Kenneth Roth อดีตผู้อำนวยการ Human Rights Watch กับเส้นทางนักสิทธิมนุษยชนระดับโลก
หากพูดถึงบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนในระดับสากล ชื่อของ Kenneth Roth ย่อมเป็นชื่อลำดับต้นๆ ที่ผู้คนนึกถึง ในฐานะอดีตผู้อำนวยการบริหารของ Human Rights Watch (HRW) องค์กรตรวจสอบและรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลก เขาได้ใช้เวลาเกือบ 3 ทศวรรษในการเปิดโปงการละเมิดสิทธิและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายในระดับนานาชาติ

จุดเริ่มต้นและแรงผลักดันจากครอบครัว
Kenneth Roth เกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 1955 ที่เมืองเอล์มเฮิรสต์ รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา โดยมีพื้นฐานครอบครัวที่หล่อหลอมให้เขาให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิเสรีภาพ เนื่องจากบิดาของเขาเป็นผู้ลี้ภัยชาวเยิวที่ต้องหลบหนีการกวาดล้างของนาซีเยอรมนี ซึ่งครอบครัวเดิมเคยทำธุรกิจโรงฆ่าสัตว์อยู่ใกล้กับเมืองแฟรงก์เฟิร์ตก่อนที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จะก้าวขึ้นสู่อำนาจ
ในด้านการศึกษา Roth สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบราวน์ (Brown University) ในปี 1977 และคว้าปริญญา Juris Doctor (JD) หรือปริญญาเอกทางกฎหมายจากโรงเรียนกฎหมายเยล (Yale Law School) ในปี 1980

เส้นทางอาชีพจากนักกฎหมายสู่ผู้นำด้านสิทธิมนุษยชน
ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกของการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มตัว Roth เริ่มต้นอาชีพในฐานะทนายความคดีความ และเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตใต้ของนิวยอร์ก รวมถึงมีส่วนร่วมในการสืบสวนคดี Iran-Contra ในวอชิงตัน ดี.ซี.
ความสนใจในด้านสิทธิมนุษยชนของเขาเริ่มต้นขึ้นอย่างยากลำบาก เนื่องจากในสมัยเรียนที่เยล วิชาด้านสิทธิมนุษยชนมักถูกยกเลิกบ่อยครั้ง และโอกาสในการทำงานสายนี้มีน้อยมาก ทำให้เขาต้องทำงานเป็นทนายความในเวลากลางวัน และใช้เวลาว่างช่วงกลางคืนและวันหยุดทำงานอาสาสมัครด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการติดตามสถานการณ์การประกาศกฎอัยการศึกในโปแลนด์เมื่อปี 1981
จนกระทั่งปี 1987 Roth ได้เข้าร่วมงานกับ Human Rights Watch ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ โดยเริ่มจากการดูแลงานในเฮติ ก่อนจะขยายขอบเขตไปยังคิวบาและภูมิภาคตะวันออกกลาง และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการบริหารในปี 1993 ต่อจาก Aryeh Neier
ความสำเร็จและผลงานโดดเด่นภายใต้การนำของ Kenneth Roth
ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2022 Roth ได้สร้างการเติบโตให้กับองค์กรอย่างมหาศาล โดยเพิ่มจำนวนบุคลากรจาก 60 คน เป็น 552 คน และมีผลงานเชิงประจักษ์ในระดับโลก ดังนี้:
- รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ (1997): HRW มีส่วนร่วมสำคัญในการรณรงค์เพื่อสั่งห้ามการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล
- การจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC): ผลักดันให้เกิดกลไกทางกฎหมายเพื่อลงโทษอาชญากรสงคราม
- การคุ้มครองเด็ก: รณรงค์เพื่อสั่งห้ามการนำเด็กเข้าสู่กองทัพ

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่งสำคัญ | ผู้อำนวยการบริหาร Human Rights Watch (1993–2022) |
| การศึกษา | BA ประวัติศาสตร์ (Brown), JD กฎหมาย (Yale) |
| ผลงานเด่น | ร่วมผลักดันการแบนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการตั้งศาล ICC |
| ตำแหน่งปัจจุบัน | อาจารย์พิเศษและศาสตราจารย์อาคันตุกะที่ Princeton University |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การถูกกีดกันจากรัฐบาล: รัฐบาลอียิปต์สั่งห้ามเขาเข้าประเทศในปี 2014 เพื่อขัดขวางการเผยแพร่รายงานการสังหารหมู่ที่ราบาอา (Rabaa massacre)
- ความขัดแย้งกับจีน: ถูกรัฐบาลจีนคว่ำบาตรและสั่งห้ามเข้าฮ่องกงในปี 2020 หลังวิจารณ์ว่าจีนเป็นภัยคุกคามต่อสิทธิมนุษยชนโลก
- กรณีพิพาทกับ Harvard: เคยถูกถอนข้อเสนอทุนวิจัยจาก Harvard Kennedy School ในปี 2023 ซึ่งเขาเชื่อว่าเกิดจากการวิจารณ์รัฐบาลอิสราเอล ก่อนที่ทางมหาวิทยาลัยจะยอมคืนข้อเสนอให้ในภายหลัง
คำถามที่พบบ่อย
Kenneth Roth มีบทบาทอย่างไรใน Human Rights Watch?
เขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารเป็นเวลานานเกือบ 30 ปี โดยเป็นผู้นำในการขยายองค์กรและผลักดันแคมเปญระดับโลก เช่น การแบนทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ
ทำไมเขาถึงถูกรัฐบาลบางประเทศสั่งห้ามเข้าเมือง?
เนื่องจากบทบาทในการเปิดโปงการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น ในกรณีของอียิปต์ที่เขาต้องการรายงานเรื่องการสังหารหมู่ผู้ประท้วง และกรณีของจีนที่เขาวิจารณ์สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่
กรณีความขัดแย้งกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเกิดจากอะไร?
เกิดจากการที่มหาวิทยาลัยถอนข้อเสนอทุนวิจัย ซึ่ง Roth ระบุว่าสาเหตุมาจากการที่เขาแสดงทัศนะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอิสราเอล จนนำไปสู่การประท้วงจากนักวิชาการและองค์กรสิทธิมนุษยชน ก่อนที่ฮาร์วาร์ดจะยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดและคืนทุนให้เขา
ปัจจุบัน Kenneth Roth ทำอะไรอยู่?
หลังจากลาออกจาก HRW ในปี 2022 เขาได้เข้าดำรงตำแหน่งอาจารย์ผู้บรรยายและศาสตราจารย์อาคันตุกะที่ Princeton School of Public and International Affairs ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2023