← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Md

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Máirín de Burca นักเคลื่อนไหวผู้พลิกโฉมกฎหมายและสิทธิสตรีในไอร์แลนด์

Máirín de Burca นักเคลื่อนไหวผู้พลิกโฉมกฎหมายและสิทธิสตรีในไอร์แลนด์ ในประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมของประเทศไอร์แลนด์ ชื่อของ Máirín de Burca (เกิดปี 1938) โด…

Máirín de Burcaสิทธิสตรีไอร์แลนด์ประวัติศาสตร์ไอร์แลนด์การเคลื่อนไหวทางสังคม

Máirín de Burca นักเคลื่อนไหวผู้พลิกโฉมกฎหมายและสิทธิสตรีในไอร์แลนด์

ในประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมของประเทศไอร์แลนด์ ชื่อของ Máirín de Burca (เกิดปี 1938) โดดเด่นในฐานะนักเขียน นักข่าว และนักเคลื่อนไหวทางสังคมผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกฎหมายและสังคม โดยเฉพาะการผลักดันให้ผู้หญิงมีสิทธิเข้าร่วมเป็นคณะลูกขุน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการยอมรับบทบาทสตรีในกระบวนการยุติธรรม

เส้นทางการต่อสู้และบทบาททางการเมือง

de Burca มีบทบาทสำคัญในพรรค Sinn Féin และ Official Sinn Féin โดยดำรงตำแหน่งเลขาธิการทั่วไปยาวนานถึง 11 ปี นอกจากนี้เธอยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Irish Women's Liberation Movement (ขบวนการปลดปล่อยสตรีไอร์แลนด์) ในปี 1970 เพื่อเรียกร้องสิทธิและความเท่าเทียมให้กับผู้หญิงในสังคม

ความมุ่งมั่นของเธอไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องสิทธิสตรี แต่ยังครอบคลุมถึงประเด็นทางสังคมที่หลากหลาย โดยเธอได้เข้าร่วมกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ ดังนี้:

  • Dublin Housing Action Committee: คณะกรรมการดำเนินการด้านที่อยู่อาศัยในดับลิน
  • Irish Voice on Vietnam: กลุ่มเคลื่อนไหวคัดค้านสงครามเวียดนาม
  • Irish Anti-Apartheid movement: ขบวนการต่อต้านการแบ่งแยกสีผิวในไอร์แลนด์
  • Prisoner's Rights Organisation: องค์กรสิทธิผู้ต้องขัง
  • Right to Die Ireland: กลุ่มรณรงค์สิทธิในการเลือกจบชีวิต

การเคลื่อนไหวของเธอมักมาพร้อมกับความเสี่ยง โดยในปี 1970 เธอเคยถูกจำคุกเป็นเวลา 3 เดือนจากการประท้วงสงครามเวียดนามด้วยการนำธงลงมาเผา และถูกปรับจากการประท้วงรถยนต์ของประธานาธิบดี Richard Nixon ระหว่างที่เขาเดินทางมาเยือนไอร์แลนด์

การท้าทายกฎหมายและชัยชนะเพื่อสิทธิสตรี

หนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าจดจำคือ Contraceptive Train (ขบวนรถไฟคุมกำเนิด) ในปี 1971 ซึ่งจัดโดยขบวนการปลดปล่อยสตรีไอร์แลนด์ เพื่อนำผู้หญิงเดินทางไปยังไอร์แลนด์เหนือเพื่อซื้อยาคุมกำเนิดและนำกลับมายังสาธารณรัฐไอร์แลนด์อย่างเปิดเผย อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้น de Burca ตัดสินใจไม่เข้าร่วมขบวนรถไฟดังกล่าวเนื่องจากความกังวลต่อปฏิกิริยาของสังคม เนื่องจากเธอยังไม่ได้แต่งงานในเวลานั้น

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอคือการเป็นส่วนหนึ่งของคดีความทางกฎหมายที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยมี Mary Robinson และ Donal Barrington เป็นทนายความ ผลของคดีนี้ทำให้เกิด Juries Act 1976 (พระราชบัญญัติคณะลูกขุนปี 1976) ซึ่งอนุญาตให้พลเมืองไอร์แลนด์ทุกคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและมีสิทธิเลือกตั้ง สามารถทำหน้าที่เป็นคณะลูกขุนได้โดยไม่จำกัดเพศ

สรุปข้อมูลสำคัญของ Máirín de Burca
หัวข้อ รายละเอียด
บทบาทหลัก นักเขียน, นักข่าว, นักเคลื่อนไหวทางสังคม
ตำแหน่งสำคัญ เลขาธิการทั่วไป Official Sinn Féin (11 ปี)
ผลงานโดดเด่น ผลักดันกฎหมายให้ผู้หญิงเป็นคณะลูกขุนได้ (Juries Act 1976)
จุดยืนทางความคิด Militant Pacifist (สันตินิยมเชิงรุก)
รางวัลเกียรติยศ ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก University College Dublin (2017)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • เป็นผู้ร่วมก่อตั้งขบวนการปลดปล่อยสตรีไอร์แลนด์ในปี 1970
  • เคยลงสมัครรับเลือกตั้งทั่วไปปี 1973 ในเขต Dublin North-Central แต่ไม่ได้รับเลือก โดยได้คะแนนเสียง 1,667 คะแนน (4.8%)
  • ยึดถือแนวทาง Militant Pacifist หรือสันตินิยมเชิงรุก ซึ่งเป็นการต่อต้านสงครามและความรุนแรงอย่างจริงจัง
  • ได้รับคำชื่นชมจากผู้พิพากษาศาลฎีกาในเรื่องความกล้าหาญและการเสียสละเสรีภาพส่วนตัวเพื่อผู้ด้อยโอกาส
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Máirín de Burca มีบทบาทอย่างไรในการเปลี่ยนแปลงกฎหมายไอร์แลนด์?

เธอเป็นผู้มีส่วนสำคัญในคดีความที่นำไปสู่การตรากฎหมาย Juries Act 1976 ซึ่งเปลี่ยนข้อกำหนดให้ผู้หญิงที่มีสิทธิเลือกตั้งและอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถทำหน้าที่เป็นคณะลูกขุนได้

เธอเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดบ้าง?

เธอเคยเป็นเลขาธิการทั่วไปของพรรค Official Sinn Féin เป็นเวลา 11 ปี และเคยลงสมัครรับเลือกตั้งทั่วไปในปี 1973 ในเขต Dublin North-Central

ทำไมเธอถึงไม่เข้าร่วมกิจกรรม Contraceptive Train ในปี 1971?

เนื่องจากในขณะนั้นเธอยังไม่ได้แต่งงาน จึงกังวลว่าการเข้าร่วมกิจกรรมนำเข้ายาคุมกำเนิดอย่างเปิดเผยจะส่งผลกระทบและเกิดปฏิกิริยาด้านลบจากสังคมในยุคนั้น

แนวคิด Militant Pacifist ของเธอคืออะไร?

คือการเป็นสันตินิยมเชิงรุก ซึ่งหมายถึงการต่อต้านสงครามและความรุนแรงอย่างแข็งขัน แม้จะต้องใช้วิธีการประท้วงที่เด็ดขาดหรือเผชิญกับการถูกจับกุม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายแห่งสันติภาพ

เธอได้รับรางวัลเกียรติยศอะไรบ้างในบั้นปลาย?

ในปี 2017 เธอได้รับมอบปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Honorary degree of Doctor of Law) จาก University College Dublin เพื่อเป็นเกียรติแก่การทำงานเพื่อสังคม