← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
José Altafini ตำนานดาวยิงสองสัญชาติผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้กัลโช่ เซเรีย อา

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

José Altafini ตำนานดาวยิงสองสัญชาติผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้กัลโช่ เซเรีย อา

José Altafini ตำนานดาวยิงสองสัญชาติผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้กัลโช่ เซเรีย อา หากจะกล่าวถึงกองหน้าที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอิตาลี ชื่อของ José Altafin…

José Altafiniโฮเซ อัลตาฟินีAC MilanJuventus

José Altafini ตำนานดาวยิงสองสัญชาติผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้กัลโช่ เซเรีย อา

หากจะกล่าวถึงกองหน้าที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอิตาลี ชื่อของ José Altafini (โฮเซ อัลตาฟินี) จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ เขาคือนักเตะผู้มีความสามารถรอบด้าน ทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และสัญชาตญาณการทำประตูที่เฉียบคม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในยุคของเขา

อัลตาฟินีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องจักรสังหารประตู แต่เขายังเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงระหว่างฟุตบอลบราซิลและอิตาลี โดยเป็นหนึ่งในผู้เล่นไม่กี่คนที่เคยรับใช้ทีมชาติระดับโลกถึงสองประเทศ และสร้างชื่อเสียงโด่งดังกับสโมสรยักษ์ใหญ่ในอิตาลีถึง 3 แห่ง ได้แก่ เอซี มิลาน, นาโปลี และยูเวนตุส

Content image

จุดเริ่มต้นจากบราซิลสู่ฉายา "Mazzola"

โฮเซ อัลตาฟินี เกิดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 1938 ที่เมืองปิราซิกาบา รัฐเซาเปาโล ประเทศบราซิล ในครอบครัวชนชั้นแรงงานที่มีเชื้อสายอิตาลี ซึ่งทำให้เขาได้รับสัญชาติอิตาลีโดยกำเนิด เขาเริ่มฉายแววความเป็นอัจฉริยะทางฟุตบอลตั้งแต่อายุ 16 ปี กับสโมสร XV de Novembro Sporting Club และได้รับฉายาว่า "Mazzola" เนื่องจากมีรูปลักษณ์คล้ายกับ วาเลนติโน มัซโซลา ตำนานกองกลางชาวอิตาลี

ต่อมาในวัย 17 ปี เขาได้ย้ายเข้าสู่ทีมเยาวชนของ Palmeiras (ปัลไมรัส) โดยเริ่มจากการเล่นในตำแหน่งปีกหรือกองกลางตัวรุก ก่อนจะถูกปรับให้มาเล่นเป็นกองหน้าเต็มตัว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทำให้เขากลายเป็นดาวเด่น อัลตาฟินีสร้างสถิติเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ให้กับสโมสรปัลไมรัส ซึ่งเป็นสถิติที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน

Content image

ยุครุ่งเรืองกับ AC Milan และความสำเร็จในยุโรป

หลังจากจบฟุตบอลโลกปี 1958 อัลตาฟินีย้ายมาเริ่มต้นอาชีพในอิตาลีกับ AC Milan ด้วยค่าตัว 135 ล้านลีรา เขาปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและพาทีมคว้าแชมป์ เซเรีย อา (Serie A) ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ลงเล่น โดยทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งในลีกและฟุตบอลถ้วย

จุดสูงสุดในอาชีพของเขากับมิลานเกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปียนคัพ (European Cup) ปี 1963 ซึ่งเขาทำคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ทีมเอาชนะเบนฟิก้า คว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกมาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้เขายังสร้างสถิติทำประตูสูงสุดในหนึ่งฤดูกาลของรายการนี้ด้วยจำนวน 14 ประตู ซึ่งเป็นสถิติที่ยืนยาวกว่า 50 ปี ก่อนจะถูกทำลายโดยคริสเตียโน โรนัลโด ในปี 2014

Content image

การเดินทางสู่ Napoli และ Juventus

ในปี 1965 อัลตาฟินีย้ายไปร่วมทีม Napoli เนื่องจากความขัดแย้งภายในสโมสรมิลาน ที่นี่เขาได้สร้างความประทับใจให้แฟนบอลชาวเนเปิลส์อย่างมาก โดยเฉพาะลูกยิงแบบจักรยานอากาศ (Bicycle Kick) ที่กลายเป็นตำนาน และพาทีมจบอันดับ 2 ของลีกในฤดูกาล 1967–68 ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดของสโมสรในขณะนั้น

ในช่วงท้ายของอาชีพในอิตาลี เขาได้ย้ายไปร่วมทีม Juventus แม้จะอยู่ในวัยที่มากขึ้นและมักถูกส่งลงเป็นตัวสำรอง แต่อัลตาฟินียังคงเป็น "ซูเปอร์ซับ" ที่ตัดสินเกมได้เสมอ เขาช่วยให้ยูเวนตุสคว้าแชมป์ เซเรีย อา อีก 2 สมัย (1972–73 และ 1974–75) โดยหนึ่งในประตูที่น่าจดจำที่สุดคือการยิงประตูชัยในนาทีที่ 88 ในเกมพบกับนาโปลีทีมเก่าของเขาเอง

