← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
José Dirceu เส้นทางชีวิตจากนักปฏิวัติสู่จุดสูงสุดและจุดตกต่ำทางการเมืองบราซิล

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

José Dirceu เส้นทางชีวิตจากนักปฏิวัติสู่จุดสูงสุดและจุดตกต่ำทางการเมืองบราซิล

José Dirceu เส้นทางชีวิตจากนักปฏิวัติสู่จุดสูงสุดและจุดตกต่ำทางการเมืองบราซิล José Dirceu de Oliveira e Silva เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมือง…

José DirceuการเมืองบราซิลLuiz Inácio Lula da SilvaMensalão

José Dirceu เส้นทางชีวิตจากนักปฏิวัติสู่จุดสูงสุดและจุดตกต่ำทางการเมืองบราซิล

José Dirceu de Oliveira e Silva เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของบราซิล โดยมีเส้นทางชีวิตที่พลิกผันอย่างสุดขั้ว จากการเป็นนักเคลื่อนไหวใต้ดินและนักปฏิวัติที่ต้องลี้ภัยทางการเมือง ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในฐานะหัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดี แต่สุดท้ายกลับต้องเผชิญกับคดีคอร์รัปชันครั้งใหญ่ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของประเทศ

จุดเริ่มต้นบนเส้นทางปฏิวัติและการลี้ภัย

ในช่วงปี 1961 Dirceu ย้ายเข้ามาพำนักที่เมืองเซาเปาโล และได้เข้าร่วมกับ Ala Marighella หรือต่อมาคือ ALN (Aliança Libertadora Nacional) ซึ่งเป็นกลุ่มปฏิวัติติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์บราซิล ในปี 1968 เขาได้รับฉายาว่า "Daniel" และดำรงตำแหน่งผู้นำสหภาพนักศึกษารัฐ (UEE) ก่อนจะถูกจับกุมในวันที่ 12 ตุลาคม 1968 ระหว่างการประชุมสภาการนักศึกษาแห่งชาติ (UNE) ที่เมืองอิบิอูนา

Content image

เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นที่รู้จักในระดับสากลเกิดขึ้นในปี 1969 เมื่อกลุ่มปฏิวัติมาร์กซิสต์ MR8 และ ALN ได้ลักพาตัว Charles Burke Elbrick เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำบราซิล เพื่อแลกกับการปล่อยตัวนักโทษการเมือง 15 คน ซึ่งรวมถึง José Dirceu ด้วย โดยเหตุการณ์ระทึกขวัญนี้ได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Four Days in September

หลังจากนั้น Dirceu ได้ลี้ภัยไปยังประเทศคิวบาเพื่อรับการฝึกทางทหารและศึกษาต่อ โดยเขาเปิดเผยว่าได้ทำการศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงใบหน้าเพื่อพรางตัว และแอบกลับเข้ามาในบราซิลในปี 1975 โดยใช้ชื่อปลอมว่า "Carlos Henrique Gouveia de Mello" เขาใช้ชีวิตอย่างลับๆ ในรัฐปารานาจนถึงปี 1979 ก่อนจะเดินทางกลับไปยังคิวบาอีกครั้ง

การกลับคืนสู่การเมืองและอำนาจในพรรค PT

หลังจากการประกาศนิรโทษกรรมในปี 1980 Dirceu ได้กลับมาใช้ชื่อจริงและเริ่มมีบทบาททางการเมืองอย่างเต็มตัว เขาเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันการนิรโทษกรรมผู้ถูกตัดสินโทษทางการเมือง และร่วมประสานงานแคมเปญ Diretas Já ในปี 1984 เพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรง

ด้วยวุฒิทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคาทอลิก Pontifical แห่งเซาเปาโล เขาได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองหลายระดับ ตั้งแต่สมาชิกสภารัฐเซาเปาโล (1987–1991) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (1991–1995 และ 1999–2003) นอกจากนี้ เขายังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง พรรคแรงงาน (Partido dos Trabalhadores หรือ PT) และดำรงตำแหน่งประธานพรรคในช่วงปี 1995–2002

Content image

จุดสูงสุดในอาชีพการเมืองของเขาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2003 เมื่อเขาได้รับแต่งตั้งเป็น หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดี (Chief of Staff) ภายใต้รัฐบาลของ Luiz Inácio Lula da Silva ซึ่งตำแหน่งนี้มีอำนาจเทียบเท่ารัฐมนตรีและได้รับมอบหมายให้ดูแลการแต่งตั้งข้าราชการทั้งหมดในรัฐบาล ทำให้เขากลายเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างมากในโครงสร้างอำนาจของบราซิล

