← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Laurence Kotlikoff นักเศรษฐศาสตร์ผู้พลิกมุมมองการคลังและช่องว่างระหว่างรุ่น

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Laurence Kotlikoff นักเศรษฐศาสตร์ผู้พลิกมุมมองการคลังและช่องว่างระหว่างรุ่น

Laurence Kotlikoff นักเศรษฐศาสตร์ผู้พลิกมุมมองการคลังและช่องว่างระหว่างรุ่น ในโลกของเศรษฐศาสตร์มหภาค ชื่อของ Laurence Kotlikoff เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ท้าทายแนวคิดดั้งเดิม…

Laurence KotlikoffGenerational Accountingเศรษฐศาสตร์มหภาคการคลังสาธารณะ

Laurence Kotlikoff นักเศรษฐศาสตร์ผู้พลิกมุมมองการคลังและช่องว่างระหว่างรุ่น

ในโลกของเศรษฐศาสตร์มหภาค ชื่อของ Laurence Kotlikoff เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ท้าทายแนวคิดดั้งเดิมเกี่ยวกับการวัดผลทางงบประมาณและการจัดการการคลัง เขาเป็นศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ที่ Boston University มาตั้งแต่ปี 1984 และได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยนิตยสาร The Economist เคยจัดอันดับให้เขาเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดเป็นอันดับ 19 ของโลกในปี 2014

ความเชี่ยวชาญของ Kotlikoff ครอบคลุมหลากหลายมิติ ตั้งแต่การวิเคราะห์ Public Finance (การคลังสาธารณะ) การจัดการภาษีคาร์บอนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการปฏิรูประบบประกันสังคมและสาธารณสุข ซึ่งผลงานของเขาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในตำราวิชาการ แต่ยังถูกนำเสนอผ่านสื่อชั้นนำอย่าง The New York Times และ Wall Street Journal รวมถึงการเข้าให้การต่อสภาคองเกรสถึง 19 ครั้ง เพื่อผลักดันการปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจ

Content image

เส้นทางวิชาการและประสบการณ์การทำงาน

Kotlikoff สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก University of Pennsylvania ในปี 1973 และคว้าปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จาก Harvard University ในปี 1977 ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยการเป็นนักวิจัยหลังปริญญาเอกที่ UCLA และอาจารย์ที่ Yale University นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสในสภาที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ (Council of Economic Advisers) ระหว่างปี 1981-1982

ปัจจุบันเขาเป็นสมาชิกของสถาบันวิจัยระดับโลกอย่าง NBER และ CESifo รวมถึงได้รับเลือกให้เป็น Fellow ของ Econometric Society และสมาชิกของ American Academy of Arts and Sciences ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับในความสามารถทางวิชาการระดับสูง

นวัตกรรมทางความคิด: การบัญชีระหว่างรุ่นและโมเดลเศรษฐกิจ

Generational Accounting (การบัญชีระหว่างรุ่น)

Kotlikoff ร่วมกับ Alan Auerbach และ Jagadeesh Gokhale บุกเบิกแนวคิด Generational Accounting ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดภาระทางการคลังที่คนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นอนาคตต้องแบกรับ เขาโต้แย้งว่าการวัด "การขาดดุล" (Deficit) แบบดั้งเดิมนั้นเป็นเพียงการใช้ภาษาที่คลุมเครือและไม่สะท้อนความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ

เขาชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯ อาจมีสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ที่ดูน้อย แต่ในความเป็นจริงกลับมีสถานะทางการคลังที่ย่ำแย่กว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ เนื่องจากมี "ภาระผูกพันนอกงบประมาณ" (Off-the-books obligations) จำนวนมหาศาล ซึ่งจะกลายเป็นภาระภาษีที่หนักอึ้งสำหรับคนรุ่นลูกหลานในอนาคต

Auerbach-Kotlikoff Model

ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 เขาได้ร่วมพัฒนาโมเดล Computable General Equilibrium (CGE) ขนาดใหญ่รุ่นแรกที่สามารถติดตามพฤติกรรมของประชากรหลายรุ่นที่ซ้อนทับกัน (Overlapping Generations) โมเดลนี้ถูกนำมาใช้ศึกษาเส้นทางการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจทั้งระบบปิดและระบบเปิด รวมถึงการวิเคราะห์นโยบายภาษีคาร์บอนที่เหมาะสมที่สุดเพื่อสร้างสวัสดิการสูงสุดให้แก่คนทุกรุ่นทั่วโลก

การท้าทายทฤษฎีเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก

ความลวงของการขาดดุล (Deficit Delusion)

Kotlikoff นำเสนอแนวคิดว่า "การขาดดุล" เป็นเพียงผลผลิตของการเลือกใช้คำเรียก (Labeling) ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจที่ตายตัว เขาเปรียบเทียบว่าการใช้ตัวเลขขาดดุลนำทางนโยบายการคลัง เหมือนกับการขับรถในลอสแอนเจลิสโดยใช้แผนที่ของนิวยอร์ก เพราะรัฐบาลสามารถเปลี่ยนคำเรียก "ภาษี" เป็น "การกู้ยืม" เพื่อให้ตัวเลขขาดดุลดูดีขึ้นได้ โดยที่ผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของประชาชนยังคงเท่าเดิม

การโต้แย้งเรื่องความเอื้ออาทรระหว่างรุ่น (Intergenerational Altruism)

เขาได้วิพากษ์วิจารณ์ทฤษฎี Ricardian Equivalence ของ Robert Barro ที่เชื่อว่าคนรุ่นปัจจุบันจะออมเงินเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยภาษีที่ลูกหลานต้องจ่ายในอนาคต โดย Kotlikoff พิสูจน์ทั้งในทางทฤษฎีและเชิงประจักษ์ว่า ความเชื่อนี้ไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติ และการถ่ายโอนทรัพยากรจากคนรุ่นใหม่ไปสู่คนรุ่นเก่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การออมของสหรัฐฯ ลดลงในช่วงหลังสงคราม

ข้อเสนอการปฏิรูปนโยบายเพื่ออนาคต

ด้วยความกังวลต่อวิกฤตการคลัง Kotlikoff ได้เสนอแนวทางปฏิรูปที่กล้าหาญในหลายด้าน:

  • ด้านภาษี: สนับสนุน FairTax และเสนอ Purple Tax ซึ่งเป็นภาษีการบริโภค (Sales Tax) ในอัตรา 15% เพื่อแทนที่ระบบภาษีเงินได้ที่ซับซ้อน
  • ด้านการเงิน: เสนอระบบ Limited Purpose Banking เพื่อเปลี่ยนสถาบันการเงินให้เป็นกองทุนรวมแบบ Pass-through ป้องกันไม่ให้ธนาคารกู้ระยะสั้นมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงระยะยาว ซึ่งเป็นต้นเหตุของวิกฤตการเงิน
  • ด้านสาธารณสุข: เสนอ Purple Health Plan โดยใช้ระบบวอชเชอร์ (Voucher) ที่ปรับตามความเสี่ยงของบุคคล เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงประกันสุขภาพพื้นฐานได้โดยที่รัฐยังสามารถควบคุมงบประมาณให้อยู่ในสัดส่วนที่กำหนดของ GDP

ความมุ่งมั่นในการนำเศรษฐศาสตร์มาใช้จริงทำให้เขาตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2012 และ 2016 ในฐานะผู้สมัครอิสระ เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มการปฏิรูปนโยบายที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์อย่างแท้จริง

สรุปข้อมูลสำคัญของ Laurence Kotlikoff
หัวข้อ รายละเอียด
ความเชี่ยวชาญหลัก เศรษฐศาสตร์มหภาค, การคลังสาธารณะ, นโยบายระหว่างรุ่น
ผลงานเด่น Generational Accounting, Auerbach-Kotlikoff Model
แนวคิดสำคัญ Deficit Delusion (ความลวงของการขาดดุล), Limited Purpose Banking
การศึกษา BA (University of Pennsylvania), PhD (Harvard University)
ตำแหน่งปัจจุบัน ศาสตราจารย์ที่ Boston University, ประธาน Economic Security Planning, Inc.

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • เป็นผู้บุกเบิกการวัดภาระทางการคลังผ่าน Generational Accounting เพื่อดูผลกระทบต่อคนรุ่นอนาคต
  • โต้แย้งว่าตัวเลขการขาดดุลของรัฐบาลเป็นเพียงเรื่องของ Linguistics (ภาษาศาสตร์) ไม่ใช่เนื้อหาทางเศรษฐศาสตร์
  • เสนอให้ปฏิรูประบบธนาคารเป็น Limited Purpose Banking เพื่อลดความเสี่ยงเชิงระบบ
  • พัฒนาซอฟต์แวร์ MaxiFi Planner เพื่อช่วยประชาชนวางแผนการเงินส่วนบุคคลตามหลักเศรษฐศาสตร์
  • เคยลงสมัครประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2016 โดยมีชื่อปรากฏในบัตรเลือกตั้งถึง 38 รัฐ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Generational Accounting คืออะไร?

คือวิธีการทางบัญชีที่ใช้วัดภาระทางการคลังในระยะยาว โดยคำนวณว่าคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นอนาคตจะต้องจ่ายภาษีสุทธิเท่าใด เพื่อให้รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายตามที่สัญญาไว้ได้ ซึ่งต่างจากการดูเพียงงบประมาณรายปี

ทำไม Kotlikoff ถึงบอกว่าการขาดดุลเป็นเรื่องลวงตา?

เขาอธิบายว่ารัฐบาลสามารถเลือกใช้คำเรียกรายรับและรายจ่ายได้หลากหลายวิธี เช่น เรียกเงินที่ได้รับว่า "ภาษี" หรือ "การกู้ยืม" ซึ่งจะทำให้ตัวเลขขาดดุลเปลี่ยนไป ทั้งที่ในความเป็นจริงจำนวนเงินที่ไหลเข้าออกนั้นเท่าเดิม

Limited Purpose Banking มีเป้าหมายเพื่ออะไร?

เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินนำเงินฝากระยะสั้นไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและมีระยะเวลานาน (Borrow short, lend long) ซึ่งมักนำไปสู่การล่มสลายของระบบการเงินและทำให้รัฐบาลต้องนำเงินภาษีมาช่วยเหลือ

Purple Health Plan แตกต่างจากระบบปัจจุบันอย่างไร?

เป็นระบบที่รัฐมอบวอชเชอร์ประกันสุขภาพพื้นฐานให้ประชาชนทุกคน โดยมูลค่าวอชเชอร์จะปรับตามความเจ็บป่วยของแต่ละบุคคล และจำกัดงบประมาณรวมของรัฐให้อยู่ในสัดส่วนที่แน่นอนของ GDP เพื่อความยั่งยืนทางการคลัง

ผลงานของ Kotlikoff มีประโยชน์ต่อบุคคลทั่วไปอย่างไร?

เขาได้นำความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาสร้างเครื่องมืออย่าง MaxiFi Planner และ Maximize My Social Security เพื่อช่วยให้คนทั่วไปสามารถวางแผนการใช้จ่ายและการรับสวัสดิการให้ได้รับประโยชน์สูงสุดตลอดช่วงชีวิต