Jordana Cutler กับบทบาทผู้ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะของ Meta ในอิสราเอล
Jordana Cutler เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะชาวอเมริกัน-อิสราเอล ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมประสานระหว่างรัฐบาลอิสราเอลและยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Meta Platforms (บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram) โดยเธอทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสื่อสารและกำหนดทิศทางนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานในภูมิภาคตะวันออกกลางและชุมชนชาวยิวทั่วโลก
เส้นทางชีวิตและการศึกษา
Cutler เกิดและเติบโตในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ท่ามกลางครอบครัวที่มีแนวคิดแบบ Zionist (ลัทธิไซออนิสต์ หรือความเชื่อในการสนับสนุนการสร้างและรักษาประเทศยิว) เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์และการสื่อสารจาก Brandeis University ก่อนจะเริ่มต้นอาชีพการทำงานที่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นเวลา 3 ปี ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการสาธารณะและหัวหน้าคณะทำงาน
ในปี 2007 เธอตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศอิสราเอลเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ Hebrew University ในกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเข้าสู่แวดวงการเมืองของอิสราเอลอย่างเต็มตัว
ประสบการณ์การทำงานในแวดวงการเมือง
ในช่วงปี 2008 ขณะที่ยังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโท Cutler ได้ก้าวเข้าสู่การทำงานกับพรรค Likud ในฐานะที่ปรึกษาด้านการรณรงค์หาเสียง ต่อมาเธอได้รับโอกาสสำคัญในการทำงานที่สำนักนายกรัฐมนตรีของ Benjamin Netanyahu เป็นเวลาเกือบ 5 ปี โดยเริ่มจากการเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาอาวุโส (Ron Dermer) และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านกิจการชุมชนชาวยิวในต่างแดน (Diaspora Affairs) ในเวลาต่อมา
| ช่วงเวลา/สถานที่ | ตำแหน่ง/บทบาท | องค์กร |
|---|---|---|
| วอชิงตัน ดี.ซี. | หัวหน้าคณะทำงานและฝ่ายกิจการสาธารณะ | สถานทูตอิสราเอล |
| อิสราเอล | ที่ปรึกษาด้านการรณรงค์ | พรรค Likud |
| สำนักนายกรัฐมนตรี | ที่ปรึกษาด้านกิจการชุมชนชาวยิวในต่างแดน | รัฐบาล Benjamin Netanyahu |
| 2016 - ปัจจุบัน | ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ (อิสราเอลและชุมชนชาวยิว) | Meta Platforms |
บทบาทที่ Meta และประเด็นความขัดแย้ง
ตั้งแต่ปี 2016 Cutler ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะสำหรับอิสราเอลที่ Meta และในปี 2020 บทบาทของเธอได้ขยายครอบคลุมถึง Jewish Diaspora (ชุมชนชาวยิวที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เธอสร้างขึ้นเองและไม่มีตำแหน่งที่เทียบเท่าในบริษัทเทคโนโลยีอื่น โดยเธอระบุว่าหน้าที่หลักคือการเป็นตัวแทนของ Meta ในอิสราเอล และเป็นตัวแทนของอิสราเอลใน Meta
อย่างไรก็ตาม บทบาทของเธอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำในการเป็นตัวแทน เนื่องจาก Meta ไม่มีตำแหน่งที่เทียบเท่ากันสำหรับผู้ใช้งานชาวปาเลสไตน์ นอกจากนี้ เธอยังถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจลบเนื้อหาที่สนับสนุนปาเลสไตน์ โดยอ้างนโยบาย Dangerous Organizations and Individuals (นโยบายเกี่ยวกับองค์กรและบุคคลอันตราย) เพื่อกำจัดโพสต์ที่ถูกมองว่าขัดต่อผลประโยชน์ของอิสราเอล
ตัวอย่างที่เด่นชัดคือการสนับสนุนให้ลบโพสต์ของกลุ่ม Students for Justice in Palestine และการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการตรวจสอบเนื้อหาที่ใช้คำว่า 'Zionist' รวมถึงการสั่งการให้ตรวจสอบเนื้อหาที่กล่าวถึง Ghassan Kanafani ภายใต้นโยบายการห้ามเชิดชูหรือสนับสนุนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งปัจจุบัน: ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะสำหรับอิสราเอลและชุมชนชาวยิวที่ Meta Platforms
- ความเชื่อมโยงทางการเมือง: อดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu และสมาชิกพรรค Likud
- ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์: ถูกกล่าวหาว่าใช้เครื่องมือของ Meta ในการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกของกลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์
- ความเคลื่อนไหวล่าสุด: มีรายงานในปี 2023 ว่า Ron Dermer รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุทธศาสตร์ มีความประสงค์จะแต่งตั้งเธอให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ของกระทรวงดังกล่าว
คำถามที่พบบ่อย
Jordana Cutler ทำหน้าที่อะไรที่ Meta?
เธอทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ โดยเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างบริษัท Meta กับรัฐบาลอิสราเอล รวมถึงดูแลนโยบายที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวยิวทั่วโลก
ทำไมบทบาทของเธอถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์?
นักวิจารณ์มองว่าเธอใช้อิทธิพลในการผลักดันให้ Meta ลบเนื้อหาที่สนับสนุนปาเลสไตน์ และชี้ให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมเนื่องจากไม่มีตัวแทนในระดับเดียวกันสำหรับฝั่งปาเลสไตน์
เธอมีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Benjamin Netanyahu?
เธอเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาในสำนักนายกรัฐมนตรีของ Benjamin Netanyahu เป็นเวลาเกือบ 5 ปี โดยดูแลด้านกิจการชุมชนชาวยิวในต่างแดน
นโยบาย 'Dangerous Organizations and Individuals' ถูกนำมาใช้ในกรณีใด?
ถูกนำมาใช้เพื่อระบุและลบเนื้อหาจากกลุ่มหรือบุคคลที่ Meta จัดให้อยู่ในบัญชีดำ ซึ่งในกรณีของ Cutler มีการนำมาใช้กับโพสต์ของกลุ่มนักศึกษาและเนื้อหาที่สนับสนุนปาเลสไตน์