← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
KA

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Kathryn A. Moler นักฟิสิกส์ผู้บุกเบิกการศึกษาตัวนำยิ่งยวดและนาโนสเกล

Kathryn A. Moler นักฟิสิกส์ผู้บุกเบิกการศึกษาตัวนำยิ่งยวดและนาโนสเกล ในโลกของฟิสิกส์สมัยใหม่ การทำความเข้าใจพฤติกรรมของสสารในระดับที่เล็กที่สุดเป็นกุญแจสำคัญสู่เทคโนโลยีแ…

Kathryn A. MolerStanford Universityตัวนำยิ่งยวดSuperconductivity

Kathryn A. Moler นักฟิสิกส์ผู้บุกเบิกการศึกษาตัวนำยิ่งยวดและนาโนสเกล

ในโลกของฟิสิกส์สมัยใหม่ การทำความเข้าใจพฤติกรรมของสสารในระดับที่เล็กที่สุดเป็นกุญแจสำคัญสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคต Kathryn A. Moler คือหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำที่อุทิศตนให้กับการศึกษาเรื่อง ตัวนำยิ่งยวด (Superconductors) หรือวัสดุที่สามารถนำไฟฟ้าได้โดยไม่มีความต้านทานไฟฟ้าเลย ซึ่งช่วยให้การส่งพลังงานมีประสิทธิภาพสูงสุด 100% ปัจจุบันเธอไม่เพียงแต่เป็นศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์และฟิสิกส์ประยุกต์ แต่ยังดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีและคณบดีฝ่ายวิจัยที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University)

เส้นทางวิชาการและการทำงาน

Kathryn Moler เริ่มต้นปูพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในปี 1988 และปริญญาเอกในปี 1995 ซึ่งวิทยานิพนธ์ของเธอเน้นศึกษาเรื่องความร้อนจำเพาะของตัวนำยิ่งยวดกลุ่มคิวเพรต (Cuprate Superconductors) ภายใต้การดูแลของ Aharon Kapitulnik

หลังจากจบการศึกษา เธอได้สั่งสมประสบการณ์ในสถาบันวิจัยระดับโลก เริ่มจากการเป็นนักวิทยาศาสตร์รับเชิญที่ IBM T.J. Watson Research Center และทำวิจัยหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน (Princeton University) ระหว่างปี 1995 ถึง 1998 ก่อนจะกลับมาร่วมงานกับคณะอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในปี 1998 และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์ในเวลาต่อมา

บทบาทผู้นำด้านการวิจัย

ปัจจุบัน Moler ทำงานอยู่ที่ห้องปฏิบัติการ Geballe Laboratory for Advanced Materials (GLAM) และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของ Center for Probing the Nanoscale (CPN) ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSF) โดยร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์จาก IBM เพื่อพัฒนาวิธีการ Scanning Probe หรือการใช้หัวตรวจขนาดเล็กเพื่อวัด สร้างภาพ และควบคุมปรากฏการณ์ในระดับนาโนสเกล

ผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์

ความสนใจหลักของ Moler มุ่งเน้นไปที่พลวัตของวอร์เท็กซ์เดี่ยว (Single vortex dynamics) ในตัวนำยิ่งยวดทั้งแบบดั้งเดิมและแบบอุณหภูมิสูง รวมถึงการศึกษาเรื่องกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเองในระบบอิเล็กตรอนที่มีความสัมพันธ์กันสูง และการวิจัยตัวนำยิ่งยวดระดับเมโซสโกปิก (Mesoscopic superconductors) ซึ่งเป็นโครงสร้างขนาดเล็กที่มีคุณสมบัติก้ำกึ่งระหว่างระดับอะตอมและระดับมหภาค

หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นในช่วงต้นอาชีพของเธอ คือการร่วมมือกับ John Kirtley จาก IBM ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าคำทำนายของทฤษฎียอดนิยมเกี่ยวกับตัวนำยิ่งยวดอุณหภูมิสูงนั้นมีความคลาดเคลื่อนไปถึง 10 เท่า

