Liam Brady ตำนานเพลย์เมกเกอร์ชาวไอริชผู้สร้างชื่อในพรีเมียร์ลีกและกัลโช่ เซเรีย อา
หากจะกล่าวถึงหนึ่งในกองกลางตัวรุกที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ที่สุดของไอร์แลนด์ ชื่อของ Liam Brady (เลียม เบรดี้) จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ เขาคือนักเตะผู้โดดเด่นด้วยทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำ วิสัยทัศน์ในการอ่านเกมที่เฉียบคม และการควบคุมบอลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเท้าซ้ายที่สร้างความแตกต่างให้กับทีมได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการค้าแข้งในอังกฤษกับอาร์เซนอล หรือการไปสร้างชื่อในอิตาลีกับยักษ์ใหญ่อย่างยูเวนตุส

เส้นทางสู่ความเป็นมืออาชีพและยุครุ่งเรืองกับอาร์เซนอล
เบรดี้เกิดในครอบครัวที่ผูกพันกับฟุตบอลในกรุงดับลิน เขาเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับสโมสรอาร์เซนอลตั้งแต่อายุ 15 ปี โดยย้ายมาลอนดอนในปี 1971 และก้าวขึ้นเป็นนักเตะอาชีพอย่างเต็มตัวในปี 1973 แม้ในช่วงแรกจะมีการปรับตัวและถูกใช้งานอย่างระมัดระวัง แต่เขาก็สามารถพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีม "ปืนใหญ่"
ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1970 เบรดี้กลายเป็นแสงสว่างของทีมในยามที่อาร์เซนอลต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น เขาทำหน้าที่เป็นผู้สร้างสรรค์เกมส่งบอลให้กองหน้าอย่าง มัลคอล์ม แมคโดนัลด์ และ แฟรงก์ สเตเปิลตัน จนพาทีมเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ (FA Cup) ถึง 3 ปีติดต่อกัน และคว้าแชมป์ได้ในปี 1979 ซึ่งเบรดี้มีส่วนสำคัญในการเริ่มจังหวะการบุกที่นำไปสู่ประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศนั้น
ความสำเร็จส่วนตัวที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือการได้รับเลือกเป็น PFA Players' Player of the Year ในปี 1979 ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะต่างชาติคนแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรอาร์เซนอลถึง 3 ครั้ง
การผจญภัยในอิตาลีและการปิดฉากอาชีพนักเตะ
หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมกับยูเวนตุสในศึกคัพวินเนอร์สคัพ เบรดี้ได้ย้ายไปร่วมทีม "ม้าลาย" ยูเวนตุส ในปี 1980 ด้วยค่าตัวกว่า 500,000 ปอนด์ และกลายเป็นนักเตะต่างชาติคนแรกที่ได้เซ็นสัญญากับสโมสรหลังจากอิตาลีเปิดรับนักเตะต่างชาติอีกครั้ง เขาประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการคว้าแชมป์ Serie A (ลีกสูงสุดของอิตาลี) 2 สมัยในปี 1981 และ 1982
ต่อมาเขาได้ย้ายไปเล่นให้กับซัมพ์โดเรีย (Sampdoria) และอินเตอร์ มิลาน (Internazionale) โดยในถิ่นซาน ซิโร่ เขาได้ร่วมงานกับ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเกะ และพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่าคัพ ก่อนจะปิดท้ายการค้าแข้งในอิตาลีกับทีมอาสโคลี (Ascoli) และย้ายกลับมาลอนดอนเพื่อร่วมทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด (West Ham United) ในปี 1987 จนกระทั่งแขวนสตั๊ดในปี 1990

บทบาทในทีมชาติและงานหลังเกษียณ
