← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Julius Rebek ผู้บุกเบิกการประกอบร่างโมเลกุลและการจำลองชีวิตสังเคราะห์

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Julius Rebek ผู้บุกเบิกการประกอบร่างโมเลกุลและการจำลองชีวิตสังเคราะห์

Julius Rebek ผู้บุกเบิกการประกอบร่างโมเลกุลและการจำลองชีวิตสังเคราะห์ ในโลกของเคมีระดับโมเลกุล ชื่อของ Julius Rebek Jr. เป็นที่รู้จักในฐานะนักเคมีชาวฮังการี-อเมริกัน ผู้ส…

Julius RebekMolecular Self-AssemblyMolecular RecognitionSelf-Replication

Julius Rebek ผู้บุกเบิกการประกอบร่างโมเลกุลและการจำลองชีวิตสังเคราะห์

ในโลกของเคมีระดับโมเลกุล ชื่อของ Julius Rebek Jr. เป็นที่รู้จักในฐานะนักเคมีชาวฮังการี-อเมริกัน ผู้สร้างผลงานโดดเด่นด้าน Molecular Self-Assembly หรือการประกอบร่างของโมเลกุลด้วยตนเอง ซึ่งเป็นกระบวนการที่โมเลกุลจัดเรียงตัวกันเป็นโครงสร้างที่ซับซ้อนโดยไม่ต้องอาศัยการควบคุมจากภายนอก งานวิจัยของเขาไม่เพียงแต่ขยายขอบเขตของเคมีอินทรีย์ แต่ยังท้าทายความเข้าใจเกี่ยวกับจุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิตอีกด้วย

เส้นทางชีวิตและการศึกษา

Julius Rebek เกิดเมื่อวันที่ 11 เมษายน ค.ศ. 1944 ที่เมือง Beregszász (ปัจจุบันคือเมือง Berehove ในยูเครน) เขาใช้ชีวิตช่วงวัยเด็กในออสเตรียก่อนจะย้ายถิ่นฐานไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 1949 โดยตั้งรกรากที่เมืองโทพีกา รัฐแคนซัส

ด้านการศึกษา Rebek สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเคมีจาก University of Kansas และศึกษาต่อจนจบปริญญาโทและปริญญาเอกด้านเคมีอินทรีย์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ในปี 1970 โดยในช่วงนั้นเขาได้ศึกษาเรื่องเปปไทด์ (Peptides) หรือสายโซ่ของกรดอะมิโนภายใต้การดูแลของ D. S. Kemp

Content image

ความสำเร็จทางวิชาการและนวัตกรรมทางเคมี

ตลอดอาชีพการทำงาน Rebek ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในสถาบันชั้นนำ ตั้งแต่การเป็นอาจารย์ที่ UCLA, University of Pittsburgh และกลับมาเป็นศาสตราจารย์ที่ MIT จนกระทั่งในปี 1996 เขาได้ก้าวขึ้นเป็นผู้อำนวยการสถาบัน Skaggs Institute for Chemical Biology ณ Scripps Research Institute

การทดสอบแบบสามเฟส (Three-Phase Test)

ในช่วงทศวรรษ 1970 Rebek ได้คิดค้นวิธีการตรวจวัด Reactive Intermediates หรือสารมัธยันตร์ที่มีความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยาสูง ซึ่งมักจะสลายตัวเร็วเกินกว่าจะตรวจวัดได้ โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า "Three-Phase Test" ซึ่งใช้สารรีเอเจนต์ที่ยึดเกาะกับพอลิเมอร์สองชุดแยกจากกัน เมื่อเกิดการส่งผ่านสารระหว่างเฟสของแข็งทั้งสอง จะเป็นหลักฐานยืนยันการมีอยู่ของสารมัธยันตร์ในสารละลาย วิธีนี้ช่วยให้ตรวจพบสารสำคัญ เช่น cyclobutadiene และ singlet oxygen ได้สำเร็จ

เครื่องจักรโมเลกุลและการจำลองผลทางอัลโลสเตอริก

ในปี 1978 เขาได้สร้างแบบจำลองตามหลักการของ Pauling เพื่อศึกษาการเร่งปฏิกิริยาผ่านการยึดเกาะกับสถานะเปลี่ยนผ่าน (Transition State) โดยใช้การหมุนของ bipyridyl ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Molecular Machines หรือเครื่องจักรโมเลกุลยุคแรกๆ ในรูปแบบของ "โรเตอร์" (Rotor) นอกจากนี้ ในช่วงปี 1980 เขายังได้ออกแบบโมเลกุลเพื่อจำลอง Allosteric Effects หรือปรากฏการณ์ที่การจับของโมเลกุลที่จุดหนึ่งส่งผลต่อการทำงานของอีกจุดหนึ่งในโมเลกุลเดียวกัน

Content image

การจดจำโมเลกุลและการจำลองชีวิต (Molecular Recognition)

