← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
JC

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Juan Carlos Molina เส้นทางชีวิตนักเตะอาชีพจากอาร์เจนตินาสู่ลีกอเมริกาเหนือ

Juan Carlos Molina เส้นทางชีวิตนักเตะอาชีพจากอาร์เจนตินาสู่ลีกอเมริกาเหนือ Juan Carlos Molina คืออดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวอาร์เจนตินาผู้มีความสามารถรอบด้าน โดยเขาสามารถเล่นได…

Juan Carlos Molinaนักฟุตบอลอาร์เจนตินาNASLMISL

Juan Carlos Molina เส้นทางชีวิตนักเตะอาชีพจากอาร์เจนตินาสู่ลีกอเมริกาเหนือ

Juan Carlos Molina คืออดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวอาร์เจนตินาผู้มีความสามารถรอบด้าน โดยเขาสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่ง กองกลาง (Midfielder) และ กองหน้า (Forward) ตลอดอาชีพการค้าแข้ง Molina ได้สร้างชื่อเสียงทั้งในบ้านเกิดและในต่างแดน โดยเฉพาะการเดินทางไปหาประสบการณ์ในลีกระดับสูงของอเมริกาเหนือ

จุดเริ่มต้นและการก้าวสู่ระดับอาชีพในอาร์เจนตินา

Molina เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังจากการเป็นนักเตะเยาวชนสมัครเล่นกับสโมสร Club Atletico Los Andes ในช่วงปี 1970–1972 ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ระดับอาชีพอย่างเต็มตัวในปี 1973 กับสโมสรเดิมในลีก Primera B (ลีกระดับรองของอาร์เจนตินา) ซึ่งเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตลอด 4 ฤดูกาลที่สนาม Estadio Eduardo Gallardón

ต่อมาเขาได้ย้ายไปร่วมทีม Ferro Carril Oeste ในช่วงปี 1977–1980 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทีมสามารถเลื่อนชั้นขึ้นสู่ Primera División หรือลีกสูงสุดของประเทศได้สำเร็จ ทำให้เขาได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันในระดับสูงสุดของฟุตบอลอาร์เจนตินา

การผจญภัยในอเมริกาเหนือและฟุตบอลในร่ม

ในปี 1980 Molina ตัดสินใจย้ายข้ามทวีปไปยังอเมริกาเหนือเพื่อร่วมทีม Calgary Boomers ในลีก NASL (North American Soccer League) โดยเขาได้ลงเล่นทั้งในรูปแบบฟุตบอลสนามกลางแจ้งและ Indoor Soccer หรือฟุตบอลในร่ม ซึ่งเป็นรูปแบบการแข่งขันที่ได้รับความนิยมในสหรัฐฯ และแคนาดาในขณะนั้น

หลังจากทีม Calgary ยุบตัวลง เขาได้ย้ายไปร่วมทีม Toronto Blizzard อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 1982 เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านการลงสนาม ซึ่ง Molina เคยให้สัมภาษณ์ในปี 2008 ว่าอาจเป็นผลกระทบจาก สงครามฟอล์กแลนด์ (Falklands War) ที่ทำให้โค้ชจำกัดเวลาการเล่นของเขา เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างอาร์เจนตินาและสหราชอาณาจักร ซึ่งเพื่อนร่วมทีมหลายคนเป็นชาวอังกฤษ

เส้นทางในอเมริกาเหนือของเขายังคงดำเนินต่อไปเมื่อถูกเทรดไปยัง Tampa Bay Rowdies ในปี 1982 ซึ่งที่นี่เขาได้กลับมาทำงานร่วมกับ Al Miller โค้ชเก่าจากทีม Calgary และประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการคว้าแชมป์ NASL Indoor Championship ในปี 1983 ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม Phoenix Pride ในลีก MISL (Major Indoor Soccer League) ในช่วงกลางฤดูกาลเดียวกัน

ช่วงปลายอาชีพและการผันตัวสู่บทบาทโค้ช

หลังจากจบภารกิจในสหรัฐฯ Molina กลับมาค้าแข้งในบ้านเกิดกับสโมสร Club Atlético Tigre และ Club Almirante Brown ก่อนจะปิดฉากอาชีพนักเตะอย่างเป็นทางการกับทีม Wichita Wings ในลีก MISL ระหว่างปี 1987–1988

หลังแขวนสตั๊ด Molina ไม่ได้ทิ้งวงการฟุตบอล โดยในปี 2000 เขาเริ่มรับหน้าที่เป็นโค้ชให้กับทีมฟุตบอลรุ่นอายุ 40 ปีขึ้นไปของ Hindú Club และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ Torneo Amistad ได้ในปี 2007 และ 2021 ซึ่งความสำเร็จนี้ส่งผลให้ทีมได้เลื่อนชั้นสู่การแข่งขัน Asociación Intercountry Zona Norte ในปี 2008

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • วันเกิด: 22 กุมภาพันธ์ 1955 (ปัจจุบันอายุ 71 ปี)
  • สถานที่เกิด: เมือง Temperley ประเทศอาร์เจนตินา
  • ตำแหน่งที่เล่น: กองกลาง และ กองหน้า
  • ความสำเร็จเด่น: แชมป์ NASL Indoor 1983 และแชมป์ Torneo Amistad (ในฐานะโค้ช)
  • สถิติสูงสุด: ลงเล่นให้ Club Atletico Los Andes ถึง 253 นัด ทำได้ 68 ประตู
สรุปประวัติการค้าแข้งของ Juan Carlos Molina
ช่วงปี สโมสร จำนวนนัด (ประตู) ประเภทลีก
1973–1977 Club Atletico Los Andes 253 (68) Primera B (อาร์เจนตินา)
1978–1980 Ferro Carril Oeste 65 (8) Primera División (อาร์เจนตินา)
1980–1981 Calgary Boomers 46 (21) NASL (กลางแจ้งและในร่ม)
1981–1982 Toronto Blizzard 39 (21) NASL (กลางแจ้งและในร่ม)
1983 Tampa Bay Rowdies 22 (3) NASL (กลางแจ้งและในร่ม)
1983–1984 Phoenix Pride 8 (1) MISL (ในร่ม)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Juan Carlos Molina เล่นตำแหน่งอะไรบ้าง?

เขาเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ที่สามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองกลางและกองหน้า

ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในฐานะนักเตะคืออะไร?

การคว้าแชมป์ NASL Indoor Championship ในปี 1983 ร่วมกับทีม Tampa Bay Rowdies

ทำไมเขาถึงมีปัญหาเรื่องเวลาการลงสนามกับทีม Toronto Blizzard?

Molina เชื่อว่าเหตุการณ์สงครามฟอล์กแลนด์ส่งผลให้โค้ชจำกัดเวลาการเล่นของเขา เนื่องจากเขาเป็นชาวอาร์เจนตินาในขณะที่เพื่อนร่วมทีมส่วนใหญ่เป็นชาวสหราชอาณาจักร

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ เขาทำอะไร?

เขาผันตัวมาเป็นโค้ชให้กับทีมฟุตบอลรุ่นอายุ 40 ปีขึ้นไปของ Hindú Club และพาทีมคว้าแชมป์ Torneo Amistad ได้หลายสมัย

เขาเคยเล่นฟุตบอลในรูปแบบใดบ้าง?

เขาเล่นทั้งฟุตบอลสนามกลางแจ้งมาตรฐาน และฟุตบอลในร่ม (Indoor Soccer) ในลีกของอเมริกาเหนือ