Marc Raibert ผู้บุกเบิกหุ่นยนต์เคลื่อนที่และผู้ก่อตั้ง Boston Dynamics
ในโลกของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ชื่อของ Marc Raibert คือบุคคลสำคัญที่เปลี่ยนจินตนาการในภาพยนตร์ให้กลายเป็นความจริง เขาคือผู้ก่อตั้งและอดีต CEO ของ Boston Dynamics บริษัทที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกจากการพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีความคล่องตัวสูงอย่าง Atlas, Spot, BigDog และ Handle ปัจจุบันเขายังคงขับเคลื่อนนวัตกรรมในฐานะประธานบริษัทและผู้อำนวยการบริหารของ Boston Dynamics AI Institute ภายใต้เครือ Hyundai Motor Group

เส้นทางสายวิชาการและการวางรากฐานทางวิทยาศาสตร์
ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจ Raibert ได้สั่งสมประสบการณ์ในฐานะนักวิชาการระดับแนวหน้า โดยเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ MIT และรองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon (CMU) ซึ่งที่ CMU แห่งนี้เอง เขาได้ก่อตั้ง Leg Laboratory ในปี 1980 เพื่อศึกษาและสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ให้กับหุ่นยนต์ที่มีการเคลื่อนไหวแบบไดนามิก (Dynamic Robots) หรือหุ่นยนต์ที่สามารถปรับสมดุลร่างกายได้ขณะเคลื่อนที่
ความสำเร็จครั้งสำคัญในช่วงเริ่มต้นคือการพัฒนาหุ่นยนต์กระโดดที่สามารถทรงตัวได้ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่พลิกโฉมวงการหุ่นยนต์ในขณะนั้น ด้านการศึกษา Raibert สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจาก Northeastern University ในปี 1973 และคว้าปริญญาเอกจาก MIT ในปี 1977 โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง Motor Control and Learning by the State Space Model ซึ่งเป็นการศึกษาเรื่องการควบคุมการเคลื่อนไหวและการเรียนรู้ผ่านแบบจำลองพื้นที่สถานะ (State Space Model)
วิสัยทัศน์และการเติบโตของ Boston Dynamics
เป้าหมายสูงสุดของ Raibert คือการผลักดันให้หุ่นยนต์แบบสองขา (Bipedal) และสี่ขา (Quadrupedal) มีความสามารถเหนือธรรมชาติ (Supernatural state) เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนได้เหมือนหรือดีกว่าสิ่งมีชีวิต
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Boston Dynamics ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงเจ้าของหลายครั้งเพื่อขยายขีดความสามารถ โดยเริ่มจากการถูกซื้อกิจการโดย Google ในปี 2013 ซึ่ง Raibert มองเห็นศักยภาพในการคิดการณ์ใหญ่ของ Google ต่อมาในปี 2017 SoftBank ได้เข้ามาซื้อกิจการต่อ และล่าสุดในปี 2020 Hyundai Motor Group ได้เข้าเป็นเจ้าของ เพื่อนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ไปประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรม
นวัตกรรมและสิทธิบัตรที่เปลี่ยนโลก
Marc Raibert ไม่เพียงแต่บริหารงาน แต่ยังเป็นนักประดิษฐ์ที่ถือครองสิทธิบัตรสำคัญหลายฉบับ เช่น ระบบ Actuator (อุปกรณ์ขับเคลื่อน) ที่ใช้ในข้อต่อหุ่นยนต์ ซึ่งสามารถปรับการจ่ายของเหลวในระบบไฮดรอลิกตามน้ำหนักที่ตรวจพบ เพื่อให้หุ่นยนต์รับน้ำหนักได้เหมาะสม และกลไกการควบคุมการกระโดดของหุ่นยนต์ที่ใช้ระบบสปริงและกลไกเชื่อมต่อสี่จุด เพื่อให้การเคลื่อนที่ของขาเป็นเส้นตรงและมีประสิทธิภาพ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| บทบาทปัจจุบัน | ประธาน Boston Dynamics และ ผอ. Boston Dynamics AI Institute |
| ผลงานเด่น | ผู้สร้างหุ่นยนต์ Spot, Atlas, BigDog, Handle |
| การศึกษาสูงสุด | ปริญญาเอก (PhD) จาก MIT |
| ความเชี่ยวชาญ | หุ่นยนต์เคลื่อนที่, การทรงตัว, ระบบควบคุมการเคลื่อนไหว |
| รางวัล/เกียรติยศ | สมาชิก National Academy of Engineering (2008), Founding Fellow ของ AAAI |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ผู้บุกเบิก: เป็นผู้สร้างหุ่นยนต์กระโดดที่ทรงตัวได้เองตัวแรกของโลก
- ความสำเร็จทางวิชาการ: เป็นสมาชิกของ National Academy of Engineering ตั้งแต่ปี 2008 จากผลงานด้านหุ่นยนต์หลายขา
- การถ่ายทอดความรู้: เป็นวิทยากรในงานระดับโลก เช่น TED, TechCrunch Sessions และการประชุม IROS
- อิทธิพลต่อสื่อ: หุ่นยนต์จาก Leg Lab ของเขาเคยปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Rising Sun
คำถามที่พบบ่อย
Marc Raibert คือใคร?
เขาคือนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Boston Dynamics และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาหุ่นยนต์ที่เคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนสิ่งมีชีวิต
หุ่นยนต์ตัวไหนบ้างที่เป็นผลงานของ Boston Dynamics?
หุ่นยนต์ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Spot (หุ่นยนต์สุนัข), Atlas (หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์), BigDog (หุ่นยนต์สี่ขาขนาดใหญ่) และ Handle (หุ่นยนต์ขนย้ายสินค้า)
ปัจจุบัน Boston Dynamics อยู่ภายใต้การดูแลของใคร?
ปัจจุบัน Boston Dynamics เป็นส่วนหนึ่งของ Hyundai Motor Group ซึ่งได้เข้าซื้อกิจการในปี 2020
ความเชี่ยวชาญหลักของ Marc Raibert คืออะไร?
เขามีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการควบคุมหุ่นยนต์หลายขา โดยเน้นไปที่การสร้างสมดุลและการเคลื่อนไหวแบบไดนามิก
Boston Dynamics AI Institute มีเป้าหมายเพื่ออะไร?
เป็นองค์กรภายใต้ Hyundai Motor Group ที่มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาขั้นสูงด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ เพื่อสร้างนวัตกรรมแห่งอนาคต