นอกจากนี้ ในปี 2011 กลุ่มวิจัยของเธอได้ค้นพบปรากฏการณ์ที่น่าทึ่ง โดยการนำวัสดุออกไซด์เชิงซ้อนสองชนิดที่ไม่เป็นแม่เหล็กมาวางซ้อนกัน และพบว่าบริเวณรอยต่อของวัสดุทั้งสองมีทั้งคุณสมบัติ ความเป็นแม่เหล็ก (Magnetism) และ การนำยิ่งยวด (Superconductivity) เกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งโดยปกติแล้วคุณสมบัติสองประการนี้จะขัดแย้งกัน เนื่องจากตัวนำยิ่งยวดมักจะผลักสนามแม่เหล็กออกจากตัว การค้นพบนี้จึงนำไปสู่การตั้งคำถามว่านี่คือรูปแบบใหม่ของตัวนำยิ่งยวดที่สามารถปฏิสัมพันธ์กับแม่เหล็กได้หรือไม่

สรุปข้อมูลสำคัญของ Kathryn A. Moler
หัวข้อ รายละเอียด
การศึกษา ปริญญาตรี (1988) และปริญญาเอก (1995) จาก Stanford University
ตำแหน่งปัจจุบัน รองอธิการบดีและคณบดีฝ่ายวิจัย, ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
ความเชี่ยวชาญ ตัวนำยิ่งยวด, ฟิสิกส์นาโนสเกล, Scanning Probe Methods
สถาบันวิจัยหลัก Center for Probing the Nanoscale (CPN), Geballe Laboratory (GLAM)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • เป็นสมาชิกของ U.S. National Academy of Sciences ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา
  • ได้รับรางวัลทรงเกียรติมากมาย เช่น William L. McMillan Award สำหรับผลงานด้านฟิสิกส์สสารควบแน่น และ Packard Fellowship
  • มีผลงานตีพิมพ์จำนวนมากที่มุ่งเน้นการสร้างภาพ (Imaging) และการวัดค่าความหนาแน่นของซูเปอร์ฟลูอิด (Superfluid density) ในวัสดุตัวนำยิ่งยวด
  • เป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้เทคนิค SQUID susceptometry เพื่อตรวจวัดคุณสมบัติทางแม่เหล็กในระดับละเอียด
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Kathryn A. Moler เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?

เธอเชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ของตัวนำยิ่งยวด โดยเฉพาะการศึกษาพฤติกรรมของวอร์เท็กซ์ (Vortex) และการใช้เครื่องมือวัดระดับนาโนสเกลเพื่อวิเคราะห์คุณสมบัติทางไฟฟ้าและแม่เหล็กของวัสดุ

การค้นพบเรื่องวัสดุออกไซด์เชิงซ้อนในปี 2011 มีความสำคัญอย่างไร?

เป็นการค้นพบว่าความเป็นแม่เหล็กและการนำยิ่งยวดสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้ในบริเวณรอยต่อของวัสดุ ซึ่งท้าทายความเชื่อเดิมที่ว่าคุณสมบัติทั้งสองนี้ไม่สามารถเข้ากันได้

Center for Probing the Nanoscale (CPN) ทำหน้าที่อะไร?

เป็นศูนย์วิจัยที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคนิค Scanning Probe เพื่อใช้ในการวัด สร้างภาพ และควบคุมปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระดับนาโนสเกล โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและ IBM

รางวัล William L. McMillan Award คืออะไร?

เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นและสร้างคุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการฟิสิกส์สสารควบแน่น (Condensed Matter Physics)

Kathryn A. Moler นักฟิสิกส์ผู้บุกเบิกการศึกษาตัวนำยิ่งยวดและนาโนสเกล | hmn.in.th