Lucas Abela ศิลปิน Noise ผู้เปลี่ยนเศษกระจกให้เป็นเสียงดนตรีสุดระทึก
ในโลกของดนตรีทดลองที่ไร้ขอบเขต Lucas Abela หรือที่รู้จักกันในนามศิลปิน Justice Yeldham คือชื่อที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ฟังทั่วโลก เขาไม่ใช่เพียงแค่นักดนตรี แต่เป็นผู้บุกเบิกการสร้างเสียงที่ท้าทายประสาทสัมผัส โดยการนำวัสดุที่อันตรายอย่าง "กระจก" มาดัดแปลงเป็นเครื่องดนตรีที่สร้างเสียงอันเป็นเอกลักษณ์และน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน
จุดเริ่มต้นจากการทดลองสู่เส้นทางสาย Noise
เส้นทางดนตรีของ Abela เริ่มต้นขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990 ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยเขาเริ่มต้นจากการเป็นดีเจและ Turntablism (ศิลปะการใช้เครื่องเล่นแผ่นเสียงสร้างเสียงดนตรี) ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาเริ่มทดลองเปลี่ยนเข็มเล่นแผ่นเสียงเป็นวัตถุต่างๆ เช่น เข็มหมุด มีด หรือไม้เสียบลูกชิ้น เพื่อค้นหาเสียงใหม่ๆ จนนำไปสู่การสร้างเครื่องเล่นแผ่นเสียง (Phonograph) จากมอเตอร์ไฟฟ้าที่นำกลับมาใช้ใหม่
ความแปลกใหม่ในการสร้างสรรค์นี้ทำให้เขาได้รับความสนใจจากนักดนตรีชื่อดังอย่าง Oren Ambarchi และ Mike Avenaim ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้ Abela ก้าวเข้าสู่การเป็นนักดนตรีอาชีพที่ออกทัวร์แสดงผลงาน
นวัตกรรมเครื่องดนตรีจากเศษกระจก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2003 เมื่อ Abela พบเศษกระจกท่ามกลางซากปรักหักพังของอาคารในย่าน Chippendale เมืองซิดนีย์ เขาได้ทดลองนำไมโครโฟนแบบสัมผัส (Contact Microphone) มาติดตั้งที่ปลายกระจกและลองเป่าลมลงบนพื้นผิว ซึ่งเขาพบว่าเสียงที่ได้มีความใสและกังวานกว่าโลหะอย่างมาก จนเขานิยามช่วงเวลานั้นว่าเป็น "ช่วงเวลาแห่งการตื่นรู้" (Hallelujah moment)
เครื่องดนตรีของเขาประกอบด้วยแผ่นกระจกรูปเพชรที่เชื่อมต่อกับเอฟเฟกต์เสียงต่างๆ โดยในระหว่างการแสดงสด Abela จะใช้ปากสัมผัส บิดเบือน และทำให้กระจกแตกสลาย ซึ่งมักจะส่งผลให้เขาได้รับบาดเจ็บและมีเลือดอาบใบหน้าและเครื่องดนตรี จนสื่ออย่าง NME ถึงกับนิยามการแสดงของเขาว่าเป็นการก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่าง "ดนตรี" และ "กีฬาสังเวยเลือด" (Bloodsport)

แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูรุนแรง แต่ Abela มองว่าตนเองคือนักดนตรีที่เน้นการด้นสด (Improvisation) ตามขนบของ Free Jazz (ดนตรีแจ๊สที่เน้นอิสระ ไม่ยึดติดกับโครงสร้างคอร์ดหรือจังหวะตายตัว) โดยเขากล่าวว่าในขณะที่แสดง เขาจะเข้าสู่สภาวะที่เหมือนจิตหลุดออกจากร่างจนไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากการถูกกระจกบาด
การร่วมงานระดับโลกและผลงานสร้างชื่อ
ด้วยสไตล์ที่โดดเด่นและสุดโต่ง ทำให้ Justice Yeldham ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยในปี 2017 เขาได้เริ่มร่วมงานกับ Death Grips กลุ่มศิลปินฮิปฮอปแนวทดลองจากสหรัฐอเมริกา และมีส่วนร่วมในอัลบั้ม Year of the Snitch ที่วางจำหน่ายในปี 2018
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อจริง | Lucas Abela |
| นามแฝง | Justice Yeldham / Granpa |
| แนวเพลง | Noise, Experimental, Avant-garde, Free Jazz, Electronic |
| เครื่องดนตรีหลัก | แผ่นกระจกติดตั้งไมโครโฟนสัมผัสและเอฟเฟกต์ |
| ปีที่เริ่มมีผลงาน | ค.ศ. 1995 – ปัจจุบัน |
| ค่ายเพลงที่เกี่ยวข้อง | Dual Plover, Load Records |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เอกลักษณ์การแสดง: ใช้ปากสัมผัสและทำลายกระจกเพื่อให้เกิดเสียง โดยมักจะมีเลือดออกระหว่างการแสดง
- นิยามทางดนตรี: แม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Noise Artist แต่เจ้าตัวนิยามตนเองว่าเป็นนักดนตรีแนวด้นสดแบบ Free Jazz
- จุดเริ่มต้นของเครื่องดนตรี: เกิดจากการพบเศษกระจกในกองขยะก่อสร้างที่เมืองซิดนีย์ ปี 2003
- ผลงานเด่น: อัลบั้ม And the Drummer Who Shall Remain Nameless และ Cicatrix (2007) รวมถึงการร่วมงานกับ Death Grips
คำถามที่พบบ่อย
Justice Yeldham คือใคร?
คือชื่อในวงการของ Lucas Abela นักดนตรีแนว Noise ชาวออสเตรเลีย ผู้มีชื่อเสียงจากการใช้เศษกระจกเป็นเครื่องดนตรีหลักในการสร้างสรรค์เสียง
เครื่องดนตรีของ Lucas Abela ทำงานอย่างไร?
เขาใช้แผ่นกระจกรูปเพชรติดตั้งไมโครโฟนแบบสัมผัส (Contact Microphone) เพื่อรับแรงสั่นสะเทือน แล้วส่งสัญญาณผ่านเอฟเฟกต์เสียง โดยใช้ปากเป่าหรือสัมผัสเพื่อสร้างเสียงที่บิดเบือน
ทำไมเขาถึงยอมให้ตัวเองบาดเจ็บระหว่างการแสดง?
Abela อธิบายว่าในขณะที่เขากำลังบรรเลงดนตรี เขาจะเข้าสู่สภาวะที่เหมือนจิตหลุดออกจากร่าง (Out of body experience) ทำให้ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจนกว่าการแสดงจะสิ้นสุดลง
เขามีผลงานร่วมกับศิลปินคนอื่นหรือไม่?
เขามีผลงานร่วมกับกลุ่มศิลปินฮิปฮอปแนวทดลองชื่อดังอย่าง Death Grips ในอัลบั้ม Year of the Snitch ปี 2018
ดนตรีของเขาจัดอยู่ในประเภทใด?
ผลงานของเขาครอบคลุมหลายแนวทาง เช่น Noise, Harsh Noise, Experimental, Avant-garde และ Free Improvisation โดยเน้นการทดลองเสียงที่แปลกใหม่และไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