Luke McAlister เส้นทางชีวิตและอาชีพนักรักบี้ระดับโลกจากนิวซีแลนด์สู่ยุโรป
หากพูดถึงผู้เล่นตำแหน่ง Fly-half (ตัวทำเกม) และ Centre (กองกลาง) ที่มีความสามารถรอบด้านในวงการรักบี้ระดับโลก ชื่อของ Luke McAlister ย่อมเป็นหนึ่งในชื่อที่แฟนกีฬารักบี้จดจำได้เป็นอย่างดี ด้วยทักษะการเล่นที่โดดเด่นและการเดินทางในอาชีพที่ผ่านทั้งลีกชั้นนำในนิวซีแลนด์ อังกฤษ และฝรั่งเศส
McAlister เกิดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 1983 ที่เมือง Waitara ประเทศนิวซีแลนด์ เขาเติบโตมาในครอบครัวนักกีฬา โดยมีคุณพ่อคือ Charlie McAlister อดีตนักรักบี้ลีก และมีน้องสาวคือ Kayla McAlister ผู้เล่นรักบี้ 7 คนทีมชาติหญิงนิวซีแลนด์ ความหลากหลายทางกีฬาของเขาเห็นได้ชัดจากการที่เขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของอะคาเดมี่สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงอายุ 4 ถึง 13 ปี ขณะที่ติดตามคุณพ่อไปทำงานที่ประเทศอังกฤษ

จุดเริ่มต้นและการก้าวสู่ทีมชาติ All Blacks
เส้นทางอาชีพของเขาเริ่มต้นอย่างเป็นทางการที่โรงเรียน Westlake Boys High School ก่อนจะขยับขึ้นมาเล่นให้กับทีม Silverdale ในการแข่งขันระดับพรีเมียร์ของ North Harbour และเปิดตัวในระดับจังหวัดกับทีม North Harbour ในปี 2002 จากนั้นความสามารถที่โดดเด่นทำให้เขาได้ก้าวเข้าสู่ลีก Super Rugby กับทีม Blues ในปี 2004
จุดสูงสุดในช่วงแรกเกิดขึ้นในปี 2005 เมื่อ McAlister ในวัย 21 ปี ได้รับเลือกให้ลงสนามเปิดตัวกับทีมชาติ New Zealand (All Blacks) ในแมตช์ที่พบกับ British and Irish Lions ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นระดับแถวหน้าของโลก
ประสบการณ์ในเวทีโลกและการผจญภัยในยุโรป
ในปี 2007 McAlister ได้เข้าร่วมการแข่งขัน Rugby World Cup โดยลงเล่นไป 4 จาก 5 นัด อย่างไรก็ตาม มีเหตุการณ์ที่เป็นที่ถกเถียงอย่างมากในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศที่พ่ายแพ้ต่อฝรั่งเศส เมื่อเขาถูกส่งไปยัง Sin bin (พื้นที่พักผู้เล่นที่ถูกทำโทษชั่วคราว) เนื่องจากทำฟาวล์ขวางทางคู่ต่อสู้ ซึ่งนำไปสู่การเสียจุดโทษและเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ทีมพ่ายแพ้ในนัดนั้น
หลังจบศึกเวิลด์คัพ เขาตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม Sale Sharks ในลีก Guinness Premiership ของอังกฤษเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะเดินทางกลับมานิวซีแลนด์ในปี 2009 เพื่อร่วมทีม North Harbour และ Blues อีกครั้ง โดยมีความมุ่งมั่นที่จะทวงตำแหน่งในทีมชาติคืนมา และทำสำเร็จด้วยการลงสนามในฐานะตัวสำรองแทน Stephen Donald ในเกมพบกับฝรั่งเศสเมื่อเดือนมิถุนายน 2009

ความสำเร็จสูงสุดในฝรั่งเศส
ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2011 McAlister ได้ย้ายไปเล่นให้กับ Stade Toulousain (Toulouse) ในลีก Top 14 ของฝรั่งเศส ซึ่งที่นี่เขาสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยสามารถคว้าแชมป์ Bouclier de Brennus (ถ้วยรางวัลสูงสุดของลีกฝรั่งเศส) ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก และเขายังเป็นผู้ทำคะแนนทั้งหมดให้กับทีมในนัดชิงชนะเลิศอีกด้วย
ในช่วงท้ายของอาชีพนักกีฬา เขาได้ย้ายไปร่วมทีม Toulon ในปี 2017 และต่อด้วย Clermont ในปี 2018 ก่อนจะปิดท้ายเส้นทางอาชีพที่ญี่ปุ่นกับทีม Shimizu Blue Sharks ในปี 2019
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งที่เล่น: Fly-half, Centre และ Fullback
- ความสำเร็จเด่น: คว้าแชมป์ Top 14 กับทีม Toulouse โดยเป็นผู้ทำคะแนนทั้งหมดในนัดชิงชนะเลิศ
- สถิติทีมชาติ: ลงเล่นให้ All Blacks ทั้งหมด 31 นัด ทำได้ 153 คะแนน
- ชีวิตหลังเกษียณ: กลับไปเป็นครูและโค้ชที่โรงเรียน Westlake Boys High School
| ทีม / ระดับการแข่งขัน | จำนวนนัดที่ลงเล่น (Apps) | คะแนนที่ทำได้ (Points) |
|---|---|---|
| North Harbour | 52 | 461 |
| Blues | 51 | 389 |
| Sale Sharks | 36 | 204 |
| Toulouse | 143 | 806 |
| New Zealand (All Blacks) | 31 | 153 |
คำถามที่พบบ่อย
Luke McAlister เล่นตำแหน่งอะไรบ้างในกีฬารักบี้?
เขาเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ที่สามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่ง Fly-half (ตัวทำเกม), Centre (กองกลาง) และ Fullback (ตัวหลังสุด)
เหตุการณ์สำคัญใน Rugby World Cup 2007 ของเขาคืออะไร?
เขาถูกส่งไปยัง Sin bin ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศที่พบกับฝรั่งเศส ซึ่งส่งผลให้ฝรั่งเศสได้แต้มจากลูกโทษและเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้นิวซีแลนด์ตกรอบ
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในลีกฝรั่งเศสคืออะไร?
การคว้าแชมป์ Bouclier de Brennus ร่วมกับทีม Toulouse โดยที่เขาเป็นผู้รับหน้าที่ทำคะแนนทั้งหมดให้กับทีมในนัดชิงชนะเลิศ
ปัจจุบัน Luke McAlister ทำอาชีพอะไร?
หลังจากเลิกเล่นรักบี้อาชีพ เขาได้กลับไปทำงานเป็นครูและโค้ชที่โรงเรียน Westlake Boys High School ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของเขาเอง
เขามีความเกี่ยวข้องกับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างไร?
ในช่วงวัยเด็ก (อายุ 4-13 ปี) ขณะที่อาศัยอยู่ในอังกฤษตามคุณพ่อ เขาเคยเป็นนักเตะในอะคาเดมี่ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด