Marc Norman นักเขียนบทมือรางวัลผู้สร้างสรรค์ Shakespeare in Love
หากพูดถึงภาพยนตร์ที่ผสมผสานความโรแมนติกและวรรณกรรมได้อย่างลงตัว ชื่อของ Marc Norman ย่อมปรากฏขึ้นในฐานะฟันเฟืองสำคัญ เขาคือนักเขียนบท นักเขียนนวนิยาย และนักเขียนบทละครชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งฝากผลงานระดับตำนานไว้ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลก โดยเฉพาะความสำเร็จอันยิ่งใหญ่จากภาพยนตร์เรื่อง Shakespeare in Love
เส้นทางสู่ความสำเร็จและจุดเริ่มต้นในวงการ
Marc Norman เกิดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1941 ณ เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาเริ่มต้นปูพื้นฐานด้านการศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลในท้องถิ่น ก่อนจะเข้าศึกษาต่อจนจบปริญญาโทด้านวรรณกรรมอังกฤษ (Master of Arts in English literature) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ในปี ค.ศ. 1964 ซึ่งความเชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมนี้เองที่กลายเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสรรค์งานเขียนของเขาในเวลาต่อมา
เส้นทางอาชีพในฮอลลีวูดของเขาไม่ได้เริ่มต้นอย่างหรูหรา โดยในช่วงกลางทศวรรษ 1960 Norman เริ่มต้นทำงานที่ Universal Studios ในตำแหน่งพนักงานห้องส่งจดหมาย (Mailroom) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นคลาสสิกของคนทำงานในสตูดิโอสมัยก่อน ก่อนจะขยับขึ้นมาเป็นนักเขียนประจำให้กับ Leonard Stern ในซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Get Smart และมีผลงานเขียนบทสำหรับโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง เช่น The Challenge (1969) ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานยุคแรกของ ABC Movie of the Week รวมถึงการเขียนบทบางตอนของซีรีส์สายลับชื่อดังอย่าง Mission: Impossible
การก้าวเข้าสู่โลกภาพยนตร์จอเงิน
ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 Marc Norman ได้เปลี่ยนบทบาทจากการเขียนบทโทรทัศน์มาสู่ภาพยนตร์ขนาดยาว โดยมีผลงานเรื่องแรกคือ Oklahoma Crude (1973) ภายใต้การกำกับของ Stanley Kramer หลังจากนั้นเขาได้สร้างสรรค์บทภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง อาทิ Zandy’s Bride (1974), Breakout (1975), The Killer Elite (1976) และ The Aviator (1985) ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายของ Ernest Gann นอกจากนี้ในปี 1995 เขายังได้รับหน้าที่เป็นหนึ่งในทีมเขียนบทเพื่อปรับปรุงบทภาพยนตร์เรื่อง Cutthroat Island อีกด้วย
จุดสูงสุดในอาชีพของเขาเกิดขึ้นในปี 1998 เมื่อภาพยนตร์เรื่อง Shakespeare in Love ออกฉาย ผลงานชิ้นนี้ไม่เพียงแต่ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม แต่ยังส่งให้ Marc Norman และ Tom Stoppard คว้ารางวัลออสการ์ (Academy Award) สาขา บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม (Best Original Screenplay) และในฐานะผู้อำนวยการสร้าง เขายังได้รับรางวัล ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) ร่วมกับทีมงานอีกด้วย
ผลงานด้านวรรณกรรมและชีวิตส่วนตัว
นอกเหนือจากงานเขียนบทภาพยนตร์ Norman ยังมีความสามารถในการเขียนหนังสือหลากหลายรูปแบบ ทั้งนวนิยายและงานเขียนเชิงวิชาการ ผลงานนวนิยายที่โดดเด่น ได้แก่ Bike Riding in Los Angeles, Oklahoma Crude และ Fool’s Errand นอกจากนี้เขายังได้ถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ผ่านหนังสือ What Happens Next?: A History of Hollywood Screenwriting (2007) ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมประวัติศาสตร์การเขียนบทของฮอลลีวูด
ในด้านชีวิตครอบครัว Marc Norman ได้สมรสกับ Dale Jean Moore ในปี ค.ศ. 1967 และมีบุตรด้วยกัน 2 คน
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความสำเร็จสูงสุด: คว้ารางวัลออสการ์ 2 สาขาจากเรื่อง Shakespeare in Love (บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม)
- การศึกษา: ปริญญาโทด้านวรรณกรรมอังกฤษ จาก UC Berkeley
- จุดเริ่มต้นอาชีพ: เริ่มทำงานจากแผนกส่งจดหมายที่ Universal Studios
- ผลงานเขียนหนังสือ: ผู้เขียนหนังสือประวัติศาสตร์การเขียนบทฮอลลีวูดเรื่อง What Happens Next?
| ประเภทผลงาน | ชื่อผลงานที่สำคัญ | ปีที่เผยแพร่/รางวัล |
|---|---|---|
| ภาพยนตร์ (เขียนบท/โปรดิวซ์) | Shakespeare in Love | 1998 (รางวัลออสการ์) |
| ภาพยนตร์ (เขียนบท) | Oklahoma Crude | 1973 |
| ภาพยนตร์ (เขียนบท) | The Aviator | 1985 |
| หนังสือ (Non-fiction) | What Happens Next? | 2007 |
| โทรทัศน์ | Get Smart / Mission: Impossible | ช่วงทศวรรษ 1960 |
คำถามที่พบบ่อย
Marc Norman มีชื่อเสียงที่สุดจากผลงานเรื่องใด?
เขามีชื่อเสียงที่สุดจากการเป็นผู้เขียนบทร่วมและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Shakespeare in Love ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลออสการ์ถึงสองสาขา
เขาเริ่มต้นการทำงานในฮอลลีวูดอย่างไร?
เขาเริ่มต้นจากการทำงานในห้องส่งจดหมาย (Mailroom) ของ Universal Studios ในช่วงกลางทศวรรษ 1960 ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเขียนบทโทรทัศน์
นอกจากเขียนบทภาพยนตร์แล้ว เขามีผลงานด้านอื่นอีกหรือไม่?
เขามีผลงานการเขียนนวนิยายหลายเล่ม และเขียนหนังสือเชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเขียนบทภาพยนตร์ในฮอลลีวูดชื่อว่า What Happens Next?
Marc Norman จบการศึกษาด้านใดมา?
เขาจบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวรรณกรรมอังกฤษ (Master of Arts in English literature) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ในปี 1964