← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Kathy Griffin ราชินีตลกสายจิกกัดและเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Kathy Griffin ราชินีตลกสายจิกกัดและเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน

Kathy Griffin ราชินีตลกสายจิกกัดและเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน หากพูดถึงนักแสดงตลกที่กล้าท้าทายทุกกฎเกณฑ์และไม่เกรงกลัวที่จะวิพากษ์วิจารณ์บุคคลผู้ทรงอิทธิพล ชื่อของ Ka…

Kathy Griffinแคธี กริฟฟินนักแสดงตลกStand-up Comedy

Kathy Griffin ราชินีตลกสายจิกกัดและเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน

หากพูดถึงนักแสดงตลกที่กล้าท้าทายทุกกฎเกณฑ์และไม่เกรงกลัวที่จะวิพากษ์วิจารณ์บุคคลผู้ทรงอิทธิพล ชื่อของ Kathy Griffin (แคธี กริฟฟิน) จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เธอคือนักแสดงตลกและนักแสดงชาวอเมริกันผู้สร้างชื่อจากการนำเรื่องราวในชีวิตจริงและวัฒนธรรมป๊อปมาเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความแสบสัน

กริฟฟินเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากรายการเรียลลิตี้โชว์ Kathy Griffin: My Life on the D-List ซึ่งส่งให้เธอคว้ารางวัล Primetime Emmy Awards ถึงสองสมัยในปี 2007 และ 2008 นอกจากนี้เธอยังเป็นเจ้าของสถิติโลกจาก Guinness World Records ในฐานะนักแสดงที่มีรายการพิเศษทางโทรทัศน์ออกอากาศผ่านเครือข่ายเดียวมากที่สุดถึง 16 รายการบนช่อง Bravo

Content image

จุดเริ่มต้นจากครอบครัวที่วุ่นวายสู่เส้นทางสายฮา

Kathleen Mary Griffin เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 1960 ที่เมืองโอ๊คพาร์ค รัฐอิลลินอยส์ ในครอบครัวชาวไอริช-อเมริกันที่เธอจำกัดความว่า "ไม่ปกติ" (dysfunctional) โดยเธอเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่มีปัญหาเรื่องการดื่มสุราเรื้อรังในครอบครัว และต้องเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนใจจากการถูกพี่ชายแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก ซึ่งเป็นบาดแผลที่เธอเก็บงำไว้จนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

ความหลงใหลในการเล่าเรื่องของเธอเริ่มต้นตั้งแต่สมัยประถม โดยเธอมักจะนำเรื่องราววุ่นๆ ในบ้านไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง ซึ่งเธอเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น "โชว์สดครั้งแรก" ที่ทำให้เธอค้นพบพลังของการใช้ข้อมูลที่น่าสนใจมาดึงดูดผู้ฟัง แม้จะเผชิญกับปัญหาการกินผิดปกติ (Binge eating disorder) และความขัดแย้งกับศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกเนื่องจากประสบการณ์ที่ไม่ดีกับแม่ชีในโรงเรียน แต่เธอก็หาทางออกได้ผ่านทางละครเพลงในโรงเรียนมัธยม

Content image

การก้าวเข้าสู่โลกบันเทิงและการสร้างชื่อในวงการตลก

เมื่ออายุ 18 ปี กริฟฟินตัดสินใจย้ายไปลอสแอนเจลิสเพื่อเดินตามความฝันในการเป็นนักแสดง เธอเข้าศึกษาด้านการแสดงที่ Lee Strasberg Theatre and Film Institute และเข้าร่วมกลุ่มตลกด้นสด (Improvisational comedy) ชื่อดังอย่าง The Groundlings ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เธอพัฒนาทักษะการแสดงตลกแบบ Observational comedy หรือการตลกที่เกิดจากการสังเกตพฤติกรรมผู้คนในชีวิตประจำวัน

ในช่วงทศวรรษ 1990 เธอเริ่มสร้างชื่อจากการแสดง Stand-up comedy และมีบทบาทในซีรีส์เรื่อง Suddenly Susan ต่อมาเธอได้สร้างปรากฏการณ์ในวงการเพลงตลก โดยอัลบั้ม For Your Consideration (2008) ทำให้เธอเป็นนักแสดงตลกหญิงคนแรกที่เปิดตัวในอันดับหนึ่งของชาร์ต Billboard Top Comedy Albums และในที่สุดเธอก็สามารถคว้ารางวัล Grammy Award สาขา Best Comedy Album ได้ในปี 2014

Content image

สีสัน ความขัดแย้ง และการเผชิญหน้ากับอำนาจ

เอกลักษณ์ของ Kathy Griffin คือความกล้าที่จะเล่นกับประเด็นที่ละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนา เพศสภาพ หรือการล้อเลียนคนดัง โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์ Sarah Palin และครอบครัวอย่างเผ็ดร้อน อย่างไรก็ตาม ความกล้าของเธอก็นำมาซึ่งข้อพิพาทมากมาย เช่น การถูกแบนจากรายการ The View และ The Tonight Show with Jay Leno

