Jürgen Schmieder นักการเมืองผู้มีบทบาทสำคัญในช่วงการรวมชาติเยอรมนี
Jürgen Schmieder เป็นบุคคลที่มีบทบาทโดดเด่นในแวดวงการเมืองของเยอรมนี โดยเฉพาะในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการรวมชาติเยอรมนี เขาเริ่มต้นเส้นทางจากเยอรมนีตะวันออกและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางการเมืองในช่วงที่ประเทศกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เส้นทางชีวิตและการศึกษาด้านวิศวกรรม
Schmieder เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 1952 ที่เมือง Jahnishausen (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเมือง Riesa) ในรัฐแซกโซนี ประเทศเยอรมนีตะวันออก เขาเติบโตในครอบครัวที่ทำธุรกิจ และให้ความสำคัญกับการศึกษาสายวิทยาศาสตร์ โดยจบการศึกษาจากโรงเรียนเฉพาะทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในเมือง Riesa พร้อมทั้งผ่านการฝึกงานเป็นช่างไฟฟ้าในปี 1971
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทางทหาร เขาเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีในเมือง Karl-Marx-Stadt (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อกลับเป็น Chemnitz) และสำเร็จการศึกษาด้าน วิศวกรรมความร้อน (Thermal Engineering) ในปี 1978 ก่อนจะสั่งสมประสบการณ์การทำงานทั้งในฐานะหัวหน้าโครงการที่โรงงานก่อสร้างเคมี Leipzig-Grimma และผู้ช่วยวิจัยที่มหาวิทยาลัยเดิม
ความสำเร็จทางวิชาการสูงสุดของเขาคือการได้รับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมในปี 1984 จากงานวิจัยเรื่องการอบแห้งเม็ดพลาสติกด้วยระบบสูญญากาศในถังหมุนภายใต้ก๊าซเฉื่อย หลังจากนั้นเขาได้ทำงานในสภาเขต Karl-Marx-Stadt และดำรงตำแหน่งวิศวกรสิทธิบัตร รวมถึงศึกษาต่อด้านกฎหมายสิทธิบัตรควบคู่ไปด้วย
บทบาททางการเมืองและการขับเคลื่อนการรวมชาติ
Schmieder เริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองในปี 1982 โดยเข้าร่วมกับพรรค LDPD (Liberal-Demokratische Partei Deutschlands) ซึ่งในขณะนั้นเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองภายใต้การควบคุมของพรรค SED ผ่านโครงสร้างที่เรียกว่า National Front เขาไต่เต้าจนเป็นรองประธานพรรคระดับเขตในเมือง Karl-Marx-Stadt ระหว่างปี 1986 ถึง 1988
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 1989 เมื่อเขาได้ร่วมกับกลุ่มนักเคลื่อนไหวจาก New Forum ก่อตั้ง พรรค German Forum Party (DFP) และได้รับเลือกให้เป็นประธานพรรคในเดือนมกราคม 1990 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เยอรมนีตะวันออกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย
ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเยอรมนีตะวันออกเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 1990 Schmieder ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ Volkskammer (สภาประชาชน) และได้รับเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งในรองประธานสภา ต่อมาเมื่อพรรค DFP ควบรวมกับพรรค FDP (Free Democratic Party) ในเดือนสิงหาคม 1990 เขาจึงได้ก้าวเข้าสู่ Bundestag (สภาผู้แทนราษฎรแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี) ในช่วงปี 1990 ถึง 1994
ภารกิจในสภาผู้แทนราษฎร
ในระหว่างดำรงตำแหน่งสมาชิกสภา Bundestag เขาได้ปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการหลายชุด ได้แก่:
