← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Joni Mitchell ศิลปินผู้พลิกโฉมหน้าดนตรีโฟล์กและแจ๊สระดับตำนาน

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Joni Mitchell ศิลปินผู้พลิกโฉมหน้าดนตรีโฟล์กและแจ๊สระดับตำนาน

Joni Mitchell ศิลปินผู้พลิกโฉมหน้าดนตรีโฟล์กและแจ๊สระดับตำนาน หากจะกล่าวถึงศิลปินผู้มีอิทธิพลสูงสุดคนหนึ่งในวงการดนตรีช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ชื่อของ Joni Mitchell ย่อมปรากฏ…

Joni Mitchellประวัติ Joni Mitchellดนตรีโฟล์กอัลบั้ม Blue

Joni Mitchell ศิลปินผู้พลิกโฉมหน้าดนตรีโฟล์กและแจ๊สระดับตำนาน

หากจะกล่าวถึงศิลปินผู้มีอิทธิพลสูงสุดคนหนึ่งในวงการดนตรีช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ชื่อของ Joni Mitchell ย่อมปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เธอไม่ได้เป็นเพียงนักร้องและนักแต่งเพลงชาวแคนาดา แต่ยังเป็นศิลปินผู้มีความสามารถรอบด้าน ทั้งในฐานะนักดนตรีที่เล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลายและจิตรกรผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ ด้วยเอกลักษณ์การเขียนเนื้อเพลงที่ลึกซึ้งและการประพันธ์เพลงที่แหวกแนว ทำให้เธอเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยได้รับรางวัล Grammy Awards ถึง 11 รางวัล และได้รับการจารึกชื่อใน Rock and Roll Hall of Fame เมื่อปี 1997

Content image

เส้นทางชีวิตและการเริ่มต้นที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

Roberta Joan Anderson หรือที่โลกรู้จักในชื่อ Joni Mitchell เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 1943 ที่เมือง Fort Macleod รัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ในวัยเด็กเธอต้องเผชิญกับความยากลำบากจากการป่วยเป็นโรคโปลิโอ (Polio) ซึ่งส่งผลให้มือซ้ายของเธออ่อนแรงลง จุดเปลี่ยนสำคัญนี้เองที่ทำให้เธอต้องคิดค้นวิธีการตั้งสายกีตาร์แบบพิเศษ (Alternative Tunings) เพื่อให้สามารถเล่นดนตรีได้ ซึ่งต่อมากลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สร้างมิติทางเสียงที่แปลกใหม่ให้กับบทเพลงของเธอ

ในช่วงวัยรุ่น Mitchell ให้ความสนใจในด้านศิลปะและการวาดภาพมากกว่าการเรียนในห้องเรียน เธอเริ่มฝึกฝนการร้องเพลงในคลับเล็กๆ และได้รับแรงบันดาลใจจากดนตรีแจ๊ส โดยเฉพาะอัลบั้มของ Lambert, Hendricks and Ross ที่เธอหลงใหลจนจดจำได้ทุกตัวโน้ต แม้ในช่วงแรกจะถูกครอบครัวคัดค้านการเล่นกีตาร์เพราะมองว่าเป็นดนตรีบ้านนอก แต่เธอก็แอบฝึกฝนด้วยตัวเองจนชำนาญ

Content image

ก้าวสู่ความสำเร็จและการสร้างสรรค์ผลงานระดับมาสเตอร์พีซ

Mitchell เริ่มต้นอาชีพนักดนตรีอาชีพในปี 1962 ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อที่โตรอนโตและสหรัฐอเมริกา ผลงานเพลงของเธอหลายเพลง เช่น "Both Sides, Now" และ "Chelsea Morning" ถูกนำไปขับร้องโดยศิลปินท่านอื่นจนโด่งดัง ก่อนที่เธอจะออกอัลบั้มเปิดตัว Song to a Seagull ในปี 1968

ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 เธอได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยเพลง "Big Yellow Taxi" และ "Woodstock" แต่ผลงานที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดตลอดกาลคืออัลบั้ม Blue (1971) ซึ่งเป็นงานเพลงแนวสารภาพความในใจ (Confessional songwriting) ที่ถ่ายทอดความเหงาและความเปราะบางของมนุษย์ได้อย่างซื่อสัตย์ จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีโดยนิตยสาร Rolling Stone และ NPR

Content image

การทดลองทางดนตรีจากโฟล์กสู่แจ๊สและอิเล็กทรอนิกส์

Mitchell ไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างสรรค์ ในปี 1974 เธอออกอัลบั้ม Court and Spark ซึ่งเป็นการนำดนตรีแจ๊สฟิวชัน (Jazz Fusion) มาผสมผสานจนกลายเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของเธอ พร้อมกับเปลี่ยนช่วงเสียงร้องจาก Mezzo-soprano (เสียงกลางหญิง) ไปสู่ Contralto (เสียงต่ำหญิง) ที่มีช่วงกว้างและทรงพลัง

