← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) เส้นทางจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสู่ประธานาธิบดีไต้หวันคนที่ 8

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) เส้นทางจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสู่ประธานาธิบดีไต้หวันคนที่ 8

ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) เส้นทางจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสู่ประธานาธิบดีไต้หวันคนที่ 8 ไล่ ชิงเต๋อ หรือที่รู้จักในชื่อ William Lai คือรัฐบุรุษผู้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิ…

ไล่ ชิงเต๋อLai Ching-teประธานาธิบดีไต้หวันพรรค DPP

ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) เส้นทางจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสู่ประธานาธิบดีไต้หวันคนที่ 8

ไล่ ชิงเต๋อ หรือที่รู้จักในชื่อ William Lai คือรัฐบุรุษผู้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 8 ของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2024 เขาเป็นสมาชิกคนสำคัญของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party หรือ DPP) และยังดำรงตำแหน่งประธานพรรคตั้งแต่ปี 2023 โดยมีเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจจากการเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตสู่การเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ

Content image

จุดเริ่มต้นและพื้นฐานการศึกษา

ไล่ ชิงเต๋อ เกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 1959 ที่เขตว่านลี่ นิวไทเป ในครอบครัวที่ยากจนและเป็นลูกคนสุดท้องจากพี่น้อง 5 คน ชีวิตวัยเด็กของเขาต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อบิดาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเหมืองถ่านหินขณะที่เขามีอายุเพียง 2 ปี ทำให้มารดาต้องกลายเป็นเสาหลักเพียงหนึ่งเดียวในการเลี้ยงดูบุตรทุกคน

ด้านการศึกษา เขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งแต่วัยเยาว์ โดยสามารถสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายเจียนกัว ซึ่งเป็นโรงเรียนชายล้วนชั้นนำของประเทศได้สำเร็จ หลังจากนั้นเขาเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) ในสาขาสัตวแพทยศาสตร์ ก่อนจะย้ายไปเรียนด้านเวชศาสตร์กายภาพและฟื้นฟู จนจบปริญญาตรีในปี 1984

หลังจากรับใช้ชาติในกองทัพบกสาธารณรัฐจีนระหว่างปี 1984–1986 เขาได้เข้าศึกษาต่อในระดับแพทยศาสตรบัณฑิต (M.D.) ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกุง (National Cheng Kung University) และเชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์และโรคไต (Nephrology) นอกจากนี้เขายังได้ขยายพรมแดนความรู้ด้วยการคว้าปริญญาโทด้านสาธารณสุข (MPH) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ในปี 2003

Content image

ก้าวเข้าสู่โลกการเมืองและการบริหารท้องถิ่น

แรงบันดาลใจในการเข้าสู่การเมืองของไล่ ชิงเต๋อ เกิดขึ้นหลังจากได้รับคำแนะนำจาก เฉิน ติงหนาน และเหตุการณ์วิกฤตช่องแคบไต้หวันครั้งที่ 3 ในช่วงปี 1995–1996 เขาเริ่มต้นเส้นทางสายการเมืองด้วยการได้รับเลือกเป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติในปี 1996 และต่อมาเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ (Legislative Yuan) ระหว่างปี 1999–2010 ซึ่งในช่วงนี้เขาได้รับยกย่องให้เป็น "สมาชิกรัฐสภาดีเด่น" ถึง 4 ปีซ้อน

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2010 เมื่อเขาได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรีคนแรกของเมืองไทนัน (Tainan) โดยเขามุ่งเน้นการบริหารการคลังอย่างเข้มงวดผ่านระบบงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based budgeting) เพื่อลดหนี้สาธารณะและสร้างความยั่งยืนทางการเงิน รวมถึงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่

Content image

บทบาทในระดับบริหารและเส้นทางสู่ประธานาธิบดี

ในปี 2017 ไล่ ชิงเต๋อ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี (Premier) คนที่ 26 ของสาธารณรัฐจีน ภายใต้การนำของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน เขาชูจุดเด่นเรื่อง "การลงมือทำจริง" (Practical action) เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร 5 ด้าน ได้แก่ ที่ดิน, น้ำ, ไฟฟ้า, บุคลากร และแรงงาน แม้จะได้รับความนิยมสูงในช่วงแรก แต่เขาก็ต้องเผชิญกับความท้าทายจากข้อพิพาทด้านกฎหมายแรงงานและประเด็นทางสังคม จนนำไปสู่การลาออกในปี 2019

หลังจากนั้น เขาได้ร่วมเป็นผู้สมัครรองประธานาธิบดีคู่กับไช่ อิงเหวิน ในการเลือกตั้งปี 2020 และชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น จนกระทั่งในปี 2024 เขาได้รับความไว้วางใจจากพรรค DPP ให้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และสามารถเอาชนะคู่แข่งจากพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ได้สำเร็จ

Content image

วิสัยทัศน์และการบริหารประเทศในปัจจุบัน

ในฐานะประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ยึดถือแนวทางที่ว่า สาธารณรัฐจีน (ROC) และสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC) ไม่ได้ขึ้นตรงต่อกัน เขาเน้นย้ำว่าไต้หวันเป็นรัฐอธิปไตยที่มีอิสระอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องประกาศเอกราชซ้ำอีกครั้ง พร้อมทั้งผลักดันนโยบาย "ร่มประชาธิปไตย" (Democratic umbrella) เพื่อสร้างพันธมิตรกับกลุ่มประเทศเสรีนิยมและสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม การบริหารของเขาต้องเผชิญกับภาวะ "รัฐบาลเสียงข้างน้อย" เนื่องจากพรรค DPP สูญเสียเสียงข้างมากในสภา ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งทางกฎหมายและการเมืองอย่างรุนแรงกับพรรคฝ่ายค้าน (KMT และ TPP) จนนำไปสู่การพยายามยื่นถอดถอน (Impeachment) แม้จะไม่สำเร็จแต่ก็สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเมืองภายในประเทศ

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การศึกษา: ปริญญาตรีจาก NTU, ปริญญาเอกทางการแพทย์จาก NCKU และปริญญาโทสาธารณสุขจาก Harvard
  • อาชีพเดิม: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตและที่ปรึกษาด้านการบาดเจ็บของไขสันหลัง
  • ตำแหน่งสำคัญ: นายกเทศมนตรีไทนัน, นายกรัฐมนตรีไต้หวัน, รองประธานาธิบดี และประธานาธิบดีคนที่ 8
  • จุดยืนทางการเมือง: สนับสนุนความเป็นเอกราชของไต้หวันในเชิงปฏิบัติ และปฏิเสธฉันทามติปี 1992
  • นโยบายต่างประเทศ: เสริมสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และดำเนินนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southbound Policy)
สรุปไทม์ไลน์การดำรงตำแหน่งสำคัญของ ไล่ ชิงเต๋อ
ช่วงปี (ค.ศ.) ตำแหน่ง บทบาทหลัก
1999 – 2010 สมาชิกสภานิติบัญญัติ ตัวแทนเขตไทนัน และผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
2010 – 2017 นายกเทศมนตรีเมืองไทนัน ปฏิรูปงบประมาณและโครงสร้างพื้นฐานเมือง
2017 – 2019 นายกรัฐมนตรี (Premier) บริหารคณะรัฐมนตรีและแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
2020 – 2024 รองประธานาธิบดี สนับสนุนประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน และดูแลภารกิจพิเศษ
2024 – ปัจจุบัน ประธานาธิบดี ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ไล่ ชิงเต๋อ มีพื้นฐานอาชีพอะไรก่อนเข้าสู่การเมือง?

เขาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์และโรคไต (Nephrologist) โดยเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าแพทย์ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกุงและโรงพยาบาลซินเลา

จุดยืนของเขาต่อเรื่อง "เอกราชของไต้หวัน" คืออะไร?

เขาเชื่อว่าไต้หวันเป็นประเทศอธิปไตยที่อิสระอยู่แล้วในชื่อ "สาธารณรัฐจีน" ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ และยืนยันว่าไต้หวันไม่ได้ขึ้นตรงต่อสาธารณรัฐประชาชนจีน

ความท้าทายหลักในการบริหารประเทศของเขาคืออะไร?

ความท้าทายสำคัญคือการบริหารงานในสภาวะรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งทำให้เกิดการปะทะทางความคิดและกฎหมายกับพรรคฝ่ายค้านอย่างรุนแรง รวมถึงความตึงเครียดทางการทูตกับจีน

เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับสหรัฐอเมริกา?

เขามีนโยบายกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านความมั่นคงผ่านการจัดซื้ออาวุธ และด้านเศรษฐกิจเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัยและเป็นประชาธิปไตย

ไล่ ชิงเต๋อ จบการศึกษาจากที่ไหนบ้าง?

เขาจบปริญญาตรีจาก National Taiwan University, ปริญญาเอกทางการแพทย์จาก National Cheng Kung University และปริญญาโทด้านสาธารณสุขจาก Harvard University