแดนมหาสมุทรอินเดีย ดูแลเกาะคริสต์มาสและเกาะโคคอส (คีลิง)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Jon Stanhope มีความสำคัญอย่างไรต่อการเมืองของ ACT?

เขาเป็นมุขมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ACT และเป็นคนเดียวที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ ซึ่งช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ มีความมั่นคงมากขึ้น

ผลงานด้านกฎหมายที่โดดเด่นที่สุดของเขาคืออะไร?

การนำกฎหมายสิทธิมนุษยชน (Human Rights Act) มาใช้ในปี 2004 ซึ่งทำให้ ACT กลายเป็นพื้นที่แรกในออสเตรเลียที่มีการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนผ่านตัวบทกฎหมายอย่างชัดเจน

ทำไมเขาถึงมีปัญหากับรัฐบาลกลางในเรื่องกฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย?

เนื่องจากเขามองว่าร่างกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายปี 2005 ของรัฐบาลกลางมีการตัดทอนสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนออกไป เขาจึงปฏิเสธที่จะลงนามเห็นชอบเพื่อเป็นการแสดงจุดยืนปกป้องสิทธิมนุษยชน

หลังจากลาออกจากการเมือง Jon Stanhope ทำอะไร?

เขาเข้าสู่สายงานวิชาการโดยรับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ Australia and New Zealand School of Government มหาวิทยาลัยแคนเบอร์รา และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารดินแดนมหาสมุทรอินเดียของออสเตรเลีย

เขามีบทบาทอย่างไรในเหตุการณ์ไฟป่าปี 2003?

ในฐานะมุขมนตรี เขาต้องบริหารจัดการวิกฤตไฟป่าที่ทำลายบ้านเรือนกว่า 500 หลัง แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความบกพร่องของระบบราชการ แต่เขาก็ได้รับคำชมจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตนเอง รวมถึงการช่วยชีวิตนักบินเฮลิคอปเตอร์ที่ตกในเขื่อน