เธอได้ร่วมงานกับนักดนตรีแจ๊สระดับโลกมากมาย เช่น Jaco Pastorius และ Herbie Hancock รวมถึงการทดลองใช้เสียง Sampling (การนำตัวอย่างเสียงที่บันทึกไว้มาใช้ในเพลง) ในอัลบั้ม The Hissing of Summer Lawns ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยมากในยุคนั้น ก่อนที่เธอจะหันไปสนใจดนตรีป๊อปและอิเล็กทรอนิกส์ในเวลาต่อมา

Content image

บทบาทศิลปินผู้รักอิสระและการกลับมาอย่างสง่างาม

นอกจากการทำเพลง Mitchell ยังเป็นโปรดิวเซอร์และผู้ออกแบบปกอัลบั้มด้วยฝีมือการวาดภาพของเธอเอง เธอเคยประกาศเลิกทัวร์คอนเสิร์ตและออกอัลบั้มเพลงต้นฉบับชุดสุดท้ายในปี 2007 เนื่องจากไม่พอใจในระบบอุตสาหกรรมดนตรี แม้ในปี 2015 เธอจะประสบปัญหาทางสุขภาพจากโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง (Brain Aneurysm) แต่เธอก็ผ่านการบำบัดและฟื้นฟูจนสามารถกลับมาปรากฏตัวต่อสาธารณชนได้อีกครั้งในปี 2021 และกลับมาแสดงคอนเสิร์ตที่ Newport Folk Festival ในปี 2022 ซึ่งสร้างความตื้นตันใจให้กับแฟนเพลงทั่วโลก

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ชื่อจริง: Roberta Joan Anderson
  • ความสำเร็จสูงสุด: รางวัล Grammy Awards 11 รางวัล และสมาชิก Rock and Roll Hall of Fame
  • อัลบั้มทรงอิทธิพล: Blue (1971) ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดตลอดกาล
  • เอกลักษณ์ทางดนตรี: การใช้การตั้งสายกีตาร์แบบพิเศษ (Open Tunings) และการผสมผสานดนตรีหลายแนว (Folk, Jazz, Rock, Pop)
  • ความสามารถพิเศษ: เป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง และจิตรกรที่ออกแบบปกอัลบั้มของตนเอง
สรุปข้อมูลสำคัญของ Joni Mitchell
หัวข้อ รายละเอียด
ช่วงปีที่ทำงาน 1964–2002, 2006–2007, 2013, 2022–ปัจจุบัน
แนวเพลงหลัก Folk, Pop, Jazz, Rock
เครื่องดนตรีที่ใช้ เสียงร้อง, กีตาร์, เปียโน, คีย์บอร์ด, Dulcimer
ค่ายเพลงที่เคยสังกัด Reprise, Asylum, Geffen, Nonesuch, Hear Music
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Joni Mitchell ถึงต้องตั้งสายกีตาร์แบบพิเศษ?

เนื่องจากเธอเคยป่วยเป็นโรคโปลิโอในวัยเด็ก ทำให้มือซ้ายอ่อนแรง เธอจึงคิดค้นการตั้งสายแบบทางเลือก (Alternative Tunings) เพื่อให้เล่นได้ง่ายขึ้น ซึ่งต่อมากลายเป็นลายเซ็นทางดนตรีที่สร้างเสียงประสานที่ซับซ้อนและแปลกใหม่

อัลบั้ม Blue มีความสำคัญอย่างไรในวงการดนตรี?

อัลบั้ม Blue ถูกยกย่องว่าเป็นจุดสูงสุดของดนตรีแนว Confessional songwriting โดยนำเสนอเนื้อหาที่เปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวอย่างลึกซึ้งและซื่อสัตย์ ซึ่งส่งอิทธิพลอย่างมากต่อศิลปินรุ่นหลังในการเขียนเพลงที่ถ่ายทอดอารมณ์ดิบๆ ของมนุษย์

Joni Mitchell มีความเกี่ยวข้องกับงานศิลปะอย่างไร?

เธอเป็นจิตรกรที่มีความสามารถสูง และได้นำทักษะนี้มาใช้ในการออกแบบและวาดภาพปกอัลบั้มเกือบทั้งหมดของเธอเอง โดยเธอมักนิยามตนเองว่าเป็นจิตรกรที่ถูกโชคชะตาผลักดันให้เข้าสู่เส้นทางดนตรี

เธอเคยหยุดพักจากการทำงานดนตรีหรือไม่?

ใช่ เธอเคยหยุดทัวร์คอนเสิร์ตและหยุดออกอัลบั้มเพลงต้นฉบับในปี 2007 เนื่องจากความไม่พอใจในระบบธุรกิจดนตรี และในช่วงปี 2015-2021 เธอต้องใช้เวลาในการรักษาตัวจากอาการป่วยทางสมอง ก่อนจะกลับมาแสดงสดอีกครั้งในปี 2022

Joni Mitchell ศิลปินผู้พลิกโฉมหน้าดนตรีโฟล์กและแจ๊สระดับตำนาน | hmn.in.th