Content image

บทสรุปอาชีพและการเป็นผู้บรรยายระดับตำนาน

หลังจากอำลาเซเรีย อา ในปี 1976 อัลตาฟินีได้ไปเล่นให้กับ Toronto Italia ในแคนาดา และปิดท้ายอาชีพค้าแข้งที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับทีม Chiasso และ Mendrisiostar ก่อนจะแขวนสตั๊ดในวัย 42 ปี โดยตลอดอาชีพการค้าแข้งเขายิงประตูรวมไปทั้งสิ้น 630 ประตู

หลังเกษียณ เขาผันตัวมาเป็นผู้บรรยายฟุตบอลชื่อดังทางช่อง SKY Italia และวิทยุ RTL 102.5 โดยเขาเป็นผู้ริเริ่มใช้คำว่า "golaço" (หรือ golazzo ในภาษาอิตาลี) เพื่อใช้เรียกประตูที่สวยงามเป็นพิเศษ และมีวลีติดปากที่แฟนบอลจดจำได้ดีคือ "incredibile, amici!" (เหลือเชื่อเลยเพื่อนๆ!)

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สถิติสูงสุด: เป็นหนึ่งในผู้เล่น 8 คนในประวัติศาสตร์ที่ทำได้ 5 ประตูในนัดเดียวในรายการยูโรเปียนคัพ
  • ดาวยิงเซเรีย อา: ครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดอันดับ 4 ตลอดกาลของลีกอิตาลี (ร่วมกับ จูเซปเป เมอัซซา) ด้วยจำนวน 216 ประตู
  • ความสำเร็จทีมชาติ: คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1958 กับทีมชาติบราซิล และต่อมาได้เล่นให้ทีมชาติอิตาลีในฟุตบอลโลกปี 1962
  • ความเร็วในการทำประตู: เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์เซเรีย อา ที่ยิงครบ 100 ประตู (ทำได้ในวัย 24 ปี 239 วัน)
สรุปสถิติการลงเล่นและทำประตูในระดับสโมสร (ลีก)
สโมสร ช่วงปี ลงสนาม (นัด) ประตู (ลูก)
Palmeiras 1956–1958 114 89
AC Milan 1958–1965 205 120
Napoli 1965–1972 180 71
Juventus 1972–1976 74 25
Chiasso / Mendrisiostar 1976–1980 80 29
รวมทั้งหมด - 653 334
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม José Altafini ถึงเล่นให้ทั้งทีมชาติบราซิลและอิตาลี?

เนื่องจากเขามีเชื้อสายอิตาลีจึงได้รับสัญชาติอิตาลีโดยกำเนิด ในช่วงนั้นทีมชาติบราซิลมีนโยบายไม่เรียกตัวผู้เล่นที่ค้าแข้งอยู่ในต่างประเทศ ทำให้เขาพลาดโอกาสรับใช้บราซิล และตัดสินใจรับคำเชิญจากทีมชาติอิตาลีเพื่อลงเล่นในฟุตบอลโลกปี 1962

คำว่า "golazzo" ที่เขาใช้หมายถึงอะไร?

คำว่า "golazzo" เป็นการดัดแปลงมาจากคำว่า "golaço" ในภาษาโปรตุเกส ซึ่งหมายถึง "ประตูที่ยอดเยี่ยมมาก" หรือการทำประตูที่สวยงามเป็นพิเศษนั่นเอง

สถิติที่โดดเด่นที่สุดของเขาในยุโรปคืออะไร?

เขาเคยครองสถิติทำประตูสูงสุดในหนึ่งฤดูกาลของยูโรเปียนคัพ (ปัจจุบันคือ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก) โดยยิงไป 14 ประตูในฤดูกาล 1962–63 ซึ่งเป็นสถิติที่ยืนยาวนานกว่า 50 ปี

เขามีบทบาทอย่างไรกับสโมสร Juventus?

แม้จะย้ายไปในวัยที่เริ่มสูงอายุ แต่เขาเป็นตัวสำรองที่ทรงประสิทธิภาพ ช่วยให้ยูเวนตุสคว้าแชมป์เซเรีย อา ได้ถึง 2 สมัย และมีส่วนสำคัญในการพาทีมเข้าชิงชนะเลิศยูโรเปียนคัพปี 1973

ฉายา "Mazzola" มีที่มาจากไหน?

เขาได้รับฉายานี้ตั้งแต่สมัยเล่นให้ทีมเยาวชนในบราซิล เนื่องจากมีรูปร่างหน้าตาและลักษณะทางกายภาพคล้ายกับ วาเลนติโน มัซโซลา นักเตะระดับตำนานของอิตาลี