มรสุมคดีคอร์รัปชันและการล่มสลาย

อำนาจของ Dirceu เริ่มสั่นคลอนเมื่อเกิดเรื่องอื้อฉาว Mensalão ซึ่งเป็นแผนการทุจริตจ่ายเงินสินบนให้แก่สมาชิกสภานิติบัญญัติเพื่อแลกกับการสนับสนุนกฎหมายของรัฐบาล ส่งผลให้เขาต้องลาออกจากตำแหน่งในปี 2005 และถูกขับออกจากสภาผู้แทนราษฎรในเวลาต่อมา เนื่องจากละเมิดจริยธรรมทางรัฐสภา

Content image

ในปี 2012 ศาลสูงสุดของบราซิลตัดสินว่าเขามีความผิดในข้อหาคอร์รัปชัน ยักยอกทรัพย์ และฟอกเงิน โดยถูกตัดสินจำคุก 7 ปีที่เรือนจำ Papuda แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดในปี 2015 เขาถูกจับกุมอีกครั้งในปฏิบัติการ Operation Car Wash (Lava Jato) ซึ่งเป็นการสืบสวนการทุจริตครั้งใหญ่ในบริษัทน้ำมัน Petrobras

ในเดือนพฤษภาคม 2016 เขาถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 23 ปี 3 เดือน จากความผิดฐานคอร์รัปชันและฟอกเงิน แม้ว่าในเวลาต่อมาปี 2017 ศาลอุทธรณ์จะอนุญาตให้เขาประกันตัวเพื่อรอการพิจารณาคดี แต่ทางอัยการได้คัดค้านโดยระบุว่าการปล่อยตัวเขาเป็นความเสี่ยงต่อสังคม เนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่าเขายักยอกเงินกว่า 2.4 ล้านเรียลจากสัญญาของ Petrobras

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • บทบาทเริ่มต้น: เป็นผู้นำนักศึกษาและสมาชิกกลุ่มปฏิวัติติดอาวุธ ALN
  • เหตุการณ์ประวัติศาสตร์: เป็นหนึ่งในนักโทษที่ถูกแลกตัวกับการลักพาตัวทูตสหรัฐฯ ในปี 1969
  • ตำแหน่งสูงสุด: หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดี Lula da Silva (2003–2005)
  • คดีความหลัก: มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริต Mensalão และ Operation Car Wash
  • การศึกษา: จบการศึกษากฎหมายจาก Pontifical Catholic University of São Paulo
สรุปไทม์ไลน์และตำแหน่งสำคัญของ José Dirceu
ช่วงปี ตำแหน่ง / เหตุการณ์สำคัญ หมายเหตุ
1966 - 1969 สมาชิกกลุ่ม ALN / ผู้นำ UEE ถูกจับกุมและลี้ภัยไปคิวบา
1987 - 1991 สมาชิกสภารัฐเซาเปาโล สังกัดพรรค PT
1995 - 2002 ประธานพรรคแรงงาน (PT) ผู้นำระดับชาติของพรรค
2003 - 2005 หัวหน้าคณะทำงานประธานาธิบดี ตำแหน่งทรงอิทธิพลสูงสุดในรัฐบาล Lula
2012 - 2016 จำเลยคดี Mensalão และ Lava Jato ถูกตัดสินจำคุกหลายครั้ง
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

José Dirceu มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับประธานาธิบดี Lula?

เขาเป็นพันธมิตรทางการเมืองที่ใกล้ชิดและเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค PT โดยเคยเป็นผู้ประสานงานแคมเปญเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรกของ Lula ในปี 1989 และดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานของ Lula ในช่วงปี 2003-2005

คดี Mensalão คืออะไร?

คือเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตในสภานิติบัญญัติบราซิล โดยมีการจ่ายเงินรายเดือน (Mensalão) ให้กับสมาชิกสภาเพื่อแลกกับการโหวตสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ซึ่ง José Dirceu ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้นำของแผนการนี้

Operation Car Wash (Lava Jato) ส่งผลกระทบต่อเขาอย่างไร?

ทำให้เขาถูกจับกุมอีกครั้งในปี 2015 ในข้อหาคอร์รัปชันและฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับบริษัท Petrobras และถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 23 ปี 3 เดือน ในปี 2016

ทำไมเขาถึงต้องใช้ชื่อปลอมในช่วงปี 1975-1979?

เนื่องจากเขาเป็นนักปฏิวัติที่ถูกทางการบราซิลตามล่าและลี้ภัยอยู่ในคิวบา การกลับเข้ามาในประเทศจึงต้องใช้ชื่อปลอมว่า "Carlos Henrique Gouveia de Mello" และศัลยกรรมใบหน้าเพื่อหลบเลี่ยงการถูกจับกุม

บทบาทของเขาในแคมเปญ Diretas Já คืออะไร?

เขาเป็นหนึ่งในผู้ประสานงานหลักของแคมเปญ Diretas Já ในปี 1984 ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวทางสังคมครั้งใหญ่เพื่อเรียกร้องให้บราซิลกลับมามีการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงจากประชาชน