Leon Narbey ผู้กำกับภาพระดับตำนานแห่งวงการภาพยนตร์นิวซีแลนด์
ในโลกของภาพยนตร์ ผู้กำกับภาพ (Cinematographer) หรือ Director of Photography คือผู้ที่เปลี่ยนบทพูดและจินตนาการให้กลายเป็นภาพที่ทรงพลัง และหากจะกล่าวถึงบุคคลที่มีอิทธิพลต่อสุนทรียภาพทางภาพของภาพยนตร์ในนิวซีแลนด์ ชื่อของ Leon Narbey ย่อมปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ ด้วยประสบการณ์การทำงานที่ครอบคลุมทั้งสารคดีเชิงสังคมและภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์
จุดเริ่มต้นจากงานศิลปะสู่เลนส์กล้อง
Leon Narbey เกิดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 1947 ที่เมือง Helensville ประเทศนิวซีแลนด์ พื้นฐานความสามารถด้านทัศนศิลป์ของเขาเริ่มต้นที่ Elam School of Fine Arts โดยเขาเลือกศึกษาเน้นหนักในด้าน ประติมากรรม (Sculpture) ซึ่งการเข้าใจเรื่องรูปทรงและมิติในงานศิลปะนี้เองที่กลายเป็นรากฐานสำคัญในการจัดองค์ประกอบภาพในเวลาต่อมา
เส้นทางอาชีพของเขาเริ่มต้นจากการเป็นอาจารย์ที่ University of Canterbury ในปี 1972 ก่อนจะเปลี่ยนสายงานเข้าสู่ New Zealand Broadcasting Corporation ในตำแหน่งช่างภาพข่าว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้สัมผัสกับการบันทึกเหตุการณ์จริงในสังคม
บทบาทในงานสารคดีและการขับเคลื่อนสังคม
ในช่วงกลางทศวรรษ 1970 Narbey ได้สร้างชื่อจากการถ่ายทำสารคดี Te Matakite o Aotearoa ของ Geoff Steven ซึ่งบันทึกเหตุการณ์สำคัญอย่างการเดินขบวนเรียกร้องสิทธิในที่ดินของชาวเมารีปี 1975 นอกจากนี้ในปี 1978 เขายังได้ร่วมงานกับ Merata Mita และ Gerd Pohlmann ในผลงาน Bastion Point: Day 507 โดยรับหน้าที่ทั้งถ่ายภาพ ตัดต่อ และร่วมอำนวยการสร้าง
ความร่วมมือระหว่างเขากับ Geoff Steven ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปี 1979 ผ่านสารคดีที่ถ่ายทำในประเทศจีนถึง 3 เรื่อง รวมถึงผลงานเด่นอย่าง Gung Ho (เรื่องราวของ Rewi Alley) และ The Humble Force
ความสำเร็จในโลกภาพยนตร์และรางวัลการันตี
นอกจากการเป็นผู้กำกับภาพ Narbey ยังมีความสามารถในการเล่าเรื่อง โดยเขาได้ร่วมเขียนบทและกำกับภาพยนตร์ยาว 2 เรื่อง คือ Illustrious Energy (1987) และ The Footstep Man (1992) ความโดดเด่นของเขาเริ่มเป็นที่ยอมรับในวงกว้างเมื่อได้รับรางวัล Best Cinematography จากงาน New Zealand Film and Television Awards ปี 1994 จากภาพยนตร์เรื่อง Desperate Remedies
ในช่วงปี 1990 เขาได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Shirley Horrocks ผู้กำกับสารคดีชื่อดังในหลายโปรเจกต์ เช่น Pleasures and Dangers และ Act of Murder รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเรื่อง Jubilee ในปี 2000
ผลงานในช่วงปี 2000 เป็นต้นมาของเขามีความหลากหลายและทรงพลังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะภาพยนตร์ดราม่าระดับโลกอย่าง Whale Rider (2002) และ No. 2 (2006) รวมถึงงานแนวอื่นๆ เช่น Perfect Creature (หนังแวมไพร์ปี 2007), The Orator (หนังซามัวปี 2011) และปิดท้ายด้วยผลงานเรื่อง Whina ในปี 2020
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การศึกษา: เชี่ยวชาญด้านประติมากรรมจาก Elam School of Fine Arts
- จุดเริ่มต้นอาชีพ: เริ่มจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและช่างภาพข่าว
- ผลงานสร้างชื่อ: มีส่วนร่วมในสารคดีประวัติศาสตร์การเมืองของชาวเมารี
- รางวัลสูงสุด: ได้รับรางวัล Gold Award จาก New Zealand Cinematographers Society สำหรับเรื่อง One Thousand Ropes (2017)
- เกียรติยศ: ได้รับรางวัล Laureate Award จาก Arts Foundation of New Zealand ในปี 2010
| ปี (ค.ศ.) | ผลงาน / รางวัล | บทบาท / ประเภท |
|---|---|---|
| 1994 | Desperate Remedies | รางวัล Best Cinematography |
| 2002 | Whale Rider | ผู้กำกับภาพ (Cinematographer) |
| 2010 | Arts Foundation of NZ | รางวัล Laureate Award |
| 2014 | Rialto Channel NZ Film Awards | รางวัล Services to Cinema |
| 2016 | The Dead Lands | รางวัล Silver Award (NZCS) |
| 2017 | One Thousand Ropes | รางวัล Gold Award (NZCS) |
คำถามที่พบบ่อย
Leon Narbey เริ่มต้นอาชีพในวงการภาพยนตร์อย่างไร?
เขาเริ่มต้นจากการศึกษาด้านประติมากรรม และเคยเป็นอาจารย์ที่ University of Canterbury ก่อนจะผันตัวมาเป็นช่างภาพข่าวให้กับ New Zealand Broadcasting Corporation ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้กล้องในการเล่าเรื่อง
ผลงานภาพยนตร์เรื่องใดที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในระดับสากล?
หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือภาพยนตร์เรื่อง Whale Rider (2002) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ดราม่าที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง
เขามีบทบาทอื่นนอกเหนือจากการเป็นผู้กำกับภาพหรือไม่?
มีครับ Leon Narbey เคยรับหน้าที่เป็นผู้กำกับและร่วมเขียนบทในภาพยนตร์เรื่อง Illustrious Energy และ The Footstep Man รวมถึงเคยทำงานด้านการตัดต่อและอำนวยการสร้างในงานสารคดีด้วย
รางวัลสูงสุดที่เขาได้รับในด้านการถ่ายภาพคืออะไร?
เขาได้รับรางวัล Gold Award จาก New Zealand Cinematographers Society ในปี 2017 จากผลงานเรื่อง One Thousand Ropes