Karen Nyberg วิศวกรหญิงผู้สร้างประวัติศาสตร์บนห้วงอวกาศกับ NASA
ในโลกของการสำรวจอวกาศ Karen Nyberg ไม่ได้เป็นเพียงนักบินอวกาศผู้เชี่ยวชาญ แต่เธอยังเป็นวิศวกรเครื่องกลระดับดุษฎีบัณฑิตที่นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อความปลอดภัยของมนุษย์ในสภาวะไร้น้ำหนัก เธอสร้างชื่อในฐานะผู้หญิงคนที่ 50 ที่ได้เดินทางสู่อวกาศ และมีบทบาทสำคัญในภารกิจระดับโลกหลายครั้งตลอดอาชีพการทำงานกับ NASA
เส้นทางการศึกษาและความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม
Karen เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 1969 ที่รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา เธอเริ่มต้นเส้นทางสายวิชาการด้วยความโดดเด่น โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมเครื่องกลด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (Summa Cum Laude) จาก University of North Dakota ในปี 1994
จากนั้นเธอได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่ University of Texas at Austin โดยมุ่งเน้นการวิจัยเรื่อง Human Thermoregulation หรือการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายมนุษย์ รวมถึงการทดสอบระบบเผาผลาญ ซึ่งงานวิจัยของเธอที่ Austin BioHeat Transfer Laboratory มีเป้าหมายสำคัญคือการควบคุมสภาวะสมดุลทางความร้อน (Thermal Neutrality) ภายในชุดนักบินอวกาศ เพื่อให้มนุษย์สามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่สุดขั้วได้อย่างปลอดภัย

การก้าวเข้าสู่ NASA และการฝึกฝนที่เข้มข้น
NASA คัดเลือก Karen เข้าเป็นผู้สมัครนักบินอวกาศในเดือนกรกฎาคม ปี 2000 หลังจากผ่านการฝึกฝนและประเมินผลอย่างหนักเป็นเวลา 2 ปี เธอได้รับตำแหน่ง Mission Specialist (ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ) และได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านเทคนิคในส่วนปฏิบัติการของสถานีอวกาศ
หนึ่งในประสบการณ์การฝึกที่น่าสนใจคือการเข้าร่วมโครงการ NEEMO 10 ในปี 2006 ซึ่งเป็นการจำลองการใช้ชีวิตในอวกาศภายใต้ห้องปฏิบัติการใต้น้ำ Aquarius เป็นเวลา 7 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งมนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์และภารกิจมุ่งสู่ดาวอังคารในอนาคต
ภารกิจพิชิตห้วงอวกาศและผลงานโดดเด่น
Karen เดินทางสู่อวกาศครั้งแรกในปี 2008 กับภารกิจ STS-124 เพื่อนำส่งอุปกรณ์สำคัญสำหรับห้องปฏิบัติการ Kibō ของญี่ปุ่นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) แม้ว่าเธอจะเคยถูกมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจ STS-132 แต่ต้องถอนตัวเนื่องจากปัญหาสุขภาพชั่วคราว ทว่าเธอก็กลับมาอย่างแข็งแกร่งในภารกิจถัดมา
ในปี 2013 เธอปฏิบัติหน้าที่เป็น Flight Engineer (วิศวกรการบิน) ในภารกิจ Expedition 36 และ 37 โดยเดินทางด้วยยาน Soyuz TMA-09M ในช่วงเวลานั้นเธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงเพียงสองคนที่พำนักอยู่ในอวกาศพร้อมกัน ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 50 ปีที่ Valentina Tereshkova ผู้หญิงคนแรกของโลกขึ้นสู่อวกาศพอดี
นอกจากงานด้านวิทยาศาสตร์ Karen ยังสร้างสีสันด้วยการเย็บตุ๊กตาดินอสอร์จากเศษวัสดุบนสถานีอวกาศ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นตุ๊กตาทำมือตัวแรกที่ถูกสร้างขึ้นในอวกาศ โดยปกติแล้วตุ๊กตาจะถูกนำขึ้นไปเพื่อเป็นที่ระลึกและใช้เป็นตัวบ่งชี้สภาวะ Zero-gravity (สภาวะไร้น้ำหนัก) เนื่องจากพวกมันจะเริ่มลอยตัวเมื่อยานเข้าสู่วงโคจร

บทบาทหลังการบินและการเกษียณอายุ
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในปี 2013 Karen ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญใน NASA หลายตำแหน่ง ทั้งในส่วนของ Space Shuttle, Exploration และก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าสาขาหุ่นยนต์ (Chief of the Robotics branch) ก่อนจะเกษียณอายุการทำงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคม 2020
ในด้านชีวิตส่วนตัว เธอแต่งงานกับ Doug Hurley ซึ่งเป็นนักบินอวกาศเช่นกัน และมีบุตรชายหนึ่งคน โดยในเวลาว่างเธอมักจะใช้เวลาไปกับการวิ่ง, งานเย็บปักถักร้อย, การวาดภาพ และการเล่นเปียโน
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ระยะเวลารวมในอวกาศ: 180 วัน 31 นาที 7 วินาที
- การศึกษา: ปริญญาเอกด้านวิศวกรรมเครื่องกล จาก University of Texas at Austin
- ความสำเร็จสูงสุด: ได้รับเหรียญ NASA Distinguished Service Medal ในปี 2014 ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดสำหรับพนักงานรัฐบาลของ NASA
- ผลงานสร้างสรรค์: เย็บตุ๊กตาดินอสอร์ตัวแรกในประวัติศาสตร์ขณะปฏิบัติหน้าที่บน ISS
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 7 ตุลาคม 1969 |
| ตำแหน่งสุดท้าย | หัวหน้าสาขาหุ่นยนต์ (Chief of the Robotics branch) |
| ภารกิจหลัก | STS-124, Soyuz TMA-09M (Expedition 36/37) |
| วุฒิการศึกษา | Ph.D. Mechanical Engineering |
| วันที่เกษียณ | 31 มีนาคม 2020 |
คำถามที่พบบ่อย
Karen Nyberg มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านใด?
เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเครื่องกล โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายมนุษย์และการออกแบบระบบความร้อนสำหรับชุดนักบินอวกาศ
ภารกิจแรกของเธอคืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร?
ภารกิจแรกคือ STS-124 ในปี 2008 ซึ่งเป็นการนำส่งชิ้นส่วนสำคัญเพื่อสร้างห้องปฏิบัติการ Kibō ของญี่ปุ่นบนสถานีอวกาศนานาชาติให้สมบูรณ์
โครงการ NEEMO 10 ที่เธอเข้าร่วมคืออะไร?
คือการฝึกจำลองการใช้ชีวิตในอวกาศภายใต้ห้องปฏิบัติการใต้น้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคารในอนาคต
รางวัลสูงสุดที่เธอได้รับจาก NASA คืออะไร?
เธอได้รับ NASA Distinguished Service Medal ในปี 2014 ซึ่งเป็นรางวัลระดับสูงสุดที่ NASA มอบให้แก่พนักงานภาครัฐ
ตุ๊กตาดินอสอร์ที่เธอเย็บมีความสำคัญอย่างไรในเชิงสัญลักษณ์?
นอกจากจะเป็นงานอดิเรกแล้ว ตุ๊กตาในอวกาศยังใช้เป็นตัวบ่งชี้สภาวะไร้น้ำหนัก (Zero-gravity indicator) เพราะจะเริ่มลอยตัวเมื่อยานเข้าสู่วงโคจร