Rebek ประสบความสำเร็จในการสร้างโครงสร้างรูปทรงคล้าย "ช่องแคบ" (Cleft-like shapes) เพื่อใช้ในการจดจำไอออนและโมเลกุลที่ไม่เป็นไอออน ซึ่งนำไปสู่การสร้างระบบ Self-Replication หรือการจำลองตัวเองได้ในปี 1990 โดยเป็นระบบสังเคราะห์แรกที่แสดงคุณสมบัติพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต คือการใช้ตัวเองเป็นแม่แบบในการสร้างโมเลกุลที่เหมือนเดิมซ้ำๆ ผ่านกระบวนการ Autocatalysis (การเร่งปฏิกิริยาด้วยผลิตภัณฑ์ของตัวมันเอง)

แคปซูลโมเลกุลและโปรตีนจำลอง

ในปี 1993 เขาได้ร่วมมือกับ Javier de Mendoza สร้าง Self-assembling capsule หรือแคปซูลที่ประกอบร่างได้เอง ซึ่งทำหน้าที่เป็นห้องปฏิบัติการขนาดนาโนเมตรสำหรับกักเก็บและให้ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นภายใน และในระยะหลังเขาได้มุ่งเน้นการสร้าง Protein Surface Mimetics หรือสารจำลองพื้นผิวโปรตีน ซึ่งมีศักยภาพในการนำไปใช้รักษาโรคในสัตว์ทดลอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก: เป็นสมาชิกของ National Academy of Sciences และได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย เช่น Prelog Medal และ William H. Nichols Medal
  • นวัตกรรมเปลี่ยนโลก: คิดค้น Three-Phase Test เพื่อตรวจจับสารมัธยันตร์ที่ว่องไว
  • ก้าวแรกสู่ชีวิตสังเคราะห์: สร้างโมเลกุลสังเคราะห์ชนิดแรกที่สามารถจำลองตัวเองได้ (Self-replicating system)
  • นาโนเทคโนโลยี: พัฒนาแคปซูลโมเลกุลที่ทำหน้าที่เป็นห้องทำปฏิกิริยาขนาดจิ๋ว
สรุปไทม์ไลน์และผลงานสำคัญของ Julius Rebek
ช่วงปี (ค.ศ.) สถาบัน/ตำแหน่ง ผลงาน/ความสำเร็จหลัก
1970 - 1976 UCLA พัฒนา Three-Phase Test สำหรับสารมัธยันตร์
1976 - 1989 University of Pittsburgh สร้างโครงสร้างจดจำโมเลกุลและเครื่องจักรโมเลกุล (Rotor)
1989 - 1996 MIT คิดค้นโมเลกุลจำลองตัวเอง (Self-replicating molecules)
1996 - ปัจจุบัน Scripps Research Institute พัฒนาแคปซูลโมเลกุลและโปรตีนจำลอง (Protein Mimetics)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

การจำลองตัวเองของโมเลกุลที่ Rebek สร้างขึ้น แตกต่างจาก DNA อย่างไร?

Philip Ball ระบุว่าการจำลองตัวเองของโมเลกุลของ Rebek ไม่ได้เลียนแบบการจับคู่เบสของกรดนิวคลีอิกเหมือน DNA แต่ใช้ปฏิสัมพันธ์ทางโมเลกุลรูปแบบใหม่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตอาจเกิดขึ้นได้จากหลักการทางเคมีที่แตกต่างจาก DNA

Three-Phase Test มีประโยชน์อย่างไรในทางเคมี?

ช่วยให้นักเคมีสามารถตรวจจับและยืนยันการมีอยู่ของสารมัธยันตร์ (Reactive Intermediates) ที่มีความไม่เสถียรสูงและสลายตัวเร็ว ซึ่งปกติจะตรวจวัดได้ยากมากในสารละลายทั่วไป

แคปซูลโมเลกุล (Self-assembling capsule) นำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

ใช้เป็นห้องทำปฏิกิริยาขนาดนาโนเมตร เพื่อให้สารตั้งต้นทำปฏิกิริยากันในพื้นที่จำกัด ช่วยให้สารรีเอเจนต์มีความเสถียรมากขึ้น และใช้สร้างโครงสร้างทางเคมีแบบสเตอริโอเคมีรูปแบบใหม่ๆ

งานวิจัยของ Rebek เกี่ยวข้องกับจุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิต (Abiogenesis) อย่างไร?

การทดลองเรื่อง Autocatalysis ของเขาแสดงให้เห็นว่าโมเลกุลที่เร่งปฏิกิริยาตัวเองสามารถเกิดการแข่งขันและคัดเลือกภายในประชากรโมเลกุลได้ ซึ่ง Richard Dawkins มองว่าเป็นรูปแบบพื้นฐานของการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (Natural Selection) ในระดับเคมี