Marianne Birthler นักสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและผู้เปิดโปงความลับ Stasi แห่งเยอรมนี
ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของเยอรมนี Marianne Birthler คือชื่อที่โดดเด่นในฐานะผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนและนักการเมืองผู้มีความมุ่งมั่น เธอเป็นบุคคลสำคัญที่อุทิศตนเพื่อการตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับอาชญากรรมในอดีตของ Stasi หรือตำรวจลับของระบอบคอมมิวนิสต์ในเยอรมนีตะวันออก เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ถูกกดขี่
เส้นทางของเธอเริ่มต้นจากการทำงานด้านเยาวชนในคริสตจักรที่ย่าน Prenzlauer Berg และก้าวเข้าสู่บทบาทที่ปรึกษาเยาวชนในกรุงเบอร์ลินตั้งแต่ปี 1987 นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Church Solidarity (Solidarische Kirche) ในปี 1986 เพื่อผลักดันให้เกิดความเป็นประชาธิปไตยทั้งในองค์กรศาสนาและสังคมวงกว้าง ต่อมาในปี 1988 เธอได้เข้าร่วมกับ Initiative for Peace and Human Rights ซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านระบอบคอมมิวนิสต์ที่ถูกควบคุมโดยสหภาพโซเวียตในช่วงทศวรรษ 1980

บทบาททางการเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่านของประเทศ
ในช่วงเวลาสำคัญของการรวมประเทศ Marianne Birthler ได้ก้าวเข้าสู่สนามการเมืองอย่างเต็มตัว โดยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ People's Chamber (Volkskammer) ซึ่งเป็นสภาที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเพียงแห่งเดียวของเยอรมนีตะวันออกในเดือนมีนาคม 1990 โดยเธอทำหน้าที่เป็นโฆษกของพรรค Alliance 90
หลังจากการรวมประเทศเยอรมนีเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 1990 เธอได้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (Bundestag) และสมาชิกสภาแห่งรัฐบรันเดินบวร์ค (Landtag of Brandenburg) พร้อมทั้งได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬาของรัฐบรันเดินบวร์ค ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Manfred Stolpe อย่างไรก็ตาม เธอได้ตัดสินใจลาออกจากคณะรัฐมนตรีในเดือนตุลาคม 1992 เพื่อประท้วงกรณีที่นาย Stolpe มีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ Stasi

ภารกิจสำคัญในฐานะผู้ดูแลบันทึกลับ Stasi
จุดสูงสุดในอาชีพการทำงานของเธอคือการได้รับแต่งตั้งจากรัฐสภาเยอรมันให้ดำรงตำแหน่ง Federal Commissioner for the Stasi Records (ผู้ตรวจการกลางด้านบันทึกข้อมูล Stasi) ระหว่างปี 2000 ถึง 2011 โดยรับช่วงต่อจาก Joachim Gauck ภารกิจหลักของเธอคือการสืบสวนและเปิดเผยความผิดพลาดในอดีตของตำรวจลับคอมมิวนิสต์
ในระหว่างดำรงตำแหน่ง เธอเป็นผู้วิจารณ์พรรค Die Linke (พรรคซ้าย) อย่างรุนแรง เนื่องจากพรรคนี้เป็นทายาทของพรรค Socialist Unity Party of Germany โดยเธอมองว่าพรรคนี้มีแนวคิดสุดโต่งและมีการเสนอชื่ออดีตเจ้าหน้าที่ Stasi ให้เข้าดำรงตำแหน่งในสภา ซึ่งเธอเตือนว่าไม่ควรให้กลุ่มคนเหล่านี้มีอิทธิพลทางการเมือง
แม้ว่าในปี 2016 เธอจะได้รับข้อเสนอจากนายกรัฐมนตรี Angela Merkel และพรรคการเมืองหลักอย่าง CDU/CSU และ Alliance '90/The Greens ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเยอรมนี ซึ่งมีโอกาสชนะสูงมาก แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- วันเกิด: 22 มกราคม 1948 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
- สังกัดพรรค: Alliance '90/The Greens
- ตำแหน่งเด่น: ผู้ตรวจการกลางด้านบันทึกข้อมูล Stasi (ค.ศ. 2000–2011)
- การศึกษา: จบการศึกษาจาก Fachschule für Außenhandel (โรงเรียนวิชาชีพด้านการค้าต่างประเทศ)
- รางวัลเกียรติยศ: ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ Bundesverdienstkreuz ในปี 1995
| ช่วงปี (ค.ศ.) | ตำแหน่ง / บทบาท | หน่วยงาน / องค์กร |
|---|---|---|
| 1990 | โฆษกพรรค Alliance 90 | People's Chamber (Volkskammer) |
| 1990 - 1992 | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ | รัฐบรันเดินบวร์ค |
| 1993 - 1994 | ผู้ร่วมโฆษกพรรค | Alliance '90/The Greens |
| 2000 - 2011 | ผู้ตรวจการกลางด้านบันทึกข้อมูล Stasi | รัฐบาลกลางเยอรมนี |
| 2018 | ภัณฑารักษ์ศาลาเยอรมัน | Venice Architecture Biennale |
คำถามที่พบบ่อย
Marianne Birthler มีบทบาทอย่างไรต่อประวัติศาสตร์เยอรมนี?
เธอมีบทบาทสำคัญในการนำข้อมูลลับของ Stasi มาเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อให้เหยื่อของการกดขี่ในระบอบคอมมิวนิสต์ได้รับรู้ความจริง และเป็นการชำระประวัติศาสตร์เพื่อให้เยอรมนีเดินหน้าต่อไปได้อย่างโปร่งใส
ทำไมเธอถึงลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบรันเดินบวร์ค?
เธอลาออกเพื่อเป็นการประท้วงนายกรัฐมนตรี Manfred Stolpe หลังจากมีการเปิดเผยว่าเขามีความเกี่ยวข้องหรือติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของ Stasi ซึ่งขัดกับหลักการด้านสิทธิมนุษยชนที่เธอยึดถือ
เธอเคยเกือบได้เป็นประธานาธิบดีเยอรมนีจริงหรือไม่?
จริง ในปี 2016 เธอได้รับข้อเสนอให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งพรรค CDU/CSU และพรรคของเธอเอง ซึ่งหากเธอตอบตกลง เธอจะมีเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะชนะการเลือกตั้งใน Federal Convention
นอกจากการเมืองแล้ว เธอมีผลงานด้านอื่นอีกหรือไม่?
เธอทำงานด้านสังคมและวิชาการอย่างกว้างขวาง เช่น เป็นกรรมการมูลนิธิ Friede Springer, สมาชิกคณะกรรมการมูลนิธิ Heinrich Böll และในปี 2018 เธอได้รับเลือกให้เป็นภัณฑารักษ์ดูแลศาลาเยอรมันในงาน Venice Architecture Biennale ร่วมกับบริษัทสถาปนิก Graft