ในระดับนานาชาติ เบรดี้รับใช้ทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ไปถึง 72 นัด ยิงได้ 9 ประตู โดยหนึ่งในประตูที่เขาภาคภูมิใจที่สุดคือลูกที่ยิงใส่ทีมชาติบราซิลในปี 1987
หลังเลิกเล่นฟุตบอล เขาได้ลองสวมบทบาทผู้จัดการทีมให้กับเซลติก (Celtic) และไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน (Brighton & Hove Albion) แม้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเนื่องจากปัญหาทางการเงินของสโมสร แต่เขากลับมาเฉิดฉายอีกครั้งในบทบาทผู้บริหาร โดยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเยาวชนของอาร์เซนอลตั้งแต่ปี 1996 ถึง 2013 ซึ่งเขามีส่วนสำคัญในการพาทีมเยาวชนคว้าแชมป์มากมาย
นอกจากนี้ เบรดี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะกูรูวิเคราะห์เกม (Pundit) ทางโทรทัศน์กับ BBC และ RTÉ Sport มายาวนานกว่า 25 ปี ก่อนจะประกาศอำลาบทบาทนี้ในเดือนมิถุนายน 2023
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่ง: กองกลางตัวรุก (Attacking Midfielder) ที่โดดเด่นเรื่องการใช้เท้าซ้าย
- ความสำเร็จสูงสุด: แชมป์เอฟเอคัพกับอาร์เซนอล (1979) และแชมป์เซเรีย อา 2 สมัยกับยูเวนตุส
- เกียรติยศส่วนตัว: นักเตะต่างชาติคนแรกที่คว้ารางวัล PFA Players' Player of the Year (1979)
- ผลงานทีมชาติ: ลงสนามให้สาธารณรัฐไอร์แลนด์ 72 นัด ยิง 9 ประตู
- บทบาทบริหาร: ผู้อำนวยการอะคาเดมี่ของอาร์เซนอล ผู้สร้างความสำเร็จให้ทีมเยาวชนหลายสมัย
| สโมสร | ช่วงปี | ลงสนาม (ประตู) | ความสำเร็จหลัก |
|---|---|---|---|
| อาร์เซนอล | 1973–1980 | 235 (43) | เอฟเอคัพ 1979 |
| ยูเวนตุส | 1980–1982 | 76 (15) | เซเรีย อา 1981, 1982 |
| ซัมพ์โดเรีย | 1982–1984 | 57 (6) | - |
| อินเตอร์ มิลาน | 1984–1986 | 58 (5) | - |
| อาสโคลี | 1986–1987 | 17 (0) | - |
| เวสต์แฮม ยูไนเต็ด | 1987–1990 | 89 (9) | - |
คำถามที่พบบ่อย
Liam Brady มีฉายาว่าอะไร และมีที่มาอย่างไร?
เขามีฉายาว่า "Chippy" ซึ่งไม่ได้มาจากความสามารถในการยิงชิพบอล แต่มาจากความชื่นชอบในการรับประทาน Fish and Chips (ปลาทอดและมันฝรั่งทอด) ในช่วงที่ค้าแข้งกับอาร์เซนอล
ทำไมเขาถึงเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของ PFA?
เพราะเขาเป็นนักเตะต่างชาติคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัล PFA Players' Player of the Year ในปี 1979 ซึ่งเป็นการยอมรับจากเพื่อนร่วมอาชีพว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในลีก
ผลงานในฐานะผู้บริหารของเขากับอาร์เซนอลเป็นอย่างไร?
เขาประสบความสำเร็จอย่างมากในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเยาวชน โดยพาทีมเยาวชนของอาร์เซนอลคว้าแชมป์ FA Premier Youth League และ FA Youth Cup ได้หลายสมัยในช่วงปี 1998-2010
เขามีบทบาทอะไรในวงการสื่อสารมวลชน?
เบรดี้ทำงานเป็นนักวิเคราะห์เกมฟุตบอล (Pundit) ให้กับสถานีโทรทัศน์ BBC และ RTÉ Sport โดยเฉพาะการวิเคราะห์ฟุตบอลโลกและฟุตบอลยูโร ซึ่งเขาทำหน้าที่นี้มาอย่างยาวนานถึง 25 ปี
ความสัมพันธ์ของเขากับทีมชาติไอร์แลนด์เป็นอย่างไร?
เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับตำนานของทีมชาติ ลงเล่นไป 72 นัด และเคยรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ในช่วงปี 2008-2010 ภายใต้การคุมทีมของโจวานนี ตราปัตโตนี