เหตุการณ์ที่อื้อฉาวที่สุดเกิดขึ้นในปี 2017 เมื่อเธอโพสต์ภาพถือหุ่นจำลองศีรษะที่ถูกตัดขาดและเปื้อนเลือดของ Donald Trump ซึ่งนำไปสู่การสอบสวนโดยหน่วย Secret Service ของสหรัฐฯ และทำให้เธอถูกเลิกจ้างจากการเป็นพิธีกรคืนส่งท้ายปีเก่าของ CNN แม้เธอจะขอโทษในภายหลัง แต่ต่อมาเธอก็ประกาศถอนคำขอโทษและนำเรื่องราวความวุ่นวายนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์คอนเสิร์ต A Hell of a Story (2019)

Content image

บทบาทนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ LGBTQ+

นอกเหนือจากงานตลก กริฟฟินยังเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการสนับสนุนสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ เธอร่วมรณรงค์เรื่องการสมรสเท่าเทียมและมีบทบาทสำคัญในการจัดชุมนุมที่ Freedom Plaza กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อผลักดันการยกเลิกนโยบาย "Don't Ask, Don't Tell" (นโยบายที่ห้ามทหารเกย์เปิดเผยตัวตน) ซึ่งเธอทำหลังจากได้พบกับทหารเกย์ที่ต้องปิดบังตัวตนขณะปฏิบัติหน้าที่ในอิรักและอัฟกานิสถาน

Griffin arriving at the rally to Repeal "Don't Ask, Don't Tell" (Freedom Plaza, Washington DC)

การต่อสู้กับปัญหาสุขภาพและชีวิตส่วนตัว

ชีวิตของกริฟฟินไม่ได้มีเพียงเสียงหัวเราะ เธอต้องเผชิญกับความสูญเสียสมาชิกในครอบครัวหลายคน ทั้งพ่อ พี่ชาย และพี่สาว รวมถึงแม่ผู้เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอในปี 2020 ในด้านสุขภาพ เธอเคยเกือบเสียชีวิตจากการทำศัลยกรรมดูดไขมันในปี 1999 และต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งปอดในปี 2021 ซึ่งทำให้เธอต้องตัดปอดซ้ายออกครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้เธอยังเปิดเผยว่าตนเองป่วยเป็นโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญขั้นรุนแรง (Complex PTSD) ในปี 2023

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความสำเร็จสูงสุด: คว้ารางวัล Emmy 2 สมัย และ Grammy Award 1 สมัย
  • สถิติโลก: มีรายการพิเศษทางโทรทัศน์ออกอากาศมากที่สุดในเครือข่ายเดียว (Bravo)
  • จุดยืนทางสังคม: เป็นเอทิสต์ (Atheist) และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ LGBTQ+ ตัวยง
  • ผลงานเขียน: เขียนอัตชีวประวัติชื่อ Official Book Club Selection ซึ่งติดอันดับ Best Seller ของ New York Times
  • ความท้าทายด้านสุขภาพ: รอดชีวิตจากมะเร็งปอด และเผชิญกับภาวะ Complex PTSD
สรุปข้อมูลส่วนตัวและอาชีพของ Kathy Griffin
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อเต็ม Kathleen Mary Griffin
วันเกิด 4 พฤศจิกายน 1960
แนวตลก Observational, Blue, Black, และ Improvisational Comedy
รางวัลสำคัญ Primetime Emmy Awards, Grammy Award
สถานะทางศาสนา เอทิสต์ (ไม่เชื่อในพระเจ้า)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Kathy Griffin ถึงถูก CNN เลิกจ้าง?

เธอถูกเลิกจ้างจากการเป็นพิธีกรคืนส่งท้ายปีเก่าหลังจากโพสต์ภาพถ่ายที่ถือหุ่นจำลองศีรษะของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีลักษณะเหมือนถูกตัดขาดและเปื้อนเลือด ซึ่งทาง CNN มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

รางวัล Emmy ที่เธอได้รับมาจากผลงานอะไร?

เธอได้รับรางวัล Primetime Emmy Awards จากรายการเรียลลิตี้โชว์ของเธอเองที่ชื่อว่า Kathy Griffin: My Life on the D-List

Kathy Griffin มีบทบาทอย่างไรในการสนับสนุน LGBTQ+?

เธอเป็นผู้สนับสนุนการสมรสเท่าเทียม และเป็นหนึ่งในผู้จัดงานชุมนุมเพื่อยกเลิกนโยบาย "Don't Ask, Don't Tell" เพื่อให้ทหารที่เป็น LGBTQ+ สามารถเปิดเผยตัวตนได้โดยไม่ถูกลงโทษ

เธอเคยเผชิญกับปัญหาสุขภาพร้ายแรงอะไรบ้าง?

เธอเคยผ่านการผ่าตัดมะเร็งปอดในปี 2021, เกือบเสียชีวิตจากการดูดไขมันในปี 1999 และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค Complex PTSD ในปี 2023

สไตล์การเล่นตลกของเธอเป็นอย่างไร?

เธอเน้นการสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ (Observational comedy) และการล้อเลียนคนดัง โดยเธอยืนยันว่าเป้าหมายคือการล้อเลียน "พฤติกรรม" ของบุคคลนั้นๆ ไม่ใช่การล้อเลียนรูปลักษณ์ภายนอกที่เจ้าตัวควบคุมไม่ได้