- คณะกรรมการกิจการภายใน (Home Affairs Committee)
- คณะกรรมการไปรษณีย์และโทรคมนาคม (Post and Telecommunications Committee)
- คณะกรรมการกิจการกฎหมาย (Legal Affairs Committee) - ดำรงตำแหน่งช่วงสั้นๆ ในปี 1992
- คณะกรรมการการเงิน (Finance Committee) - ในฐานะสมาชิกสลับ
แม้เขาจะพยายามลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในปี 1994 ในฐานะผู้สมัครอิสระของเขต Chemnitz แต่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยได้รับคะแนนเสียงเพียง 2.5%
ชีวิตหลังการเมืองและงานสังคมสงเคราะห์
หลังจากพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองระดับชาติ Schmieder ได้ผันตัวไปทำงานในภาคธุรกิจ โดยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการและสตาร์ทอัพในช่วงปี 1995 นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2001 เขาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าองค์กร People's Solidarity (Volkssolidarität) ประจำรัฐแซกโซนี ซึ่งเป็นองค์กรด้านสวัสดิการสังคม
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: ปริญญาเอกด้านวิศวกรรม (ความเชี่ยวชาญด้านการอบแห้งสูญญากาศ)
- ตำแหน่งสูงสุดทางการเมือง: ประธานพรรค DFP และสมาชิกสภา Bundestag
- บทบาทสำคัญ: เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรค DFP ในช่วงการล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ในเยอรมนีตะวันออก
- งานปัจจุบัน/ล่าสุด: ผู้บริหารองค์กร Volkssolidarität ในรัฐแซกโซนี
| ช่วงเวลา | บทบาท/ตำแหน่ง | องค์กร/พรรค |
|---|---|---|
| 1978 - 1984 | วิศวกร / ผู้ช่วยวิจัย / ดอกเตอร์วิศวกรรม | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี Karl-Marx-Stadt |
| 1982 - 1988 | สมาชิก / รองประธานพรรคระดับเขต | LDPD |
| 1990 | ประธานพรรค / สมาชิกสภาประชาชน | DFP |
| 1990 - 1994 | สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (Bundestag) | FDP |
| 2001 - ปัจจุบัน | หัวหน้าองค์กรระดับภูมิภาค | Volkssolidarität (รัฐแซกโซนี) |
คำถามที่พบบ่อย
Jürgen Schmieder มีบทบาทอย่างไรในช่วงการรวมชาติเยอรมนี?
เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและประธานพรรค German Forum Party (DFP) และเป็นสมาชิกของ Volkskammer ซึ่งเป็นสภาที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเสรีครั้งแรกของเยอรมนีตะวันออก ก่อนจะเข้าสู่สภา Bundestag ของเยอรมนีที่รวมชาติแล้ว
พื้นฐานการศึกษาของเขาคือด้านใด?
เขามีพื้นฐานด้านวิศวกรรม โดยจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมความร้อน และได้รับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมที่เน้นเรื่องการอบแห้งเม็ดพลาสติกด้วยระบบสูญญากาศ
เขาเคยสังกัดพรรคการเมืองใดบ้าง?
เขาเคยสังกัดพรรค LDPD, พรรค DFP (ซึ่งเขาเป็นประธาน) และพรรค FDP หลังจากที่ DFP ได้ควบรวมเข้ากับ FDP
หลังจากเลิกทำงานการเมืองระดับชาติ เขาทำอะไร?
เขาทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการในบริษัทสตาร์ทอัพ และดำรงตำแหน่งผู้นำองค์กรสวัสดิการสังคม Volkssolidarität ในรัฐแซกโซนีตั้งแต่ปี 2001
ทำไมเขาถึงไม่ได้เป็นสมาชิก Bundestag ต่อหลังปี 1994?
เนื่องจากเขาไม่ได้รับเลือกให้เป็นผู้สมัครในบัญชีรายชื่อของพรรค FDP สำหรับการเลือกตั้งปี 1994 และเมื่อเขาลงสมัครในฐานะผู้สมัครอิสระในเขต Chemnitz เขาก็ไม่ได้รับคะแนนเสียงเพียงพอที่จะชนะการเลือกตั้ง