← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Marco Donnarumma ศิลปินผู้ผสานร่างกาย เทคโนโลยี และเสียงดนตรีแห่งอนาคต

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Marco Donnarumma ศิลปินผู้ผสานร่างกาย เทคโนโลยี และเสียงดนตรีแห่งอนาคต

Marco Donnarumma ศิลปินผู้ผสานร่างกาย เทคโนโลยี และเสียงดนตรีแห่งอนาคต ในโลกของศิลปะร่วมสมัยที่เส้นแบ่งระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรเริ่มเลือนลาง Marco Donnarumma (มาร์โก ด…

Marco DonnarummaศิลปะการแสดงXTH SenseBiophysical Music

Marco Donnarumma ศิลปินผู้ผสานร่างกาย เทคโนโลยี และเสียงดนตรีแห่งอนาคต

ในโลกของศิลปะร่วมสมัยที่เส้นแบ่งระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรเริ่มเลือนลาง Marco Donnarumma (มาร์โก ดอนนารุมมา) ศิลปินชาวอิตาลีผู้พำนักในเบอร์ลิน ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับการแสดงสดผ่านการหลอมรวมร่างกายเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง เขาไม่ได้เป็นเพียงศิลปินการแสดง (Performance Artist) แต่ยังเป็นทั้งนักประดิษฐ์ นักทฤษฎี และผู้กำกับละครที่มุ่งสำรวจความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างร่างกาย การเมือง และนวัตกรรม

ผลงานของ Donnarumma โดดเด่นด้วยการใช้ Biotechnology (เทคโนโลยีชีวภาพ) และ Robotics (หุ่นยนต์) มาสร้างสรรค์ประสบการณ์ทางเสียงและภาพ โดยเขามักจะออกแบบอุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถเปลี่ยนสัญญาณทางชีวภาพของมนุษย์ให้กลายเป็นงานศิลปะ ซึ่งทำให้เขาได้รับการยอมรับในฐานะศิลปินกลุ่ม Cyborg (ไซบอร์ก - สิ่งมีชีวิตที่ผสมผสานเครื่องจักร) และ Posthuman (โพสต์ฮิวแมน - แนวคิดมนุษย์ยุคหลังที่ก้าวข้ามขีดจำกัดทางชีวภาพ)

Content image

เส้นทางสู่การเป็นศิลปินข้ามศาสตร์

Donnarumma เกิดที่เมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี และมีพื้นฐานการศึกษาที่หลากหลายซึ่งส่งเสริมการทำงานแบบสหวิทยาการ เขาเริ่มต้นจากการเรียนจิตรกรรมที่ Brera Academy of Fine Arts ก่อนจะขยับไปศึกษาด้านเทคโนโลยีใหม่สำหรับการแสดงที่ Venice Academy of Fine Arts จนจบปริญญาตรีในปี 2007

ความหลงใหลในเรื่องเสียงนำเขาไปสู่การคว้าปริญญาโทด้านการออกแบบเสียง (Sound Design) จาก Edinburgh College of Art ในปี 2012 และก้าวไปสู่จุดสูงสุดทางวิชาการด้วยปริญญาเอกด้านศิลปะการแสดง คอมพิวเตอร์ และทฤษฎีร่างกายจาก Goldsmiths, University of London ในปี 2016 โดยมีผู้เชี่ยวชาญอย่าง Atau Tanaka และ Matthew Fuller เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

นวัตกรรม XTH Sense: เมื่อร่างกายกลายเป็นเครื่องดนตรี

จุดเปลี่ยนสำคัญของ Donnarumma เกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มรู้สึกว่าอินเทอร์เฟซคอมพิวเตอร์แบบเดิมๆ เช่น คีย์บอร์ดหรือเครื่องดนตรีแบบถือ ไม่สามารถตอบสนองจินตนาการในการแสดงบนเวทีได้ เขาจึงประดิษฐ์ XTH Sense ขึ้นในปี 2011 ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่ที่สามารถดักจับและขยายสัญญาณเสียงจากภายในร่างกาย

อุปกรณ์นี้ทำงานโดยการตรวจจับ Mechanomyogram (สัญญาณเสียงจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ) รวมถึงเสียงการไหลเวียนของเลือดและเสียงการเสียดสีของกระดูก โดยใช้ไมโครโฟนขนาดเล็กติดไว้ที่แขนหรือขา จากนั้นสัญญาณเหล่านี้จะถูกประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์เพื่อสร้างเป็นเสียงดนตรีและเอฟเฟกต์ต่างๆ ตามแรง ความเร็ว และท่วงท่าการเคลื่อนไหวของศิลปิน

ความล้ำสมัยของ XTH Sense ทำให้เขาได้รับรางวัลชนะเลิศจาก Margaret Guthman Musical Instrument Competition ในปี 2012 และถูกยกย่องว่าเป็นเครื่องดนตรีที่นวัตกรรมที่สุดในโลกโดย Georgia Tech Center for Music Technology นอกจากนี้เขายังใจกว้างด้วยการปล่อยแบบแปลนและซอฟต์แวร์เป็น Open Source เพื่อให้ศิลปินและนักวิจัยทั่วโลกนำไปพัฒนาต่อยอด

