Kathy Jetn̄il-Kijiner กวีผู้ใช้เสียงสะท้อนวิกฤตสภาพภูมิอากาศจากหมู่เกาะมาร์แชลล์
ในโลกที่วิกฤตสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรงขึ้น Kathy Jetn̄il-Kijiner ได้ก้าวขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงสำคัญผ่านงานศิลปะและบทกวี เธอคือนักเขียนและนักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศชาวหมู่เกาะมาร์แชลล์ ผู้ผสานเรื่องราวความเจ็บปวดของบ้านเกิดเข้ากับพลังของการเรียกร้องความยุติธรรมในระดับสากล
เส้นทางชีวิตของเธอเริ่มต้นที่หมู่เกาะมาร์แชลล์ก่อนจะย้ายไปเติบโตที่รัฐฮาวาย โดยมีคุณแม่คือ Hilda Heine ประธานาธิบดีแห่งหมู่เกาะมาร์แชลล์เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ด้านการศึกษา Kathy สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก Mills College ในแคลิฟอร์เนีย และปริญญาโทด้าน Pacific Island Studies จาก University of Hawaiʻi at Mānoa ปัจจุบันเธอกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกด้าน Gender, Media and Cultural Studies ที่ Australian National University

การขับเคลื่อนสังคมผ่านบทกวีและวรรณกรรม
ผลงานของ Kathy ไม่ได้เป็นเพียงการร้อยเรียงถ้อยคำ แต่เป็นการตีแผ่ปัญหา Climate Change (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) และความไม่เท่าเทียมทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลัทธิอาณานิคม การอพยพย้ายถิ่นฐาน และการเหยียดเชื้อชาติ
ในปี 2017 เธอได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการตีพิมพ์หนังสือรวมบทกวีชื่อ "Iep Jāltok: Poems from a Marshallese Daughter" ซึ่งถือเป็นหนังสือเล่มแรกที่เขียนโดยชาวหมู่เกาะมาร์แชลล์ที่ได้รับการตีพิมพ์ เนื้อหาในเล่มมุ่งเน้นไปที่วิกฤตการณ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการเข้ายึดครองทางทหารของสหรัฐอเมริกา รวมถึงผลกระทบจากการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตและประเพณีดั้งเดิมของชาวเกาะ
นอกจากนี้ ในปี 2018 เธอได้ร่วมมือกับ Aka Niviâna กวีนักเคลื่อนไหวจากกรีนแลนด์ สร้างสรรค์ผลงานชื่อ "Rise: From One Island to Another" ซึ่งเป็นการนำเสนอภาพความสูญเสียของบ้านเกิดสองแห่งที่อยู่คนละซีกโลก ผ่านวิดีโอการอ่านบทกวีบนธารน้ำแข็ง เพื่อสะท้อนภาพการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

บทบาทบนเวทีโลกและการทำงานเพื่อสังคม
Kathy ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติผ่านการเป็นตัวแทนหมู่เกาะมาร์แชลล์ในงานสำคัญต่างๆ เช่น การอ่านบทกวี "Dear Matafele Peinem" ในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ (UN Climate Summit) ปี 2014 และการได้รับเชิญให้กล่าวสุนทรพจน์ในงาน COP21 ที่กรุงปารีสในปี 2015
นอกเหนือจากงานเขียน เธอยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Jo-Jikum องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งเน้นการสนับสนุนเยาวชนชาวมาร์แชลล์ให้ลุกขึ้นมาจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น และเคยดำรงตำแหน่งอาจารย์สอนด้าน Pacific Studies ที่ College of the Marshall Islands
| ปี (ค.ศ.) | ผลงาน / รางวัล / เหตุการณ์สำคัญ | รายละเอียด |
|---|---|---|
| 2012 | Poetry Parnassus Festival | ตัวแทนหมู่เกาะมาร์แชลล์ ณ กรุงลอนดอน |
| 2014 | UN Climate Summit | แสดงบทกวี "Dear Matafele Peinem" ที่นิวยอร์ก |
| 2015 | COP21 & Vogue | วิทยากรที่ปารีส และได้รับเลือกเป็น 1 Climate Warrior โดย Vogue |
| 2017 | Iep Jāltok | ตีพิมพ์หนังสือรวมบทกวีเล่มแรกของชาวมาร์แชลล์ |
| 2017 | Impact Hero of the Year | ได้รับรางวัลจาก Earth Company |
| 2019 | Fellowships | Obama Asia Pacific Leader และ MIT Director’s Media Lab Fellow |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ผู้บุกเบิกวรรณกรรม: เป็นชาวมาร์แชลล์คนแรกที่ตีพิมพ์หนังสือรวมบทกวีอย่างเป็นทางการ
- นักเคลื่อนไหวระดับโลก: มีบทบาทสำคัญในเวที UN และ COP เพื่อเรียกร้องความสนใจต่อวิกฤตระดับน้ำทะเลหนุนสูง
- ผู้ก่อตั้งองค์กร: สร้าง Jo-Jikum เพื่อให้เยาวชนในบ้านเกิดมีส่วนร่วมในการกู้คืนสิ่งแวดล้อม
- ความหลากหลายทางศิลปะ: ผลงานของเธอครอบคลุมทั้งบทกวี การแสดงสด (Performance Art) และงานติดตั้ง (Installation)
คำถามที่พบบ่อย
Kathy Jetn̄il-Kijiner มีชื่อเสียงจากผลงานอะไรมากที่สุด?
เธอมีชื่อเสียงอย่างมากจากหนังสือรวมบทกวี "Iep Jāltok: Poems from a Marshallese Daughter" และการแสดงบทกวีในเวทีระดับโลกอย่าง UN Climate Summit ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
เนื้อหาหลักในงานเขียนของเธอคืออะไร?
งานของเธอมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, ผลกระทบจากการทดลองนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ในหมู่เกาะมาร์แชลล์, ลัทธิอาณานิคม และการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมทางสังคม
องค์กร Jo-Jikum คืออะไร?
เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ Kathy ร่วมก่อตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนชาวหมู่เกาะมาร์แชลล์มีความรู้และลงมือปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเอง
เธอได้รับรางวัลหรือการยอมรับอะไรบ้างในระดับสากล?
เธอได้รับรางวัล Impact Hero of the Year จาก Earth Company ในปี 2017 และได้รับเลือกเป็น Obama Asia Pacific Leader Fellow รวมถึง MIT Director’s Media Lab Fellow ในปี 2019