ผลงานชิ้นเอกและการสำรวจขีดจำกัดของมนุษย์

The Body Series (2011–2015)

ชุดผลงานนี้มุ่งเน้นการสร้าง Biophysical Music (ดนตรีชีวฟิสิกส์) ซึ่งเป็นการใช้ร่างกายมนุษย์เป็นเครื่องดนตรีโดยตรง ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ Hypo Chrysos (2012) ที่ Donnarumma ลากบล็อกคอนกรีตหนักๆ เป็นวงกลม โดยเสียงการทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูกจะถูกขยายผ่านระบบเสียงรอบทิศทาง 8 ช่องสัญญาณ เพื่อให้ผู้ชมสัมผัสถึงความทรมานและความตึงเครียดทางร่างกายไปพร้อมกับเขา

การทดลองในยุคต่อมา (2015–2019)

ในผลงาน Corpus Nil (2016) เขาได้นำ AI มาใช้ประมวลผลสัญญาณร่างกายเพื่อสร้างแสงและเสียงแบบเรียลไทม์ เปลี่ยนร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยสักให้ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวที่กำลังดิ้นรนภายใต้ข้อจำกัดบางอย่าง สร้างบรรยากาศที่ก้ำกึ่งระหว่างโลกจริงและโลกเสมือน

สรุปผลงานและนวัตกรรมสำคัญของ Marco Donnarumma
ชื่อผลงาน/นวัตกรรม ปีที่สร้าง จุดเด่นทางเทคโนโลยี/แนวคิด
XTH Sense 2011 เซนเซอร์ตรวจจับเสียงกล้ามเนื้อและกระดูกเพื่อสร้างดนตรี
Hypo Chrysos 2012 การแสดงความตึงเครียดของร่างกายผ่านเสียงรอบทิศทาง
Nigredo 2012-2013 อินสแตลเลชันที่ใช้ไบโอเซนเซอร์สร้างการตอบสนองส่วนบุคคล
Corpus Nil 2016 การใช้ AI ควบคุมแสงและเสียงตามสัญญาณร่างกาย
The AI Prostheses 2020 การสำรวจอวัยวะเทียมที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • แนวทางศิลปะ: ผสมผสานศิลปะการแสดง, ดนตรีคอมพิวเตอร์, หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีชีวภาพ
  • นวัตกรรมหลัก: ผู้สร้าง XTH Sense เครื่องดนตรีที่เปลี่ยนเสียงกล้ามเนื้อเป็นเสียงเพลง
  • การศึกษา: จบปริญญาเอกด้าน Performing Arts, Computing และ Body Theory จาก Goldsmiths, University of London
  • บทบาทปัจจุบัน: นักวิจัยร่วมที่ Intelligent Instruments Lab, Reykjavik และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Fronte Vacuo
  • รางวัลการันตี: ได้รับรางวัล Prix Ars Electronica และรางวัลจาก Romaeuropa Festival
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

XTH Sense ทำงานอย่างไร?

XTH Sense ใช้ไมโครโฟนพิเศษตรวจจับสัญญาณเสียงความถี่ต่ำที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย เช่น การหดตัวของกล้ามเนื้อ (Mechanomyogram) และการไหลของเลือด จากนั้นจะส่งสัญญาณไปยังซอฟต์แวร์เพื่อแปลงเป็นเสียงดนตรีตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย

Biophysical Music คืออะไร?

คือรูปแบบศิลปะการแสดงสดที่ใช้สัญญาณทางชีวภาพและฟิสิกส์ของร่างกายมนุษย์ (เช่น เสียงหัวใจ กล้ามเนื้อ หรือการเคลื่อนไหว) มาเป็นแหล่งกำเนิดเสียงและตัวควบคุมการสร้างดนตรีผ่านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

แนวคิด Posthuman ในงานของ Donnarumma หมายถึงอะไร?

หมายถึงการตั้งคำถามและสำรวจความเป็นมนุษย์ในยุคที่เทคโนโลยีสามารถหลอมรวมเข้ากับร่างกายได้ เช่น การใช้อวัยวะเทียม AI หรือเซนเซอร์ เพื่อขยายขีดความสามารถของมนุษย์ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดทางชีวภาพแบบเดิม

ผลงานของเขามีจุดประสงค์เพื่ออะไร?

งานของเขามุ่งเน้นการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายกับการเมืองและเทคโนโลยี โดยใช้ความรู้สึกตกใจ (Shock) และพิธีกรรม (Ritual) เพื่อให้ผู้ชมเกิดความตระหนักรู้ในร่างกายและสภาวะภายในของตนเองและผู้อื่น

Marco Donnarumma ศิลปินผู้ผสานร่างกาย เทคโนโลยี และเสียงดนตรีแห่งอนาคต | hmn.in.th